บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
17.90
+0.10 (+0.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4622 out_tok=2616 at=2026-07-26T01:49:05 -->
# RAM กำไรสุทธิวูบแรง YoY รับผลกระทบรายได้โรงพยาบาลหด-ส่วนแบ่งกำไรลด
## รายได้รวมทรุด 42% เหตุโควิดคลี่คลาย-ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมวูบ
บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 691.43 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 2,411.91 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 42.43% และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ RAM ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การลดลงของรายได้จากการดำเนินงานของโรงพยาบาล และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
### 1) หัวใจคืออะไร
กำไรสุทธิของ RAM ในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 691.43 ล้านบาท ลดลง 1,720.48 ล้านบาท หรือ 71.33% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 2,411.91 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจาก:
* **รายได้รวมลดลง 42.43%:** จาก 4,959.37 ล้านบาท ในปี 2564 เหลือ 2,854.95 ล้านบาท ในปี 2565
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทรวมลดลง 59.16%:** จาก 717.74 ล้านบาท ในปี 2564 เหลือ 290.81 ล้านบาท ในปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้รวมเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยเฉพาะการลดลงของรายได้จากโรงพยาบาลรามคำแหงและวิภาราม ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักของกลุ่ม โดยในปี 2565 รายได้จากโรงพยาบาลรามคำแหงลดลง 546.14 ล้านบาท และโรงพยาบาลวิภารามลดลง 1,608.23 ล้านบาท สาเหตุสำคัญคือสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้ความต้องการเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ลดลงอย่างมาก (รายได้จากการขายเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ลดลง 314.54 ล้านบาท) นอกจากนี้ การปรับสถานะของ COVID-19 จากโรคติดต่อร้ายแรงเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง ส่งผลให้โรงพยาบาลต่างๆ มีการสั่งซื้อเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ลดลง
ในส่วนของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมากนั้น มาจากการที่หลายบริษัทในเครือมีผลประกอบการลดลง โดยเฉพาะ บริษัท ธนบุรี เฮ็ลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนแบ่งกำไรลดลง 73.39 ล้านบาท และ บริษัท สินแพทย์ จำกัด ที่มีส่วนแบ่งกำไรลดลง 205.09 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม มีบางรายการที่ช่วยชดเชยผลกระทบได้บ้าง เช่น รายได้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้น 58.03 ล้านบาท และรายได้จากโรงพยาบาลชัยภูมิรามและเมืองเลยรามที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานของโรงพยาบาลอาจจะยังไม่กลับไปสู่ระดับสูงสุดในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 แต่การที่สถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลง ทำให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ กลับสู่ระดับปกติมากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรในระยะยาว ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมนั้นขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทเหล่านั้น ซึ่งอาจมีความผันผวนได้ตามสภาวะตลาดและปัจจัยเฉพาะของแต่ละบริษัท
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 71.33% YoY:** จาก 2,411.91 ล้านบาท ใน Q3/2564 เป็น 691.43 ล้านบาท ใน Q3/2565
* **รายได้รวมลดลง 42.43% YoY:** จาก 4,959.37 ล้านบาท ใน Q3/2564 เป็น 2,854.95 ล้านบาท ใน Q3/2565
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 59.16% YoY:** จาก 717.74 ล้านบาท ใน Q3/2564 เป็น 290.81 ล้านบาท ใน Q3/2565
* **ต้นทุนในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น:** สัดส่วนรวมเพิ่มขึ้น 29.09% YoY เนื่องจากปี 2564 มีรายได้จากการรักษาผู้ป่วย COVID-19 จำนวนมาก ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ต่ำกว่าปกติ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 2,854.95 ล้านบาท ลดลง 42.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 4,959.37 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการดำเนินงานของโรงพยาบาลต่างๆ ในเครือ ได้แก่ โรงพยาบาลรามคำแหง (1,408.03 ล้านบาท), โรงพยาบาลวิภาวดี (1,288.40 ล้านบาท), โรงพยาบาลเมืองเลยราม (103.91 ล้านบาท), โรงพยาบาลชัยภูมิราม (29.66 ล้านบาท) และโรงพยาบาลวัชรศิริเวช (20.95 ล้านบาท)
ต้นทุนในการรักษาพยาบาลอยู่ที่ 1,717.44 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 200.84 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 360.59 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 64.64 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 691.43 ล้านบาท ลดลงอย่างมากจาก 2,411.91 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของรายได้จากการรักษาพยาบาล:** แม้รายได้จาก COVID-19 จะลดลง แต่การกลับสู่ภาวะปกติของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม คาดว่าจะส่งผลดีต่อการเข้ารับบริการทางการแพทย์ทั่วไป
