บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.35
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7501 out_tok=2961 at=2026-07-26T00:55:30 -->
# PSTC พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/66 เป็นกำไร หลังรายได้ก่อสร้างฟื้น-ส่วนแบ่งขาดทุนลด
## รายได้ก่อสร้าง-ส่วนแบ่งขาดทุนร่วมค้า หนุนผลงาน 9 เดือน PSTC พลิกขาดทุนเป็นกำไร ขณะที่ Q3/66 ยังขาดทุนสุทธิ
บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิ 9.8 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 8.7 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายและบริการ อย่างไรก็ตาม สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 55.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 105.2 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง และส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้าที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PSTC ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของกำไรขั้นต้น โดยเฉพาะจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง** ประกอบกับการ **ลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้า** ซึ่งช่วยชดเชยผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2566 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 9.8 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กลุ่มธุรกิจก่อสร้าง:** การที่กำไรขั้นต้นสูงขึ้นในงวด 9 เดือนปี 2566 มาจากการรับรู้รายได้และกำไรจากการก่อสร้างโครงการใหม่ คือ งานในโครงการ GSP7 ซึ่งเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 3 ปี 2566 ในขณะที่ปี 2565 มีการรับรู้กำไรจากการก่อสร้างโครงการหลักที่แล้วเสร็จในช่วงปลายปี ทำให้ภาพรวมกำไรขั้นต้นของกลุ่มธุรกิจก่อสร้างดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่เคยมีอัตรากำไรขั้นต้นติดลบจากการปรับปรุงต้นทุนงานก่อสร้างบางโครงการสูงขึ้นในช่วงปิดโครงการ
**ส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้า:** ส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้าลดลงอย่างมากในงวด 9 เดือนปี 2566 เนื่องจากบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) ซึ่งดำเนินธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ มีการตั้งประมาณการภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องยื่นเพิ่มเติมแก่กรมสรรพากรในปี 2565 ทำให้ปี 2566 มีการตั้งสำรองลดลง แม้ว่า TPN จะยังไม่เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ แต่คาดว่าจะเริ่มได้ภายในปี 2566
**ปัจจัยกดดันใน Q3/66:** แม้ภาพรวม 9 เดือนจะดีขึ้น แต่ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 9.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการ **ลดลงของรายได้จากการขาย** เป็นหลัก (ลดลง 46.0% YoY) รวมถึงรายได้จากการบริการที่ลดลง แม้ว่าต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยตลาด แต่ก็ถูกชดเชยบางส่วนด้วยกำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับภาพรวม 9 เดือน):** การฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจก่อสร้างจากการรับรู้รายได้โครงการใหม่ และการคาดการณ์ว่า TPN จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2566 เป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม **ผลประกอบการรายไตรมาสยังคงมีความผันผวนสูง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน Q3/66 ซึ่งต้องติดตามการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **9 เดือนปี 2566 พลิกมีกำไรสุทธิ 55.2 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุนสุทธิ 105.2 ล้านบาทในปี 2565
* **Q3/2566 ขาดทุนสุทธิ 9.8 ล้านบาท** ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 8.7 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2566 ลดลง 38.2% YoY** เหลือ 379.2 ล้านบาท โดยหลักจากรายได้ก่อสร้างและรายได้จากการขายที่ลดลง
* **กำไรขั้นต้น 9 เดือนปี 2566 เพิ่มขึ้น 26.5%** เป็น 112.8 ล้านบาท จากกลุ่มธุรกิจก่อสร้างเป็นหลัก
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากร่วมค้าลดลง 73.5%** ในงวด 9 เดือนปี 2566 เหลือ 19.6 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 41.4%** ในงวด 9 เดือนปี 2566 เป็น 74.5 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยตลาดที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิรวม 9.8 ล้านบาท ลดลง 212.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 8.7 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขาย 46.0% และรายได้จากการบริการที่ลดลง 11.8% ทำให้รายได้รวมลดลง 38.2% เป็น 379.2 ล้านบาท แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะทรงตัวใกล้เคียงเดิมที่ 35.6 ล้านบาท แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 46.0% และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าที่ลดลง 49.0% ก็ไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนได้
ส่วนงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิรวม 55.2 ล้านบาท ลดลง 47.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 105.2 ล้านบาท การพลิกตัวนี้เกิดจากการมีกำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น 26.5% เป็น 112.8 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง และส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 73.5% อย่างไรก็ตาม รายได้รวมของงวด 9 เดือนปี 2566 ลดลง 18.1% เป็น 1,205.2 ล้านบาท โดยหลักมาจากรายได้จากการก่อสร้างที่ลดลง 62.2% เนื่องจากโครงการหลักได้แล้วเสร็จไปในปี 2565 ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 41.4%
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างใหม่:** การเริ่มก่อสร้างโครงการ GSP7 ในไตรมาส 3 ปี 2566 เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของ TPN:** หากโครงการไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค (TPN) สามารถเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2566 จะช่วยลดส่วนแบ่งขาดทุนและอาจสร้างผลกำไรจากการร่วมค้าได้ในอนาคต
