บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
17.90
+0.10 (+0.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4444 out_tok=2608 at=2026-07-26T01:35:06 -->
# RAM กำไร Q1/2565 พุ่ง 183% รับรายได้รักษาพยาบาลโต-ส่วนแบ่งกำไรบจ.พุ่ง
## รายได้รวมโต 33.59% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 183% จากการรักษาผู้ป่วย COVID-19 และส่วนแบ่งกำไรลงทุน
บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 3,059.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรักษาพยาบาล และส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 835.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 183%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RAM ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะผู้ป่วย COVID-19 ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมที่เติบโตอย่างโดดเด่น**
### 1) หัวใจคืออะไร
ผลประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 1 ปี 2565 มาจากสองปัจจัยหลัก คือ
1. **รายได้จากการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 37.20%** โดยเฉพาะการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
2. **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นถึง 152.66%** จาก 202.44 ล้านบาท เป็น 343.10 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการรักษาพยาบาล:** แม้ว่าการระบาดของ COVID-19 ในปี 2565 จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาผู้ป่วย COVID-19 นั้นต่ำกว่าปกติ ประกอบกับโรงพยาบาลสามารถบริหารจัดการเตียงและห้องพักผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบางห้องสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 2-3 คน ทำให้สามารถสร้างรายได้ต่อหน่วยได้ดีขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 78.39% ในปีก่อน เหลือ 67.03% ในปีนี้
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรมาจากหลายบริษัท โดยเฉพาะการลงทุนในบริษัท ธนบุรี เฮ็ลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 114.57 ล้านบาท จาก 0 บาทในปี 2564 นอกจากนี้ การลงทุนในบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปิยะศิริ จำกัด (โรงพยาบาลสุขุมวิท) ก็มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19 เป็นปัจจัยที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาด ซึ่งอาจมีความผันผวนในอนาคต ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมมีแนวโน้มที่ดีจากการลงทุนในบริษัท ธนบุรี เฮ็ลท์แคร์กรุ๊ปฯ แต่ผลประกอบการของบริษัทร่วมแต่ละแห่งอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่แตกต่างกัน จึงต้องติดตามผลประกอบการของบริษัทร่วมอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 183%:** กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 835.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 295.03 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 33.59%:** รายได้รวมอยู่ที่ 3,059.90 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 37.20%
* **ต้นทุนการรักษาพยาบาลต่อรายได้ลดลง:** สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลลดลงจาก 78.39% เหลือ 67.03%
* **ส่วนแบ่งกำไรบจ.เพิ่มขึ้น 152.66%:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมอยู่ที่ 343.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 202.44 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2565 จำนวน 3,059.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากการรักษาพยาบาลที่เติบโต 37.20% เป็น 2,691.34 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นรายได้จากโรงพยาบาลรามคำแหง 943.84 ล้านบาท, โรงพยาบาลวิภาราม 1,646.40 ล้านบาท, โรงพยาบาลชัยภูมิราม 18.31 ล้านบาท และโรงพยาบาลเมืองเลยราม 82.79 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการขายเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์เพิ่มขึ้น 79.20 ล้านบาท เป็น 312.19 ล้านบาท
ในขณะที่ต้นทุนในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็น 1,804.07 ล้านบาท แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 78.39% ในปีก่อน เหลือ 67.03% ในปีนี้ เนื่องจากปัจจัยด้านการบริหารจัดการผู้ป่วย COVID-19 ที่มีต้นทุนต่ำกว่าและสามารถใช้ประโยชน์จากเตียงและห้องพักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 152.66% เป็น 343.10 ล้านบาท จาก 202.44 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการลงทุนในบริษัท ธนบุรี เฮ็ลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)
ด้วยปัจจัยข้างต้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 จำนวน 835.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 183% เมื่อเทียบกับ 295.03 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารจัดการผู้ป่วย COVID-19:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ในการรักษาผู้ป่วย COVID-19 สร้างรายได้และอัตรากำไรที่ดี
