บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.35
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12963 out_tok=3979 at=2026-07-26T01:20:52 -->
# PSTC พลิกขาดทุนสุทธิลดลงปี 2564 รับแรงหนุนรายได้ก่อสร้างพุ่ง
## รายได้ก่อสร้างโต 47% หนุนภาพรวมรายได้ แม้ธุรกิจปิโตรเลียมและโรงไฟฟ้าชะลอตัว
บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 2,343.15 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถลดการขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 671.14 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 1,017.15 ล้านบาทในปี 2563 การเปลี่ยนแปลงนี้มีปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในธุรกิจก่อสร้าง ขณะที่ธุรกิจอื่นได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และการปรับโครงสร้าง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PSTC ในปี 2564 มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากธุรกิจก่อสร้าง** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 47.47% หรือ 447.13 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าภาพรวมรายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ก่อสร้างนี้ได้ช่วยชดเชยผลกระทบจากธุรกิจอื่นที่ชะลอตัวลง และที่สำคัญคือการลดลงของการขาดทุนสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในธุรกิจก่อสร้างมาจาก **โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายโครงการ** ที่มีความคืบหน้าและสามารถรับรู้รายได้ได้ในปี 2564 เช่น โครงการก่อสร้างสถานีดับเพลิง คลังน้ำมันขนาดใหญ่ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานไฮบริด ซึ่งโครงการเหล่านี้มีมูลค่าสูงกว่าโครงการในปี 2563 ที่มีขนาดเล็กกว่า นอกจากนี้ ต้นทุนงานก่อสร้างที่สูงขึ้น 59.53% ก็สอดคล้องกับมูลค่าโครงการที่เพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยจากสัดส่วนสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่สูงขึ้น และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ฝ่ายจัดการระบุว่าส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 13.86% ในปี 2563 เป็น 10.24% ในปี 2564
ในทางกลับกัน ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ ได้แก่:
* **ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเหลว (LNG, LPG, NGV):** รายได้ลดลง 32.12% เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ภาคธุรกิจบริการและขนส่งมีการใช้แก๊สลดลง รวมถึงราคา LNG ที่สูงขึ้น และการเลื่อนการติดตั้งสถานี LNG ของลูกค้ารายใหญ่
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน:** รายได้ลดลง 16.03% เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งหนึ่งมีอัตราค่าไฟฟ้าลดลงตามสัญญา และการจำหน่ายบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลและชีวภาพออกไป
* **ธุรกิจออกแบบจำหน่ายและติดตั้งระบบจ่ายไฟฟ้า ระบบประหยัดพลังงาน และสินค้าที่เกี่ยวกับท่อส่งน้ำมัน/คลังน้ำมัน:** รายได้ลดลง เนื่องจากแผนการส่งมอบสินค้าและการติดตั้งล่าช้าจากการชะลอการลงทุนของภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่จากผลกระทบโควิด-19
นอกจากนี้ การขาดทุนสุทธิที่ลดลงยังมาจาก **การรับรู้รายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และค่าความนิยมที่ลดลง** ในปี 2564 อยู่ที่ 155.50 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีการขาดทุนจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์และรายการอื่น ๆ ที่สูงกว่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในธุรกิจก่อสร้าง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดันอัตรากำไร** ฝ่ายจัดการระบุว่าโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายโครงการ เช่น โครงการก่อสร้างสถานีดับเพลิง คลังน้ำมัน และโรงไฟฟ้าไฮบริด จะมีรายได้ต่อเนื่องในปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยบวก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนงานก่อสร้างที่สูงขึ้นจากสินค้านำเข้าและอัตราแลกเปลี่ยน อาจยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป
สำหรับธุรกิจอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นั้น มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้หากสถานการณ์คลี่คลาย แต่การชะลอการลงทุนของภาครัฐและเอกชนอาจส่งผลกระทบต่อเนื่อง
