บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน)
SET · หมวดบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูการดำเนินงาน
0.30
+0.03 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8920 out_tok=3304 at=2026-07-26T03:32:23 -->
# SAFARI World กำไรสุทธิ Q2/2565 พลิกขาดทุนลดลง 71% รับแรงหนุนรายได้ท่องเที่ยวฟื้น
## รายได้รวมโตกว่า 394% หลังผ่อนคลายมาตรการเดินทาง ดันผลประกอบการดีขึ้นต่อเนื่อง
บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAFARI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 73.01 ล้านบาท ลดลง 71.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 181.17 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่เติบโตกว่า 394.73% เป็น 207.44 ล้านบาท จากการทยอยเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการกลับมาเปิดภาคการศึกษาของนักเรียน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตราการขาดทุนสุทธิของ SAFARI ในไตรมาส 2/2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยว ประกอบกับการปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ดังนี้:
* **การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศ:** ตั้งแต่กลางปี 2564 เป็นต้นมา รัฐบาลได้ทยอยผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เช่น โครงการ Phuket Sandbox และการยกเลิกการกักตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดส ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากอินเดียและตะวันออกกลาง เดินทางเข้าประเทศไทยมากขึ้น
* **การกลับมาเปิดภาคการศึกษา:** การยกเลิกการเรียนออนไลน์ทำให้นักเรียนกลับมาเรียนในห้องเรียน และมีการจัดทัศนศึกษาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของบริษัทฯ
* **การเพิ่มวันเปิดให้บริการ:** เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ ได้เพิ่มวันเปิดให้บริการ "ซาฟารีเวิลด์" เป็น 6 วันต่อสัปดาห์ และเพิ่มรอบการแสดงของ "ภูเก็ตแฟนตาซี" เป็นวันละ 2 รอบในเดือนกรกฎาคม 2565 (แม้จะยังคงเปิดเพียง 2 วันต่อสัปดาห์เพื่อควบคุมต้นทุน)
* **การกลับมาดำเนินโครงการ "คาร์นิวัลเมจิก":** การกลับมาดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้อีกครั้งภายในปี 2565 สอดคล้องกับนโยบายเปิดประเทศของรัฐบาล
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้รายได้จากการขายรวมในไตรมาส 2/2565 เพิ่มขึ้น 394.73% YoY เป็น 207.44 ล้านบาท โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมอยู่ที่ 145.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:
* **นโยบายเปิดประเทศของรัฐบาล:** รัฐบาลยังคงเดินหน้าผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและรายได้ของบริษัทฯ
* **การเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินนานาชาติ:** สายการบินนานาชาติมีการเพิ่มเที่ยวบินตรงสู่จังหวัดภูเก็ตมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว
* **การคาดการณ์สถานการณ์โควิด-19:** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศสามารถควบคุมได้ จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุว่าบริษัทฯ คาดว่าผลการดำเนินงานจะเริ่มดีขึ้นในทุกไตรมาสตามลำดับ ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มเชิงบวก แต่ยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์การแพร่ระบาดและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 71.28% YoY:** จาก 181.17 ล้านบาทใน Q2/2564 เป็นขาดทุน 73.01 ล้านบาทใน Q2/2565
* **รายได้รวมพุ่ง 394.73% YoY:** แตะ 207.44 ล้านบาท จาก 41.93 ล้านบาทใน Q2/2564
* **รายได้บัตรเข้าชมโตเด่น:** เพิ่มขึ้นเป็น 145.77 ล้านบาท จาก 35.87 ล้านบาท YoY
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นตามรายได้:** อยู่ที่ 92.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114.42% YoY
* **ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 411.56% YoY:** เป็น 25.22 ล้านบาท จากการรับรู้ตามอายุการใช้งานทรัพย์สิน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 26.13% YoY:** เป็น 108.99 ล้านบาท จากการหยุดรับรู้ค่าเสื่อมราคาบางส่วนของบริษัทย่อย
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 52.42% YoY:** เป็น 46.10 ล้านบาท เนื่องจากกลับไปรับรู้เป็นต้นทุนโครงการ "คาร์นิวัลเมจิก"
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิ 73.01 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 181.17 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 394.73% เป็น 207.44 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชม 145.77 ล้านบาท, รายได้จากการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 26.59 ล้านบาท และรายได้จากการดำเนินงานอื่น 35.08 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้สอดคล้องกับการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากอินเดียและตะวันออกกลาง รวมถึงการกลับมาจัดทัศนศึกษาของนักเรียน
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 114.42% เป็น 92.80 ล้านบาท ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นถึง 411.56% เป็น 25.22 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 26.13% เป็น 108.99 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 52.42% เป็น 46.10 ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 40.54% ในไตรมาส 2/2565 เทียบกับ -23.32% ในไตรมาส 2/2564 และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ -35.20% เทียบกับ -606.20% ในไตรมาส 2/2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้น
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวกลุ่มหลัก:** นักท่องเที่ยวจากอินเดีย ตะวันออกกลาง และอาเซียน เป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่เริ่มเดินทางเข้ามามากขึ้น
* **การเปิดภาคการศึกษา:** การกลับมาจัดทัศนศึกษาของนักเรียนช่วยเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายบัตรและบริการ
* **โครงการ "คาร์นิวัลเมจิก":** การกลับมาดำเนินก่อสร้างโครงการนี้และมีเป้าหมายเปิดให้บริการภายในปี 2565 จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต
* **การเพิ่มเที่ยวบินนานาชาติ:** การเพิ่มเที่ยวบินตรงสู่ภูเก็ตจะช่วยอำนวยความสะดวกและดึงดูดนักท่องเที่ยว
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว:** การแข่งขันที่สูงขึ้นอาจกดดันราคาและอัตรากำไร
