บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
17.90
+0.10 (+0.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4498 out_tok=2268 at=2026-07-26T01:23:43 -->
# RAM กำไรสุทธิพุ่ง 5 เท่า YoY รับอานิสงส์รายได้โรงพยาบาล-ส่วนแบ่งกำไรโต
## รายได้รวมโต 46% ดันกำไรสุทธิกระฉูด 5 เท่า YoY หลังโควิด-19 หนุนธุรกิจโรงพยาบาล-ส่วนแบ่งกำไรพุ่ง
บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM รายงานผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวม 13,217.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.46% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 5,375.74 ล้านบาท เทียบกับ 897.55 ล้านบาทในปีก่อนหน้า การเติบโตนี้มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้จากการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เติบโตอย่างโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RAM ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการดำเนินงานของโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลวิภาราม และการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม**
### 1) หัวใจคืออะไร
ผลประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในปี 2564 มีปัจจัยหลักมาจาก 2 ส่วน คือ 1) รายได้รวมจากการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 46.46% โดยเฉพาะโรงพยาบาลวิภารามที่รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก และ 2) ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นถึง 2,349.55 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตกว่า 19 เท่าตัว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการดำเนินงานของโรงพยาบาล:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2564 ส่งผลให้โรงพยาบาลในเครือมีรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19 เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลวิภารามที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าแพทย์ได้ดี ประกอบกับการใช้ประโยชน์จากเตียงและห้องพักที่ว่างอยู่ ทำให้สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 87.63% ในปี 2563 เหลือเพียง 63.24% ในปี 2564 นอกจากนี้ รายได้จากการขายเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ยังเพิ่มขึ้นถึง 831.51 ล้านบาท เนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นในช่วงสถานการณ์ COVID-19
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** การเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของส่วนแบ่งกำไรมาจากหลายบริษัทร่วม โดยเฉพาะบริษัท สินแพทย์ จำกัด ที่มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจาก 3.05 ล้านบาท เป็น 1,371.67 ล้านบาท, บริษัท ธนบุรี เฮ็ลท์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไร 320.21 ล้านบาทในปีนี้ และบริษัท โรงพยาบาลเสรีรักษ์ จำกัด ที่มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจาก 18.03 ล้านบาท เป็น 273.34 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ดีของบริษัทร่วมเหล่านี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าสถานการณ์ COVID-19 จะยังคงส่งผลดีต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลและขายเวชภัณฑ์ในระยะสั้น แต่แนวโน้มการแพร่ระบาดและความรุนแรงอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ อาจเป็นผลจากการดำเนินงานที่ดีของบริษัทเหล่านั้น ซึ่งต้องติดตามผลประกอบการของบริษัทร่วมเหล่านี้ในระยะยาวต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 46.46% เป็น 13,217.97 ล้านบาท** จาก 9,024.75 ล้านบาทในปี 2563
* **กำไรสุทธิปี 2564 พุ่งสูง 5,375.74 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 897.55 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19 และการขายเวชภัณฑ์เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก** โดยเฉพาะในไตรมาส 3 และ 4
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นกว่า 19 เท่าตัว** เป็น 2,469.21 ล้านบาท จาก 119.67 ล้านบาท
* **สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 13,217.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.46% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลรามคำแหง 5,615.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 4,530.36 ล้านบาท และโรงพยาบาลวิภาราม 7,219.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 4,175.62 ล้านบาท นอกจากนี้ รายได้จากการขายเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์เพิ่มขึ้น 831.51 ล้านบาท และมีรายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้น 72.07 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 5,375.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 897.55 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19 และการขายเวชภัณฑ์:** สถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงมีอยู่ ทำให้มีความต้องการบริการทางการแพทย์และเวชภัณฑ์เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** การลงทุนในบริษัทร่วมที่มีศักยภาพในการเติบโต จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การลดลงของสัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้ สะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การแพร่ระบาดอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19 และการดำเนินงานโดยรวม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** อุตสาหกรรมโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและภาครัฐ
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบภาครัฐ:** นโยบายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงพยาบาลอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19 และการขายเวชภัณฑ์ในไตรมาสถัดไป
* ผลประกอบการของบริษัทร่วมที่สำคัญ เช่น บริษัท สินแพทย์ จำกัด และบริษัท ธนบุรี เฮ็ลท์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของโรงพยาบาลในเครือ
* การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ COVID-19 และแนวโน้มการระบาดในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการรักษาพยาบาล:** รายได้หลักมาจากโรงพยาบาลรามคำแหงและวิภาราม โดยโรงพยาบาลวิภารามมีการเติบโตของรายได้ที่โดดเด่นในปี 2564
* **ต้นทุนในการรักษาพยาบาล:** สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลวิภาราม ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าแพทย์ที่ดีขึ้น ประกอบกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่
* **รายได้จากการขายเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์:** เพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันกำไรสุทธิ โดยเฉพาะการเติบโตจากบริษัท สินแพทย์ จำกัด, บริษัท ธนบุรี เฮ็ลท์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรงพยาบาลเสรีรักษ์ จำกัด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
ปี 2564 ถือเป็นปีทองของ RAM ด้วยการเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่งถึง 46.46% และกำไรสุทธิที่พุ่งสูงกว่า 5 เท่าตัว ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของโรงพยาบาลในเครือ โดยเฉพาะโรงพยาบาลวิภาราม ซึ่งได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์ COVID-19 และการขายเวชภัณฑ์ รวมถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม แม้ว่าแนวโน้มในอนาคตจะยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 และการแข่งขันในอุตสาหกรรม แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและศักยภาพการเติบโตของบริษัทร่วม ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RAM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,828.55
ล้านบาท
↑ 182.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,434.01
ล้านบาท
↑ 141.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.00
%
กำไรสุทธิ
1,912.69
ล้านบาท
↓ 914% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.01
%
D/E Ratio
0.60
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,829
↑ + 182.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,434
↑ + 141.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,913
↓ -914%
YoY
D/E Ratio
0.60
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RAM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.60
ROE (%)
13.92
ROA (%)
7.55
Book Value/หุ้น
18.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RAM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-563
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-93
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RAM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-562.96
+11.80%
|
-503.53
+130.56%
|
-218.39
-86.04%
|
-1,564.61
-410.11%
|
504.54
-43.60%
|
894.64
+55.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-92.52
-102.91%
|
3,180.21
+344.06%
|
716.17
-42.87%
|
1,253.48
+28.92%
|
972.29
-151.99%
|
-1,870.32
-8.06%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,543.51
-158.37%
|
-2,644.35
-1,111.22%
|
261.50
-52.21%
|
547.14
-165.13%
|
-840.02
-245.02%
|
579.23
-63.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,093.91
-15.59%
|
1,295.97
-5.30%
|
1,368.54
+21.51%
|
1,126.32
+82.84%
|
616.02
-39.16%
|
1,012.47
+13.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,630.44
+140.46%
|
1,093.91
-15.59%
|
1,295.97
-5.30%
|
1,368.54
+21.50%
|
0.00
|
0.00
|