ส่วนการขายโรงไฟฟ้าชีวมวลและชีวภาพที่รับรู้เป็น "สินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย" และ "ขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิก" นั้น เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2564 และได้มีการลงนามสัญญาขายโรงไฟฟ้าชีวมวลแล้ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อกระแสเงินสดในอนาคต แต่การรับรู้ขาดทุนจากมูลค่ายุติธรรมของโรงไฟฟ้าเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการโดยรวมยังคงขาดทุน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 2,343.15 ล้านบาท ลดลง 1.2% YoY** จาก 2,371.64 ล้านบาท
* **ขาดทุนสุทธิปี 2564 ลดลงเหลือ 671.14 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุนสุทธิ 1,017.15 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 47.47% YoY** เป็น 1,388.98 ล้านบาท จากโครงการขนาดใหญ่
* **ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเหลว รายได้ลดลง 32.12% YoY** จากผลกระทบโควิด-19 และราคา LNG ที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน รายได้ลดลง 16.03% YoY** จากการซ่อมบำรุงใหญ่และการจำหน่ายบริษัทย่อย
* **รับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และค่าความนิยม 155.50 ล้านบาท** ในปี 2564
* **รับรู้ขาดทุนหลังภาษีจากการดำเนินงานที่ยกเลิก 578.16 ล้านบาท** จากมูลค่ายุติธรรมโรงไฟฟ้าชีวมวลและชีวภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 PSTC มีรายได้รวม 2,343.15 ล้านบาท ลดลง 28.49 ล้านบาท หรือ 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเหลว (LNG, LPG, NGV) และธุรกิจออกแบบจำหน่ายและติดตั้งระบบจ่ายไฟฟ้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ภาคธุรกิจชะลอการลงทุนและลดปริมาณการใช้พลังงาน ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนก็ปรับตัวลดลงเนื่องจากการหยุดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อซ่อมบำรุงใหญ่
อย่างไรก็ตาม รายได้จากการก่อสร้างกลับเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 47.47% หรือ 447.13 ล้านบาท จากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น โครงการก่อสร้างสถานีดับเพลิง คลังน้ำมัน และโรงไฟฟ้าพลังงานไฮบริด ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องในปี 2565 รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 111.51% จากกำไรจากการขายสินทรัพย์และเงินลงทุนในบริษัทย่อย
ในด้านต้นทุนขายและบริการ ต้นทุนขายลดลง 32.64% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลงในธุรกิจปิโตรเลียมและระบบจ่ายไฟฟ้า ต้นทุนบริการลดลง 77.62% ตามรายได้บริการที่ลดลง ต้นทุนขายไฟฟ้าลดลง 29.33% และต้นทุนงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 59.53% สอดคล้องกับมูลค่าโครงการที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง 33.86% จากการปรับโครงสร้างพนักงานขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหารใกล้เคียงปีก่อน
บริษัทมีขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ในสถานี NGV จำนวน 144.33 ล้านบาท และค่าเผื่อการด้อยค่าของค่าความนิยม 11.17 ล้านบาท รวมเป็น 155.50 ล้านบาท
ต้นทุนทางการเงินลดลง 32.11% จากการจ่ายคืนหุ้นกู้และเงินกู้ระยะยาว
บริษัทมีรายได้ภาษีเงินได้ 15.05 ล้านบาท เทียบกับค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 18.5 ล้านบาทในปี 2563
บริษัทมีขาดทุนก่อนภาษีเงินได้สำหรับปี 2564 จำนวน 108.03 ล้านบาท ลดลง 129.93 ล้านบาทจากปีก่อน
รายการขาดทุนหลังภาษีเงินได้จากการดำเนินงานที่ยกเลิกสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 578.16 ล้านบาท ลดลงจาก 1,020.55 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากขาดทุนจากมูลค่ายุติธรรมของโรงไฟฟ้าชีวมวลและชีวภาพ
ส่งผลให้บริษัทมีขาดทุนสุทธิปี 2564 จำนวน 671.14 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 1,017.15 ล้านบาท
## โอกาส
* **โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ต่อเนื่อง:** โครงการก่อสร้างสถานีดับเพลิง คลังน้ำมัน และโรงไฟฟ้าไฮบริด ที่รับรู้รายได้ในปี 2564 คาดว่าจะสร้างรายได้ต่อเนื่องในปี 2565
