PSTC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PSTC
บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.35
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9726 out_tok=3364 at=2026-07-26T00:11:41 --> # PSTC พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 83.7% ในปี 65 รับผลบวกจากการไม่ตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ ## ฝ่ายจัดการชี้ปี 65 ขาดทุนสุทธิลดลง 562 ล้านบาท เหตุหลักจากการยกเลิกการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ ขณะที่รายได้จากการขาย LPG-LNG-NGV และอุปกรณ์โครงการยังคงเติบโต บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีผลขาดทุนสุทธิรวม 109.1 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 562.0 ล้านบาท หรือ 83.7% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยปัจจัยหลักมาจากการที่บริษัทฯ ไม่มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าชีวภาพและธุรกิจจำหน่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ในปีนี้ ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่มีการตั้งค่าเผื่อดังกล่าวจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทฯ ปรับลดลง 90.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมค้าเพิ่มสูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิของ PSTC ในปี 2565 ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การยกเลิกการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์จำนวน 697.0 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2564 โดยในปี 2565 ไม่มีการตั้งค่าเผื่อดังกล่าวเพิ่มเติม ทำให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ในปี 2564 บริษัทฯ มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าชีวภาพและชีวมวล (จัดประเภทเป็นสินทรัพย์รอการขาย) และธุรกิจจำหน่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ รวมเป็นจำนวน 697.0 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในปีดังกล่าวอย่างมาก แต่ในปี 2565 ไม่มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าเพิ่มเติม ทำให้รายการขาดทุนจากการตัดจำหน่าย / ค่าเผื่อการด้อยค่าในงบกำไรขาดทุนหายไป ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมาก **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ลักษณะครั้งคราว** การยกเลิกการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์นี้เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time) ในปี 2564 และไม่มีการตั้งค่าเผื่อเพิ่มเติมในปี 2565 ดังนั้น ปัจจัยนี้จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในลักษณะเดียวกันนี้อีกในอนาคต อย่างไรก็ตาม แม้ผลขาดทุนสุทธิจะลดลงอย่างมาก แต่ในเชิงของการดำเนินงานปกติ กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นลดลง 90.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้างที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 4.8% และมีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าสูงขึ้น 55.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติ ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิลดลง 83.7%:** ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 109.1 ล้านบาท ลดลง 562.0 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 671.1 ล้านบาท * **ปัจจัยหลักจากรายการพิเศษ:** การลดลงของผลขาดทุนสุทธิส่วนใหญ่มาจากการที่ปี 2564 มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ 697.0 ล้านบาท ซึ่งในปี 2565 ไม่มีการตั้งค่าเผื่อดังกล่าว * **รายได้จากการขายเติบโต 79.5%:** รายได้จากการขายรวม 1,276.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 565.3 ล้านบาท จากการขายอุปกรณ์งานโครงการ และการขาย LPG, LNG, NGV ที่ปริมาณและราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น โดยเฉพาะ LNG * **กำไรขั้นต้นลดลง 38.9%:** กำไรขั้นต้นรวม 142.5 ล้านบาท ลดลง 90.9 ล้านบาท จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง * **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง:** จาก 10.2% ในปี 2564 เป็น 7.8% ในปี 2565 โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 6.4% เป็น 4.7% * **ส่วนแบ่งขาดทุนร่วมค้าเพิ่มขึ้น:** จาก 3.5 ล้านบาท เป็น 59.3 ล้านบาท จากบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ที่ยังไม่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิรวม 109.1 ล้านบาท ลดลง 562.0 ล้านบาท หรือ 83.7% จากปีก่อนหน้าที่มีผลขาดทุนสุทธิ 671.1 ล้านบาท การลดลงของผลขาดทุนสุทธิมีสาเหตุหลักมาจากการที่ในปี 2564 มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์จำนวนมากถึง 697.0 ล้านบาท ซึ่งในปี 2565 ไม่มีการตั้งค่าเผื่อดังกล่าวเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง 90.9 ล้านบาท หรือ 38.9% จาก 233.4 ล้านบาท เป็น 142.5 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้างที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าเพิ่มสูงขึ้นจาก 3.5 ล้านบาท เป็น 59.3 ล้านบาท รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 565.3 ล้านบาท หรือ 79.5% มาอยู่ที่ 1,276.