บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
17.90
+0.10 (+0.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4930 out_tok=2543 at=2026-07-26T01:18:08 -->
# Ingress Industrial (Thailand) พลิกขาดทุนหนัก Q4/65 รับรายได้โต 85% สวนทางต้นทุนพุ่ง
## รายได้โตแรงจากมาเลเซีย-อินโดนีเซีย ชดเชยไทยที่ชะลอตัว แต่กำไรขั้นต้นหดตัวกระทบภาพรวม
บริษัท อิงเกรส อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ IGT รายงานผลประกอบการปีสิ้นสุด 31 มกราคม 2566 (เทียบเท่า Q4/65) พลิกขาดทุนสุทธิหลังหักภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 445.4 ล้านบาท จากขาดทุน 295.2 ล้านบาทในปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 85.7% หรือ 2,303.9 ล้านบาท แตะระดับ 4,993.2 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในต่างประเทศ ขณะที่กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นทั่วโลก และการรับรู้ต้นทุนของโครงการใหม่ที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อิงเกรส อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์) พลิกขาดทุนสุทธิหลังหักภาษีเพิ่มขึ้นในปี 2565/66 คือ **การหดตัวของกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อย่างมีนัยสำคัญ** จาก 13.7% ในปีก่อน เหลือเพียง 6.6% ในปีนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตถึง 85.7% ก็ตาม โดยปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นจาก 295.2 ล้านบาท เป็น 445.4 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า กำไรขั้นต้นที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนทางตรงที่สูงขึ้น** โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นทั่วโลก นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการใหม่ 2 โครงการในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียที่เพิ่งเริ่มดำเนินงานและ **ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนทางรายได้** ทำให้ต้องรับรู้ต้นทุนที่สูงกว่ารายได้ในช่วงเริ่มต้น
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ ได้แก่:
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** จำนวน 77.0 ล้านบาท ในปี 2565/66 เทียบกับกำไร 43.5 ล้านบาทในปี 2564/65 ซึ่งเกิดจากผลกระทบของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนทั่วโลกอ่อนตัวลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น** 85.0 ล้านบาท หรือ 12.3% สอดคล้องกับรายได้ที่เติบโต
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น** 56.4 ล้านบาท หรือ 67.3% เนื่องจากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการจัดหาสินทรัพย์และสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลัก แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายเมื่อใด นอกจากนี้ โครงการใหม่ที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูพัฒนาการของรายได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งในมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของปริมาณการขายให้ลูกค้าหลักและการเริ่มดำเนินงานของบริษัทย่อยใหม่ เป็นสัญญาณบวกที่อาจช่วยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายปี 2565/66 เติบโต 85.7%** แตะ 4,993.2 ล้านบาท จาก 2,689.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนสุทธิหลังหักภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 445.4 ล้านบาท** จาก 295.2 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 13.7% เหลือ 6.6% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและโครงการใหม่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
* **รายได้ในมาเลเซียเติบโต 96.4%** และ **อินโดนีเซียเติบโต 453.0%** จากการฟื้นตัวของปริมาณขายและบริษัทย่อยใหม่
* **รายได้ในไทยลดลง 3.8%** เนื่องจากปริมาณขายลดลงและงานผลิตแม่พิมพ์เลื่อนออกไป
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 77.0 ล้านบาท** เทียบกับกำไร 43.5 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 4,993.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,303.9 ล้านบาท หรือ 85.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเติบโตหลักมาจากประเทศมาเลเซีย (เพิ่มขึ้น 1,230.3 ล้านบาท หรือ 96.4%) และอินโดนีเซีย (เพิ่มขึ้น 959.0 ล้านบาท หรือ 453.0%) ขณะที่ประเทศไทยมีรายได้ลดลง 37.6 ล้านบาท หรือ 3.8%
อย่างไรก็ตาม บริษัทรับรู้ผลขาดทุนสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 445.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 295.2 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมากจาก 13.7% เป็น 6.6% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นทั่วโลกและโครงการใหม่ที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน นอกจากนี้ ยังมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ในต่างประเทศ:** การฟื้นตัวของปริมาณการขายในมาเลเซีย และการเริ่มต้นดำเนินงานของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ขับเคลื่อนรายได้
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรม:** การผลิตในอุตสาหกรรมโดยรวม (TIP) ในทุกประเทศที่บริษัทดำเนินงานมีการเติบโต ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีขึ้นของอุปสงค์ในตลาด