* **การเติบโตของบริษัทร่วม:** การลงทุนในบริษัทร่วม โดยเฉพาะบริษัท ธนบุรี เฮ็ลท์แคร์กรุ๊ปฯ มีแนวโน้มที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต
* **การขยายเครือข่ายโรงพยาบาล:** การมีโรงพยาบาลในเครือข่ายหลายแห่ง ทั้งโรงพยาบาลรามคำแหง, วิภาราม, ชัยภูมิราม, เมืองเลยราม ช่วยกระจายฐานรายได้และเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของการระบาด COVID-19:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การระบาดอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยและรายได้จากการรักษาพยาบาล
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** อุตสาหกรรมโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** ความผันผวนของผลประกอบการของบริษัทร่วมที่ลงทุนไป อาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการระบาดของ COVID-19 และจำนวนผู้ป่วย:** เพื่อประเมินผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน
* **ผลประกอบการของบริษัท ธนบุรี เฮ็ลท์แคร์กรุ๊ปฯ และบริษัทร่วมอื่นๆ:** เพื่อประเมินศักยภาพในการสร้างส่วนแบ่งกำไรในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนการรักษาพยาบาล:** โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรายได้จากการรักษาพยาบาลในสภาวะที่แตกต่างกัน
* **แผนการลงทุนและขยายธุรกิจของบริษัท:** เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการรักษาพยาบาล:** เพิ่มขึ้น 37.20% เป็น 2,691.34 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้ลดลงจาก 78.39% เป็น 67.03% ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่มีต้นทุนต่ำกว่าและสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้อย่างเต็มที่
* **สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้:** ลดลงจาก 17.00% เป็น 13.60% ซึ่งแสดงถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ดีขึ้น
* **สัดส่วนต้นทุนขายอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ต่อรายได้:** ลดลงจาก 80.66% เป็น 71.19% บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* **โรงพยาบาลรามคำแหงและวิภาราม:** มีสัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโรงพยาบาลรามคำแหงที่ลดลงจาก 66.31% เป็น 58.62% และโรงพยาบาลวิภารามลดลงจาก 78.33% เป็น 67.77% ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้ของโรงพยาบาลรามคำแหงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 8.81% เป็น 9.72% แต่ของโรงพยาบาลวิภารามลดลงจาก 18.42% เป็น 15.62%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
RAM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19 ที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างโดดเด่นของส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม แม้ว่าปัจจัยด้านการระบาดของโรคจะยังคงเป็นความไม่แน่นอน แต่การควบคุมต้นทุนและการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างผลกำไรของบริษัทในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มการระบาดและผลประกอบการของบริษัทร่วมอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RAM ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
6,828.55
ล้านบาท
↑ 182.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,434.01
ล้านบาท
↑ 141.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.00
%
กำไรสุทธิ
1,912.69
ล้านบาท
↓ 914% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.01
%
D/E Ratio
0.60
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,829
↑ + 182.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,434
↑ + 141.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,913
↓ -914%
YoY
D/E Ratio
0.60
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RAM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.60
ROE (%)
13.92
ROA (%)
7.55
Book Value/หุ้น
18.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RAM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-563
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-93
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RAM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-562.96
+11.80%
|
-503.53
+130.56%
|
-218.39
-86.04%
|
-1,564.61
-410.11%
|
504.54
-43.60%
|
894.64
+55.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-92.52
-102.91%
|
3,180.21
+344.06%
|
716.17
-42.87%
|
1,253.48
+28.92%
|
972.29
-151.99%
|
-1,870.32
-8.06%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,543.51
-158.37%
|
-2,644.35
-1,111.22%
|
261.50
-52.21%
|
547.14
-165.13%
|
-840.02
-245.02%
|
579.23
-63.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,093.91
-15.59%
|
1,295.97
-5.30%
|
1,368.54
+21.51%
|
1,126.32
+82.84%
|
616.02
-39.16%
|
1,012.47
+13.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,630.44
+140.46%
|
1,093.91
-15.59%
|
1,295.97
-5.30%
|
1,368.54
+21.50%
|
0.00
|
0.00
|