* **การฟื้นตัวของธุรกิจพลังงาน:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ภาคธุรกิจบริการและขนส่งอาจกลับมาใช้พลังงานมากขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเหลว
* **การขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน:** มีแนวโน้มในการให้บริการกลุ่มประหยัดพลังงานร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งมีความคืบหน้ากว่า 90% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2565
* **การขายสินทรัพย์:** การขายโรงไฟฟ้าชีวมวลจะสร้างกระแสเงินสดรับเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการชะลอตัวของภาคธุรกิจและปริมาณการใช้พลังงาน
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** ราคา LNG ที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเหลว
* **ต้นทุนงานก่อสร้างที่สูงขึ้น:** อัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าและต้นทุนสินค้านำเข้าที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจก่อสร้าง
* **การชะลอการลงทุนของภาครัฐและเอกชน:** อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ในธุรกิจออกแบบจำหน่ายและติดตั้งระบบ
* **การดำเนินงานที่ยกเลิก:** การรับรู้ขาดทุนจากมูลค่ายุติธรรมของโรงไฟฟ้าชีวมวลและชีวภาพ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าและรายได้ที่จะรับรู้จากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในปี 2565
* แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเหลว และผลกระทบจากราคา LNG
* การบริหารจัดการต้นทุนงานก่อสร้าง เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* ความคืบหน้าในการให้บริการกลุ่มประหยัดพลังงานร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
* ผลกระทบจากการขายโรงไฟฟ้าชีวมวลต่อกระแสเงินสดและโครงสร้างทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** เอกสารไม่ได้ระบุราคา Commodity หรือ ASP โดยตรง แต่กล่าวถึงราคา LNG ที่สูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ธุรกิจปิโตรเลียม
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** รายได้ธุรกิจปิโตรเลียมลดลงเนื่องจากปริมาณการใช้แก๊สลดลง
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง
* **กำลังการผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลกำลังการผลิตโดยตรง แต่กล่าวถึงการหยุดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าชีวมวลและชีวภาพเพื่อซ่อมบำรุงใหญ่
* **โครงการลงทุน:** มีการลงทุนในอาคารสำนักงานแห่งใหม่ โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการขายพลังงานความร้อน
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ไม่ได้ระบุข้อมูลในส่วนนี้โดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 7,666.34 ล้านบาท ลดลงจาก 8,199.74 ล้านบาทในปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการจัดประเภทโรงไฟฟ้าชีวมวลและชีวภาพเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลงจาก 148.56 ล้านบาท เป็น 80.78 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืม ซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และใช้เงินสดหมุนเวียนสำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
* **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น:** ลดลง 315.73 ล้านบาท เนื่องจากได้รับชำระเงินจากลูกค้าโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เร็วขึ้น
* **สินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย:** เพิ่มขึ้น 518.24 ล้านบาท จากการจัดประเภทโรงไฟฟ้าชีวมวลและชีวภาพ
* **เงินลงทุนในการร่วมค้า:** เพิ่มขึ้น 3,709.81 ล้านบาท จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสะสมของกิจการร่วมค้า
* **ที่ดินอาคารและอุปกรณ์:** ลดลง 758.92 ล้านบาท จากการโอนโรงไฟฟ้าชีวมวล/ชีวภาพไปเป็นสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย และการรับรู้ค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์ NGV แต่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในอาคารสำนักงานใหม่และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 0.50 เท่าของส่วนของผู้ถือหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 0.43 เท่าในปี 2563 จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมเบิกเกินบัญชีและเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า