* **การปรับตัวของราคาผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง:** แม้ว่าราคาขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง (LPG, LNG, NGV) จะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน แต่ก็สะท้อนถึงการปรับราคาขายที่สามารถส่งผ่านต้นทุนได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้จากการก่อสร้าง:** รายได้จากการก่อสร้างมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับการรับรู้รายได้จากโครงการหลักที่แล้วเสร็จ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัท
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน:** อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้น ซึ่งกดดันผลกำไร
* **การดำเนินงานของ TPN:** ความล่าช้าในการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของ TPN อาจส่งผลให้ยังคงมีส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้าต่อไป
* **การลดลงของรายได้จากการขาย:** การลดลงของรายได้จากการขายอุปกรณ์งานโครงการในงวด 9 เดือนปี 2566 เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าโครงการ GSP7:** การรับรู้รายได้และกำไรจากการก่อสร้างโครงการ GSP7 ในไตรมาสถัดไป
* **การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของ TPN:** กำหนดเวลาและผลประกอบการจริงเมื่อ TPN เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและกลยุทธ์การบริหารจัดการหนี้สินของบริษัท
* **การหาโครงการใหม่ในกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง:** การได้มาซึ่งโครงการก่อสร้างใหม่เพื่อทดแทนโครงการที่แล้วเสร็จ
* **การปรับตัวของราคาผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง:** ความผันผวนของราคา LPG, LNG, NGV และผลกระทบต่อรายได้จากการขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจพลังงาน PSTC มีการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้า 29.9 ล้านบาทใน Q3/66 เพิ่มขึ้น 11.6% YoY และ 96.8 ล้านบาทใน 9M/66 เพิ่มขึ้น 10.6% YoY ซึ่งเป็นส่วนที่ค่อนข้างคงที่และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สม่ำเสมอที่ประมาณ 57.5%-62.4% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง (LPG, LNG, NGV) มีการปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน โดยเฉพาะ LNG ที่ราคาขายเฉลี่ยใน 9 เดือนปี 2566 สูงขึ้นกว่าปี 2565 ประมาณ 35% ซึ่งสะท้อนถึงการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของกำไรขั้นต้นในงวด 9 เดือนปี 2566 มีการรับรู้รายได้ 52.7 ล้านบาทใน Q3/66 เพิ่มขึ้น 36.5% YoY แต่รายได้รวม 9 เดือนปี 2566 กลับลดลงอย่างมาก 62.2% เป็น 154.5 ล้านบาท เนื่องจากโครงการหลักในปี 2565 ได้แล้วเสร็จไปแล้ว แต่การรับรู้กำไรจากโครงการ GSP7 ที่เริ่มก่อสร้างใน Q3/66 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,413.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในการร่วมค้า และเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน หนี้สินรวมลดลง 0.6% เป็น 1,943.6 ล้านบาท ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.9% เป็น 5,469.9 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.36 เท่า
ในส่วนของกระแสเงินสด กิจกรรมดำเนินงานในงวด 9 เดือนปี 2566 มีเงินสดได้มา 16.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ติดลบ 103.6 ล้านบาท ขณะที่กิจกรรมลงทุนมีการใช้เงินสด 76.6 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการให้เงินกู้ยืมระยะยาวแก่ TPN และกิจกรรมจัดหาเงินมีเงินสดได้มา 32.2 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ 788.2 ล้านบาทใน Q1/66 ซึ่งส่วนหนึ่งนำไปจ่ายคืนหนี้สินระยะสั้น
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของ PSTC พลิกกลับมามีกำไร คือ การเติบโตของกำไรขั้นต้นจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้างจากการรับรู้รายได้โครงการใหม่ และการลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้า แม้ว่า Q3/66 จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิจากการลดลงของรายได้จากการขาย แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจก่อสร้างและการคาดการณ์การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของ TPN เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินโอกาสในการดำเนินงานต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของรายได้จากโครงการก่อสร้าง และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSTC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
421.06
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
กำไรขั้นต้น
41.74
ล้านบาท
↓ 54.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.91
%
กำไรสุทธิ
-3,037.44
ล้านบาท
↑ 4666.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-721.39
%
D/E Ratio
0.85
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
421
↓ -11.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
42
↓ -54.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,037
↑ + 4666.1%
YoY
D/E Ratio
0.85
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSTC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.85
ROE (%)
-89.73
ROA (%)
-59.69
Book Value/หุ้น
0.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSTC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+95
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSTC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
94.76
-214.43%
|
-82.81
-385.26%
|
29.03
-93.53%
|
448.54
-240.53%
|
-319.17
+119.50%
|
-145.41
-76.64%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
90.03
-86.73%
|
678.68
+984.85%
|
62.56
-107.93%
|
-789.32
+486.24%
|
-134.64
-112.24%
|
1,099.72
-23.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
58.29
-105.52%
|
-1,055.67
+599.58%
|
-150.90
+15.44%
|
-130.72
-124.94%
|
524.21
-155.10%
|
-951.30
-1.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
245.88
-153.51%
|
-459.53
+687.41%
|
-58.36
+38.59%
|
-42.11
-170.25%
|
59.94
+1,891.36%
|
3.01
-102.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
156.75
+70.58%
|
91.89
-35.51%
|
142.48
+76.38%
|
80.78
-45.62%
|
148.56
+2.06%
|
145.56
-50.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
114.08
-27.22%
|
156.75
+70.58%
|
91.89
-35.51%
|
142.48
+76.38%
|
80.78
-45.62%
|
148.56
+2.06%
|