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขายอุปกรณ์งานโครงการ และการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง LPG, LNG, NGV ที่มีปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น โดยเฉพาะ LNG ที่มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 54.6% และราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น 56.6% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการบริการลดลง 78.6% จากการสิ้นสุดสัญญาลูกค้าบางราย และรายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 10.8% จากอัตราค่าไฟฟ้าตามสัญญาที่ลดลง อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 1.6% เป็น 4.7% เนื่องจากต้นทุนสินค้าสูงขึ้น โดยเฉพาะ LNG แต่ไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ทันท่วงที ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการก่อสร้างลดลง 4.8% เป็น 1.5% เนื่องจากมีการปรับปรุงประมาณการต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 5.6% หรือ 10.3 ล้านบาท เป็น 172.8 ล้านบาท จากนโยบายการควบคุมค่าใช้จ่าย ## โอกาส * **การเติบโตของรายได้จากการขาย:** รายได้จากการขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 จากการขายอุปกรณ์งานโครงการ และการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง LPG, LNG, NGV ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาและปริมาณขายที่สูงขึ้น * **การฟื้นตัวของธุรกิจก่อสร้าง:** แม้ในปี 2565 ธุรกิจก่อสร้างจะมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลง แต่หากสถานการณ์การลงทุนภาครัฐและเอกชนฟื้นตัว อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต * **การรับรู้กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรม:** การเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในการร่วมค้าจากการรับรู้กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ อาจส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** การพึ่งพารายได้จากการขาย LPG, LNG, NGV ทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาต้นทุนเชื้อเพลิงในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ทัน * **การดำเนินงานของบริษัทร่วมค้า:** บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมค้า ยังไม่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และมีส่วนแบ่งขาดทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ * **การชะลอตัวของการลงทุน:** การชะลอการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการก่อสร้างในปี 2565 และอาจยังคงเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้น * **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและจากการก่อสร้างที่ลดลงในปี 2565 เป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาขายเพื่อรักษาระดับอัตรากำไรได้หรือไม่ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาและปริมาณขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง:** โดยเฉพาะ LNG เพื่อประเมินผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไร * **ความคืบหน้าการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของบริษัทร่วมค้า (TPN):** เพื่อประเมินผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุน * **การฟื้นตัวของภาคการลงทุน:** เพื่อประเมินโอกาสในการรับงานใหม่ๆ และการปรับตัวของธุรกิจก่อสร้าง * **การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย:** เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงและก่อสร้าง * **การขายสินทรัพย์รอการขาย:** เพื่อประเมินผลกระทบต่อกระแสเงินสดและฐานะทางการเงิน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) **ราคา Commodity/ASP:** ราคาขายเฉลี่ยของ LNG ปรับตัวสูงขึ้น 56.6% ในปี 2565 สอดคล้องกับราคาต้นทุน LNG ในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้จากการขาย แต่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง เนื่องจากไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ทันสัดส่วนกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณขาย LNG เพิ่มขึ้น 54.6% ในปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้จากการขายเติบโต **ต้นทุนต่อหน่วย:** เอกสารไม่ได้ระบุต้นทุนต่อหน่วยโดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนสินค้าสูงขึ้น โดยเฉพาะ LNG ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น **กำลังการผลิต:** ไม่มีการระบุข้อมูลกำลังการผลิต **โครงการลงทุน:** มีการขายโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งหนึ่งออกไปในปี 2565 และไม่มีโครงการก่อสร้างใหม่เพิ่มเติมในปี 2565 เนื่องจากชะลอการลงทุนภาครัฐและเอกชน **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ไม่มีการกล่าวถึงกฎระเบียบที่ส่งผลกระทบโดยตรงในปี 2565 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **สินทรัพย์:** ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมลดลง 4.5% หรือ 343.0 ล้านบาท เป็น 7,323.3 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย (ขายออกไป) และต้นทุนในการทำให้เสร็จตามสัญญาที่รับรู้เป็นต้นทุนระหว่างปี **หนี้สิน:** หนี้สินรวมลดลง 23.8% หรือ 610.4 ล้านบาท เป็น 1,956.1 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและเงินเบิกเกินบัญชี และการลดลงของเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 5.2% หรือ 267.4 ล้านบาท เป็น 5,367.2 ล้านบาท เนื่องจากหนี้สินรวมลดลงมากกว่าสินทรัพย์รวม **กระแสเงินสด:** * **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีกระแสเงินสดจ่ายสุทธิ 20.2 ล้านบาท ลดลง 110.0% จากปีก่อน ซึ่งเกิดจากการจ่ายชำระหนี้เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น * **กิจกรรมลงทุน:** มีกระแสเงินสดรับสุทธิ 382.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189.0% จากปีก่อน โดยหลักมาจากการขายโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งหนึ่งจำนวน 400.5 ล้านบาท * **กิจกรรมจัดหาเงิน:** มีกระแสเงินสดจ่ายสุทธิ 310.1 ล้านบาท ลดลง 281.7% จากปีก่อน ซึ่งเกิดจากการชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน * **เงินสดคงเหลือ:** ณ สิ้นปี 2565 มีเงินสดคงเหลือ 142.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสุทธิ 51.2 ล้านบาท **อัตราส่วนทางการเงิน:** * **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องและสภาพคล่องหมุนเร็วต่ำกว่า 1 เท่า เนื่องจากมีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือน เม.ย. 2566 ถูกจัดประเภทเป็นหนี้สินหมุนเวียน (แต่ได้ออกหุ้นกู้ใหม่ทดแทนแล้วใน ม.ค. 2566) * **ความสามารถในการทำกำไร:** อัตรากำไรขั้นต้น, อัตรากำไรจากการดำเนินงาน, อัตรากำไรสุทธิ และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ยังคงติดลบ แต่มีอัตราส่วนติดลบน้อยลงกว่าปีก่อน * **ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน:** อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์และสินทรัพย์ถาวรยังคงติดลบ * **นโยบายทางการเงิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.50 เป็น 0.36 เนื่องจากหนี้สินรวมลดลง ## สรุปท้าย PSTC ในปี 2565 พลิกฟื้นจากผลขาดทุนสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 83.7% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการยกเลิกการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ซึ่งเป็นรายการพิเศษในปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากการขายอุปกรณ์โครงการและผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง แต่กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปกติกลับลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง และมีส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมค้าเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง และการดำเนินงานของบริษัทร่วมค้าที่ยังไม่สร้างกำไร ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการฟื้นตัวของภาคการลงทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSTC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
421.06 ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
กำไรขั้นต้น
41.74 ล้านบาท
↓ 54.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.91 %
กำไรสุทธิ
-3,037.44 ล้านบาท
↑ 4666.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-721.39 %
D/E Ratio
0.85
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
421
↓ -11.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
42
↓ -54.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,037
↑ + 4666.1% YoY
D/E Ratio
0.85

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSTC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
421.06
-11.22%
474.26
+22.48%
387.22
+5.39%
367.40
+40.15%
262.16
-71.24%
911.50
+4.75%
กำไรขั้นต้น —
41.74
-54.10%
90.95
+259.46%
25.30
-52.50%
53.27
+434.06%
9.97
-90.74%
107.73
+3.69%
ค่าใช้จ่ายรวม —
47.42
+164.81%
-73.17
-275.85%
41.61
-29.95%
59.40
+31.27%
45.25
+15.92%
39.03
-39.82%
กำไรสุทธิ —
-3,037.44
-4,666.11%
-63.73