* **สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง:** ฝนตกหนักบ่อยครั้งส่งผลให้สัตว์ป่วยและมีอัตราการตายเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการ "คาร์นิวัลเมจิก" อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเปิดให้บริการและสร้างรายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ:** ติดตามแนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ความคืบหน้าโครงการ "คาร์นิวัลเมจิก":** การก่อสร้างและการเตรียมเปิดให้บริการ
* **มาตรการผ่อนคลายการเดินทางเพิ่มเติม:** จากภาครัฐบาล
* **ผลกระทบจากสภาพอากาศ:** ต่อสุขภาพสัตว์และการดำเนินงาน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป (ไม่ระบุกลุ่ม))
**รายได้:** รายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 207.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 394.73% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมที่ 145.77 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักเรียนที่กลับมาจัดทัศนศึกษา
**ต้นทุน:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 114.42% เป็น 92.80 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดให้บริการมากขึ้น นอกจากนี้ ขาดทุนจากสัตว์ตายเพิ่มขึ้น 52.29% เป็น 5.33 ล้านบาท เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่วนค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 411.56% เป็น 25.22 ล้านบาท จากการรับรู้ตามอายุการใช้งานทรัพย์สิน
**ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการเพิ่มขึ้น 436.22% เป็น 9.92 ล้านบาท เนื่องจากการกลับมาเปิดให้บริการ ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 26.13% เป็น 108.99 ล้านบาท จากการปรับปรุงการรับรู้ค่าเสื่อมราคาของบริษัทย่อย ส่วนต้นทุนทางการเงินลดลง 52.42% เป็น 46.10 ล้านบาท เนื่องจากกลับไปรับรู้เป็นต้นทุนโครงการ "คาร์นิวัลเมจิก"
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นพลิกจากติดลบกลับมาเป็นบวกที่ 40.54% ในไตรมาส 2/2565 จาก -23.32% ในปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิยังคงติดลบที่ -35.20% แต่ดีขึ้นอย่างมากจาก -606.20% ในปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 8,807.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.44% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 37.90% จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น 131.97% และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 32.41% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1% จากการรับรู้ค่างานระหว่างก่อสร้างโครงการ "คาร์นิวัลเมจิก" และการสั่งซื้อสัตว์ใหม่
**หนี้สิน:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,671.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.66% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพื่อการก่อสร้างโครงการ "คาร์นิวัลเมจิก" และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 12.02% เป็น 2,135.84 ล้านบาท เนื่องจากผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิสำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565
**อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 3.12 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.40 เท่า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564
**กระแสเงินสด:** สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 มีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 21.78 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากการดำเนินงาน 21.87 ล้านบาท, ใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน 68.95 ล้านบาท และได้มาในกิจกรรมจัดหาเงิน 88.86 ล้านบาท เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดอยู่ที่ 38.29 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SAFARI ในไตรมาส 2/2565 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยหัวใจสำคัญคือการกลับมาของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะรายได้บัตรเข้าชมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 394.73% YoY จากการผ่อนคลายมาตรการท่องเที่ยวและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้ว่าผลประกอบการโดยรวมยังคงขาดทุนสุทธิ แต่ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 71.28% YoY โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่ต่อเนื่องจากการเดินหน้าเปิดประเทศของรัฐบาลและการกลับมาดำเนินโครงการ "คาร์นิวัลเมจิก" อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และความผันผวนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามรายได้และการดำเนินงานที่กลับมาเต็มรูปแบบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAFARI ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,166.31
ล้านบาท
↑ 131.1% YoY
กำไรขั้นต้น
467.97
ล้านบาท
↑ 385% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.12
%
กำไรสุทธิ
-3.22
ล้านบาท
↓ 101.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.28
%
D/E Ratio
5.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↑ + 131.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
468
↑ + 385%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -101.8%
YoY
D/E Ratio
5.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAFARI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.20
ROE (%)
-5.31
ROA (%)
6.34
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAFARI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-144
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-130
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAFARI
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-144.10
+5.52%
|
-136.56
-195.15%
|
143.52
+230.54%
|
43.42
-209.87%
|
-39.52
-109.18%
|
430.52
-22.54%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-129.93
-336.93%
|
54.84
-1.35%
|
55.59
-21,480.77%
|
-0.26
-99.94%
|
-443.56
-71.77%
|
-1,571.16
+15.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
303.12
+45.24%
|
208.71
-228.54%
|
-162.37
+267.19%
|
-44.22
-114.96%
|
295.67
-74.95%
|
1,180.47
+58.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
44.68
-64.82%
|
126.99
+245.83%
|
36.72
-3,564.15%
|
-1.06
-99.43%
|
-187.41
-570.52%
|
39.83
-168.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.87
-14.18%
|
88.41
+435.49%
|
16.51
+15.05%
|
14.35
-92.89%
|
201.76
+24.60%
|
161.92
-26.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
60.29
-20.54%
|
75.87
-14.18%
|
88.41
+435.59%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|