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน:** ภาวะต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นทั่วโลกส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท
* **โครงการใหม่ที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน:** โครงการใหม่ในอินโดนีเซียและมาเลเซียที่เพิ่งเริ่มดำเนินงานอาจยังไม่สามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อการครอบคลุมต้นทุนในระยะสั้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของสกุลเงินหลักเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่บริษัทดำเนินงานอาจส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การชะลอตัวในประเทศ:** การลดลงของปริมาณการขายและงานผลิตแม่พิมพ์ที่เลื่อนออกไปในประเทศไทย เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป
* ความคืบหน้าของโครงการใหม่ในอินโดนีเซียและมาเลเซียในการสร้างรายได้และถึงจุดคุ้มทุน
* ทิศทางรายได้จากการขายในประเทศไทย และการกลับมาของงานผลิตแม่พิมพ์
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** การเติบโตของรายได้ส่วนใหญ่มาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยเฉพาะการฟื้นตัวของลูกค้าหลักในมาเลเซีย และการเริ่มดำเนินงานของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีรายได้ลดลงเล็กน้อยจากการลดลงของปริมาณขายและงานผลิตแม่พิมพ์ที่เลื่อนออกไป
* **กำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 13.7% เป็น 6.6% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นทั่วโลก และต้นทุนของโครงการใหม่ที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายในการขายและจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เติบโต แต่ต้นทุนการดำเนินงานคงที่ที่เกิดจากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมที่สูงขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนและเงินทุนหมุนเวียน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มกราคม 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.7 ล้านบาท เป็น 6,768.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหักล้างจากการเสื่อมราคาของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน และการลดลงของลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และรายจ่ายฝ่ายทุนที่เสร็จสมบูรณ์
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 459.2 ล้านบาท หรือ 10.2% เป็น 4,981.9 ล้านบาท เนื่องจากการเบิกเงินกู้ยืมและสัญญาเช่าทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อชำระเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น รวมถึงการขยายพื้นที่การผลิตในมาเลเซีย
ส่วนของเจ้าของรวมลดลง 457.5 ล้านบาท หรือ 20.4% เป็น 1,786.8 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานและขาดทุนจากผลต่างจากการแปลงค่างบการเงิน
## สรุปท้าย
อิงเกรส อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์) เผชิญกับความท้าทายในปี 2565/66 โดยมีรายได้จากการขายเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการขยายตัวในต่างประเทศ แต่ถูกบั่นทอนด้วยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและต้นทุนโครงการใหม่ที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ และพลิกเป็นขาดทุนสุทธิหลังหักภาษีที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ ความสามารถในการสร้างรายได้ของโครงการใหม่ และการฟื้นตัวของตลาดในประเทศ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RAM ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
6,828.55
ล้านบาท
↑ 182.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,434.01
ล้านบาท
↑ 141.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.00
%
กำไรสุทธิ
1,912.69
ล้านบาท
↓ 914% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.01
%
D/E Ratio
0.60
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,829
↑ + 182.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,434
↑ + 141.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,913
↓ -914%
YoY
D/E Ratio
0.60
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RAM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.60
ROE (%)
13.92
ROA (%)
7.55
Book Value/หุ้น
18.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RAM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-563
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-93
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RAM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-562.96
+11.80%
|
-503.53
+130.56%
|
-218.39
-86.04%
|
-1,564.61
-410.11%
|
504.54
-43.60%
|
894.64
+55.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-92.52
-102.91%
|
3,180.21
+344.06%
|
716.17
-42.87%
|
1,253.48
+28.92%
|
972.29
-151.99%
|
-1,870.32
-8.06%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,543.51
-158.37%
|
-2,644.35
-1,111.22%
|
261.50
-52.21%
|
547.14
-165.13%
|
-840.02
-245.02%
|
579.23
-63.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,093.91
-15.59%
|
1,295.97
-5.30%
|
1,368.54
+21.51%
|
1,126.32
+82.84%
|
616.02
-39.16%
|
1,012.47
+13.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,630.44
+140.46%
|
1,093.91
-15.59%
|
1,295.97
-5.30%
|
1,368.54
+21.50%
|
0.00
|
0.00
|