+49.15%
-125.33
-3,137.77%
-3.87
+99.48%
-740.24
-1,355.78%
58.95
+58.83%
กำไรต่อหุ้น —
-0.88
-4,772.22%
-0.02
+50.00%
-0.04
-3,500.00%
0.00
+99.53%
-0.21
-1,358.82%
0.02
+54.55%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
9.91
-48.33%
19.18
+193.72%
6.53
-54.97%
14.50
+281.58%
3.80
-67.85%
11.82
-1.01%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
11.26
+172.97%
-15.43
-243.67%
10.74
-33.58%
16.17
-6.32%
17.26
+303.27%
4.28
-42.55%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-721.39
-5,267.49%
-13.44
+58.48%
-32.37
-2,982.86%
-1.05
+99.63%
-282.37
-4,464.30%
6.47
+51.52%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
-2.09
0.00
-100.00%
ROE(%) —
-89.73
-1,423.43%
-5.89
-78.48%
-3.30
-60.98%
-2.05
+83.44%
-12.38
+22.14%
-15.90
-129.11%
ROA(%) —
-59.69
-2,231.64%
-2.56
-811.11%
0.36
+212.50%
-0.32
+43.86%
-0.57
+94.07%
-9.62
-327.56%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.85
+174.19%
0.31
-13.89%
0.36
0.36
-28.00%
0.50
+16.28%
0.43
+38.71%
P/E —
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
-302.96%
49.27
0.00
-100.00%
P/BV —
0.20
-35.48%
0.31
-13.89%
0.36
-51.35%
0.74
-31.48%
1.08
+45.95%
0.74
-43.08%
BV —
1.47
-6.96%
1.58
-31.30%
2.30
-0.86%
2.32
-6.07%
2.47
+2.49%
2.41
+315.52%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
2.81
+102.16%
ราคาหุ้น —
0.29
-40.82%
0.49
-41.67%
0.84
-51.16%
1.72
-35.34%
2.66
+49.44%
1.78
+137.33%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.85
ROE (%)
-89.73
ROA (%)
-59.69
Book Value/หุ้น
0.58

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSTC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
549.84
-32.22%
785.94
-11.89%
892.03
-19.11%
1,102.76
-26.72%
1,504.85
+16.18%
1,295.33
-45.86%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
3,268.45
-48.16%
6,330.36
-2.82%
6,514.19
+4.72%
6,220.54
+0.96%
6,161.49
-10.76%
6,904.40
-11.98%
รวมสินทรัพย์ —
3,818.29
-46.34%
7,116.31
-3.91%
7,406.22
+1.13%
7,323.30
-4.47%
7,666.34
-6.50%
8,199.74
-19.90%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,173.19
+13.63%
1,032.50
-35.62%
1,603.83
+3.48%
1,549.97
-15.82%
1,841.24
-6.38%
1,966.71
-25.92%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
580.96
-12.30%
662.47
+93.01%
343.23
-15.48%
406.10
-44.01%
725.26
+50.58%
481.65
-29.33%
รวมหนี้สิน —
1,754.15
+3.49%
1,694.97
-12.95%
1,947.06
-0.46%
1,956.08
-23.78%
2,566.50
+4.83%
2,448.36
-26.61%
รวมส่วนของเจ้าของ —
2,064.14
-61.93%
5,421.34
-0.69%
5,459.16
+1.71%
5,367.23
+5.24%
5,099.85
-11.33%
5,751.37
-16.65%
D/E —
0.85
0.31
0.36
0.36
0.50
0.43
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-89.73
-5.89
-3.30
-2.05
-12.38
-15.90
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-59.69
-2.56
0.36
-0.32
-0.57
-9.62
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.47
0.76
0.56
0.71
0.82
0.66
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.34
0.43
0.28
0.30
0.22
0.46
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
69.00
75.98
0.00
0.00
85.74
173.89
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
11.07
14.41
0.00
0.00
16.72
19.14
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
66.83
77.62
0.00
0.00
100.86
87.77
วงจรเงินสด —
13.23
12.77
0.00
0.00
1.61
105.25
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+95
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSTC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
94.76
-214.43%
-82.81
-385.26%
29.03
-93.53%
448.54
-240.53%
-319.17
+119.50%
-145.41
-76.64%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
90.03
-86.73%
678.68
+984.85%
62.56
-107.93%
-789.32
+486.24%
-134.64
-112.24%
1,099.72
-23.66%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
58.29
-105.52%
-1,055.67
+599.58%
-150.90
+15.44%
-130.72
-124.94%
524.21
-155.10%
-951.30
-1.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
245.88
-153.51%
-459.53
+687.41%
-58.36
+38.59%
-42.11
-170.25%
59.94
+1,891.36%
3.01
-102.02%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
156.75
+70.58%
91.89
-35.51%
142.48
+76.38%
80.78
-45.62%
148.56
+2.06%
145.56
-50.63%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
114.08
-27.22%
156.75
+70.58%
91.89
-35.51%
142.48
+76.38%
80.78
-45.62%
148.56
+2.06%