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้เงินปันผล:** ในปี 2565 บริษัทมีรายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้น 90.26 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยผลประกอบการบางส่วน
* **การขยายตัวของโรงพยาบาลในต่างจังหวัด:** โรงพยาบาลชัยภูมิรามและเมืองเลยรามยังคงมีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** อุตสาหกรรมโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนด้วยกันและโรงพยาบาลรัฐ
* **ความผันผวนของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** ผลประกอบการของบริษัทร่วมมีความสำคัญต่อกำไรสุทธิรวมของกลุ่ม ซึ่งอาจมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยเฉพาะของแต่ละบริษัท
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น และสัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยทั่วไป และการฟื้นตัวของรายได้จากบริการที่ไม่เกี่ยวกับ COVID-19
* ผลประกอบการของบริษัทร่วม โดยเฉพาะบริษัทที่มีนัยสำคัญต่อส่วนแบ่งกำไรของ RAM
* การบริหารจัดการต้นทุนในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิ
* แผนการลงทุนหรือการขยายธุรกิจของบริษัทในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการดำเนินงาน:** รายได้รวมลดลง 42.43% เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากโรงพยาบาลหลักอย่างโรงพยาบาลรามคำแหงและวิภาราม ซึ่งได้รับผลกระทบจากการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ความต้องการเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องลดลงอย่างมาก รายได้จากการขายเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ลดลง 314.54 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้น 90.26 ล้านบาท และรายได้จากโรงพยาบาลในต่างจังหวัดยังคงเติบโต
**อัตรากำไร:** สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้จากการรักษาพยาบาลในปี 2565 สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2564 โดยเฉพาะในโรงพยาบาลวิภาราม (สัดส่วนต้นทุนฯ เพิ่มขึ้น 28.55% และค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 7.95%) ซึ่งเป็นผลมาจากปี 2564 มีรายได้จากการรักษาผู้ป่วย COVID-19 จำนวนมาก ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ต่ำกว่าปกติ ในปี 2565 สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ทำให้สัดส่วนต้นทุนและค่าใช้จ่ายกลับสู่ระดับปกติ
**ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 59.16% โดยมีปัจจัยหลักมาจากบริษัท ธนบุรี เฮ็ลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สินแพทย์ จำกัด ที่มีส่วนแบ่งกำไรลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ RAM ในไตรมาส 3 ปี 2565 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการลดลงของรายได้รวม 42.43% และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง 59.16% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงถึง 71.33% YoY แม้ว่าสถานการณ์ COVID-19 จะคลี่คลายลง แต่ก็ส่งผลให้รายได้จากการรักษาพยาบาลและยอดขายเครื่องมือแพทย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การที่สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น คาดว่าจะช่วยหนุนการดำเนินงานในระยะยาว ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและการติดตามผลประกอบการของบริษัทร่วมจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RAM ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
6,828.55
ล้านบาท
↑ 182.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,434.01
ล้านบาท
↑ 141.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.00
%
กำไรสุทธิ
1,912.69
ล้านบาท
↓ 914% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.01
%
D/E Ratio
0.60
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,829
↑ + 182.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,434
↑ + 141.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,913
↓ -914%
YoY
D/E Ratio
0.60
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RAM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.60
ROE (%)
13.92
ROA (%)
7.55
Book Value/หุ้น
18.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RAM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-563
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-93
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RAM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-562.96
+11.80%
|
-503.53
+130.56%
|
-218.39
-86.04%
|
-1,564.61
-410.11%
|
504.54
-43.60%
|
894.64
+55.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-92.52
-102.91%
|
3,180.21
+344.06%
|
716.17
-42.87%
|
1,253.48
+28.92%
|
972.29
-151.99%
|
-1,870.32
-8.06%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,543.51
-158.37%
|
-2,644.35
-1,111.22%
|
261.50
-52.21%
|
547.14
-165.13%
|
-840.02
-245.02%
|
579.23
-63.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,093.91
-15.59%
|
1,295.97
-5.30%
|
1,368.54
+21.51%
|
1,126.32
+82.84%
|
616.02
-39.16%
|
1,012.47
+13.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,630.44
+140.46%
|
1,093.91
-15.59%
|
1,295.97
-5.30%
|
1,368.54
+21.50%
|
0.00
|
0.00
|