* **เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น:** เพิ่มขึ้น 721.33 ล้านบาท เพื่อรองรับการซื้อสินค้าจากต่างประเทศสำหรับโครงการก่อสร้าง
* **เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น:** ลดลง 485.84 ล้านบาท จากการลดลงของเจ้าหนี้ค่าสินค้าและบริการค้างจ่ายงานก่อสร้าง
* **หุ้นกู้:** มีการจ่ายชำระคืน 100 ล้านบาท และมีการออกหุ้นกู้ใหม่ ทำให้ภาพรวมหุ้นกู้ระยะสั้นและยาวลดลง
* **เงินกู้ยืมระยะยาว:** ลดลง โดยมีการชำระคืนระหว่างปี และมีการเพิ่มขึ้นจากการกู้เงินซื้อที่ดินและอาคารใหม่
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** เป็นบวก 201.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากรับชำระเงินจากลูกหนี้ได้ดีขึ้น
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** เป็นลบ 445.93 ล้านบาท จากการลงทุนในอาคารใหม่ สถานี LNG และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** เป็นบวก 186.95 ล้านบาท จากการใช้วงเงินหมุนเวียนระยะสั้นสำหรับงานก่อสร้าง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 5,751.37 ล้านบาท เป็น 5,099.85 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานขาดทุนสะสม
## สรุปท้าย
PSTC ในปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลให้รายได้รวมลดลงเล็กน้อย และธุรกิจปิโตรเลียมรวมถึงโรงไฟฟ้าปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ได้เข้ามาช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว และที่สำคัญคือการลดลงของการขาดทุนสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายการขาดทุนจากการด้อยค่าที่ลดลง และการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไป แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะถูกกดดันจากต้นทุนงานก่อสร้างที่สูงขึ้น แต่การมีรายได้ต่อเนื่องจากโครงการก่อสร้างและโอกาสในการฟื้นตัวของธุรกิจอื่น ๆ ประกอบกับการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่ดีขึ้น ทำให้ PSTC ยังคงมีปัจจัยที่น่าจับตาในการดำเนินงานปี 2565 โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนและแสวงหาโอกาสในการเติบโตจากโครงการใหม่ ๆ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSTC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
421.06
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
กำไรขั้นต้น
41.74
ล้านบาท
↓ 54.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.91
%
กำไรสุทธิ
-3,037.44
ล้านบาท
↑ 4666.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-721.39
%
D/E Ratio
0.85
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
421
↓ -11.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
42
↓ -54.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,037
↑ + 4666.1%
YoY
D/E Ratio
0.85
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSTC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.85
ROE (%)
-89.73
ROA (%)
-59.69
Book Value/หุ้น
0.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSTC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+95
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSTC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
94.76
-214.43%
|
-82.81
-385.26%
|
29.03
-93.53%
|
448.54
-240.53%
|
-319.17
+119.50%
|
-145.41
-76.64%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
90.03
-86.73%
|
678.68
+984.85%
|
62.56
-107.93%
|
-789.32
+486.24%
|
-134.64
-112.24%
|
1,099.72
-23.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
58.29
-105.52%
|
-1,055.67
+599.58%
|
-150.90
+15.44%
|
-130.72
-124.94%
|
524.21
-155.10%
|
-951.30
-1.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
245.88
-153.51%
|
-459.53
+687.41%
|
-58.36
+38.59%
|
-42.11
-170.25%
|
59.94
+1,891.36%
|
3.01
-102.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
156.75
+70.58%
|
91.89
-35.51%
|
142.48
+76.38%
|
80.78
-45.62%
|
148.56
+2.06%
|
145.56
-50.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
114.08
-27.22%
|
156.75
+70.58%
|
91.89
-35.51%
|
142.48
+76.38%
|
80.78
-45.62%
|
148.56
+2.06%
|