บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.35
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9726 out_tok=3364 at=2026-07-26T00:11:41 -->
# PSTC พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 83.7% ในปี 65 รับผลบวกจากการไม่ตั้งด้อยค่าสินทรัพย์
## ฝ่ายจัดการชี้ปี 65 ขาดทุนสุทธิลดลง 562 ล้านบาท เหตุหลักจากการยกเลิกการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ ขณะที่รายได้จากการขาย LPG-LNG-NGV และอุปกรณ์โครงการยังคงเติบโต
บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีผลขาดทุนสุทธิรวม 109.1 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 562.0 ล้านบาท หรือ 83.7% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยปัจจัยหลักมาจากการที่บริษัทฯ ไม่มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าชีวภาพและธุรกิจจำหน่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ในปีนี้ ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่มีการตั้งค่าเผื่อดังกล่าวจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทฯ ปรับลดลง 90.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมค้าเพิ่มสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิของ PSTC ในปี 2565 ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การยกเลิกการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์จำนวน 697.0 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2564 โดยในปี 2565 ไม่มีการตั้งค่าเผื่อดังกล่าวเพิ่มเติม ทำให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในปี 2564 บริษัทฯ มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าชีวภาพและชีวมวล (จัดประเภทเป็นสินทรัพย์รอการขาย) และธุรกิจจำหน่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ รวมเป็นจำนวน 697.0 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในปีดังกล่าวอย่างมาก แต่ในปี 2565 ไม่มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าเพิ่มเติม ทำให้รายการขาดทุนจากการตัดจำหน่าย / ค่าเผื่อการด้อยค่าในงบกำไรขาดทุนหายไป ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมาก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** การยกเลิกการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์นี้เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time) ในปี 2564 และไม่มีการตั้งค่าเผื่อเพิ่มเติมในปี 2565 ดังนั้น ปัจจัยนี้จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในลักษณะเดียวกันนี้อีกในอนาคต
อย่างไรก็ตาม แม้ผลขาดทุนสุทธิจะลดลงอย่างมาก แต่ในเชิงของการดำเนินงานปกติ กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นลดลง 90.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้างที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 4.8% และมีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าสูงขึ้น 55.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติ
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 83.7%:** ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 109.1 ล้านบาท ลดลง 562.0 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 671.1 ล้านบาท
* **ปัจจัยหลักจากรายการพิเศษ:** การลดลงของผลขาดทุนสุทธิส่วนใหญ่มาจากการที่ปี 2564 มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ 697.0 ล้านบาท ซึ่งในปี 2565 ไม่มีการตั้งค่าเผื่อดังกล่าว
* **รายได้จากการขายเติบโต 79.5%:** รายได้จากการขายรวม 1,276.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 565.3 ล้านบาท จากการขายอุปกรณ์งานโครงการ และการขาย LPG, LNG, NGV ที่ปริมาณและราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น โดยเฉพาะ LNG
* **กำไรขั้นต้นลดลง 38.9%:** กำไรขั้นต้นรวม 142.5 ล้านบาท ลดลง 90.9 ล้านบาท จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง:** จาก 10.2% ในปี 2564 เป็น 7.8% ในปี 2565 โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 6.4% เป็น 4.7%
* **ส่วนแบ่งขาดทุนร่วมค้าเพิ่มขึ้น:** จาก 3.5 ล้านบาท เป็น 59.3 ล้านบาท จากบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ที่ยังไม่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิรวม 109.1 ล้านบาท ลดลง 562.0 ล้านบาท หรือ 83.7% จากปีก่อนหน้าที่มีผลขาดทุนสุทธิ 671.1 ล้านบาท การลดลงของผลขาดทุนสุทธิมีสาเหตุหลักมาจากการที่ในปี 2564 มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์จำนวนมากถึง 697.0 ล้านบาท ซึ่งในปี 2565 ไม่มีการตั้งค่าเผื่อดังกล่าวเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมของกลุ่มบริษัทฯ ลดลง 90.9 ล้านบาท หรือ 38.9% จาก 233.4 ล้านบาท เป็น 142.5 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้างที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าเพิ่มสูงขึ้นจาก 3.5 ล้านบาท เป็น 59.3 ล้านบาท
รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 565.3 ล้านบาท หรือ 79.5% มาอยู่ที่ 1,276.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขายอุปกรณ์งานโครงการ และการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง LPG, LNG, NGV ที่มีปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น โดยเฉพาะ LNG ที่มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 54.6% และราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น 56.6% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการบริการลดลง 78.6% จากการสิ้นสุดสัญญาลูกค้าบางราย และรายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 10.8% จากอัตราค่าไฟฟ้าตามสัญญาที่ลดลง
อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 1.6% เป็น 4.7% เนื่องจากต้นทุนสินค้าสูงขึ้น โดยเฉพาะ LNG แต่ไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ทันท่วงที ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการก่อสร้างลดลง 4.8% เป็น 1.5% เนื่องจากมีการปรับปรุงประมาณการต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 5.6% หรือ 10.3 ล้านบาท เป็น 172.8 ล้านบาท จากนโยบายการควบคุมค่าใช้จ่าย
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากการขาย:** รายได้จากการขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 จากการขายอุปกรณ์งานโครงการ และการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง LPG, LNG, NGV ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาและปริมาณขายที่สูงขึ้น
* **การฟื้นตัวของธุรกิจก่อสร้าง:** แม้ในปี 2565 ธุรกิจก่อสร้างจะมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลง แต่หากสถานการณ์การลงทุนภาครัฐและเอกชนฟื้นตัว อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **การรับรู้กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรม:** การเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในการร่วมค้าจากการรับรู้กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ อาจส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** การพึ่งพารายได้จากการขาย LPG, LNG, NGV ทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาต้นทุนเชื้อเพลิงในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ทัน
* **การดำเนินงานของบริษัทร่วมค้า:** บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมค้า ยังไม่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และมีส่วนแบ่งขาดทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ
* **การชะลอตัวของการลงทุน:** การชะลอการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการก่อสร้างในปี 2565 และอาจยังคงเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและจากการก่อสร้างที่ลดลงในปี 2565 เป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาขายเพื่อรักษาระดับอัตรากำไรได้หรือไม่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาและปริมาณขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง:** โดยเฉพาะ LNG เพื่อประเมินผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไร
* **ความคืบหน้าการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของบริษัทร่วมค้า (TPN):** เพื่อประเมินผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุน
* **การฟื้นตัวของภาคการลงทุน:** เพื่อประเมินโอกาสในการรับงานใหม่ๆ และการปรับตัวของธุรกิจก่อสร้าง
* **การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย:** เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงและก่อสร้าง
* **การขายสินทรัพย์รอการขาย:** เพื่อประเมินผลกระทบต่อกระแสเงินสดและฐานะทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity/ASP:** ราคาขายเฉลี่ยของ LNG ปรับตัวสูงขึ้น 56.6% ในปี 2565 สอดคล้องกับราคาต้นทุน LNG ในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้จากการขาย แต่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง เนื่องจากไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ทันสัดส่วนกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณขาย LNG เพิ่มขึ้น 54.6% ในปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้จากการขายเติบโต
**ต้นทุนต่อหน่วย:** เอกสารไม่ได้ระบุต้นทุนต่อหน่วยโดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนสินค้าสูงขึ้น โดยเฉพาะ LNG ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
**กำลังการผลิต:** ไม่มีการระบุข้อมูลกำลังการผลิต
**โครงการลงทุน:** มีการขายโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งหนึ่งออกไปในปี 2565 และไม่มีโครงการก่อสร้างใหม่เพิ่มเติมในปี 2565 เนื่องจากชะลอการลงทุนภาครัฐและเอกชน
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ไม่มีการกล่าวถึงกฎระเบียบที่ส่งผลกระทบโดยตรงในปี 2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมลดลง 4.5% หรือ 343.0 ล้านบาท เป็น 7,323.3 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย (ขายออกไป) และต้นทุนในการทำให้เสร็จตามสัญญาที่รับรู้เป็นต้นทุนระหว่างปี
**หนี้สิน:** หนี้สินรวมลดลง 23.8% หรือ 610.4 ล้านบาท เป็น 1,956.1 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและเงินเบิกเกินบัญชี และการลดลงของเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 5.2% หรือ 267.4 ล้านบาท เป็น 5,367.2 ล้านบาท เนื่องจากหนี้สินรวมลดลงมากกว่าสินทรัพย์รวม
**กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีกระแสเงินสดจ่ายสุทธิ 20.2 ล้านบาท ลดลง 110.0% จากปีก่อน ซึ่งเกิดจากการจ่ายชำระหนี้เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น
* **กิจกรรมลงทุน:** มีกระแสเงินสดรับสุทธิ 382.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189.0% จากปีก่อน โดยหลักมาจากการขายโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งหนึ่งจำนวน 400.5 ล้านบาท
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** มีกระแสเงินสดจ่ายสุทธิ 310.1 ล้านบาท ลดลง 281.7% จากปีก่อน ซึ่งเกิดจากการชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
* **เงินสดคงเหลือ:** ณ สิ้นปี 2565 มีเงินสดคงเหลือ 142.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสุทธิ 51.2 ล้านบาท
**อัตราส่วนทางการเงิน:**
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องและสภาพคล่องหมุนเร็วต่ำกว่า 1 เท่า เนื่องจากมีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือน เม.ย. 2566 ถูกจัดประเภทเป็นหนี้สินหมุนเวียน (แต่ได้ออกหุ้นกู้ใหม่ทดแทนแล้วใน ม.ค. 2566)
* **ความสามารถในการทำกำไร:** อัตรากำไรขั้นต้น, อัตรากำไรจากการดำเนินงาน, อัตรากำไรสุทธิ และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ยังคงติดลบ แต่มีอัตราส่วนติดลบน้อยลงกว่าปีก่อน
* **ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน:** อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์และสินทรัพย์ถาวรยังคงติดลบ
* **นโยบายทางการเงิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.50 เป็น 0.36 เนื่องจากหนี้สินรวมลดลง
## สรุปท้าย
PSTC ในปี 2565 พลิกฟื้นจากผลขาดทุนสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 83.7% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการยกเลิกการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ซึ่งเป็นรายการพิเศษในปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากการขายอุปกรณ์โครงการและผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง แต่กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปกติกลับลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง และมีส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมค้าเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง และการดำเนินงานของบริษัทร่วมค้าที่ยังไม่สร้างกำไร ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการฟื้นตัวของภาคการลงทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSTC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
421.06
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
กำไรขั้นต้น
41.74
ล้านบาท
↓ 54.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.91
%
กำไรสุทธิ
-3,037.44
ล้านบาท
↑ 4666.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-721.39
%
D/E Ratio
0.85
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
421
↓ -11.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
42
↓ -54.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,037
↑ + 4666.1%
YoY
D/E Ratio
0.85
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSTC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.85
ROE (%)
-89.73
ROA (%)
-59.69
Book Value/หุ้น
0.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSTC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+95
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSTC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
94.76
-214.43%
|
-82.81
-385.26%
|
29.03
-93.53%
|
448.54
-240.53%
|
-319.17
+119.50%
|
-145.41
-76.64%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
90.03
-86.73%
|
678.68
+984.85%
|
62.56
-107.93%
|
-789.32
+486.24%
|
-134.64
-112.24%
|
1,099.72
-23.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
58.29
-105.52%
|
-1,055.67
+599.58%
|
-150.90
+15.44%
|
-130.72
-124.94%
|
524.21
-155.10%
|
-951.30
-1.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
245.88
-153.51%
|
-459.53
+687.41%
|
-58.36
+38.59%
|
-42.11
-170.25%
|
59.94
+1,891.36%
|
3.01
-102.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
156.75
+70.58%
|
91.89
-35.51%
|
142.48
+76.38%
|
80.78
-45.62%
|
148.56
+2.06%
|
145.56
-50.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
114.08
-27.22%
|
156.75
+70.58%
|
91.89
-35.51%
|
142.48
+76.38%
|
80.78
-45.62%
|
148.56
+2.06%
|