บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.35
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11323 out_tok=3004 at=2026-07-26T00:50:43 -->
# PSTC พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/66 ลดลง 53.7% รับแรงหนุนกำไรขั้นต้นกลุ่มก่อสร้าง
## ส่วนแบ่งขาดทุนร่วมค้าลดลง 90.5% ขณะต้นทุนการเงินพุ่งตามดอกเบี้ยตลาด
บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 38.5 ล้านบาท หรือ 53.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้า ขณะที่ภาพรวม 6 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุนสุทธิลดลง 68.5 ล้านบาท หรือ 60.1% จากกำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นในกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PSTC ในไตรมาส 2 ปี 2566 และงวด 6 เดือนแรก มีการขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **1) การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้า** และ **2) การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น โดยเฉพาะจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง**
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 ผลขาดทุนสุทธิลดลง 38.5 ล้านบาท (จาก 71.7 ล้านบาท เป็น 33.2 ล้านบาท) โดยมีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าลดลงถึง 50.8 ล้านบาท
ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ผลขาดทุนสุทธิลดลง 68.5 ล้านบาท (จาก 113.9 ล้านบาท เป็น 45.4 ล้านบาท) ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากกำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น 45.7 ล้านบาท โดยเฉพาะจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง และส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้าที่ลดลง 47.3 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันคือต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 13.8 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าลดลง:** สาเหตุหลักมาจากการดำเนินงานของบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (ทีพีเอ็น) ซึ่งดำเนินธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ โดยในปี 2565 ทีพีเอ็นมีการตั้งประมาณการเบี้ยปรับเงินเพิ่มจากสรรพากร ซึ่งส่งผลให้ส่วนแบ่งขาดทุนสูงผิดปกติ ในปี 2566 สถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายลง ทำให้ส่วนแบ่งขาดทุนลดลงอย่างมาก แม้ว่าโครงการจะยังอยู่ระหว่างการทดสอบการดำเนินการเชิงพาณิชย์และคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการได้ภายในปี 2566
* **กำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง:** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 กลุ่มบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก (จาก 3.7% เป็น 9.3%) เนื่องจากมีการรับรู้กำไรจากการก่อสร้างโครงการใหม่ คือ งานในโครงการ GSP7 ซึ่งเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 1 ปี 2566 ในขณะที่งวดเดียวกันของปีก่อน (6M 65) มีการรายงานอัตรากำไรขั้นต้นติดลบจากการปรับปรุงต้นทุนงานก่อสร้างบางโครงการในช่วงปิดโครงการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน):**
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากร่วมค้า:** มีแนวโน้มจะลดลงต่อเนื่อง หากทีพีเอ็นสามารถเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2566 ตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะช่วยลดผลขาดทุนจากรายการนี้
* **กำไรขั้นต้นกลุ่มก่อสร้าง:** การรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการ GSP7 จะเป็นปัจจัยหนุนต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนในโครงการก่อสร้างต่างๆ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ดี
* **ปัจจัยกดดัน:** ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไปอย่างไร
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ Q2/66 ลดลง 53.7% YoY:** จาก 71.7 ล้านบาท เหลือ 33.2 ล้านบาท
* **ขาดทุนสุทธิ 6M/66 ลดลง 60.1% YoY:** จาก 113.9 ล้านบาท เหลือ 45.4 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/66 ลดลง 1.4% YoY:** อยู่ที่ 364.4 ล้านบาท โดยรายได้จากการก่อสร้างลดลง 81.7% ขณะที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 41.0%
* **รายได้รวม 6M/66 ลดลง 3.8% YoY:** อยู่ที่ 826.0 ล้านบาท รายได้จากการก่อสร้างลดลง 72.5% แต่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 55.3%
* **กำไรขั้นต้น 6M/66 เพิ่มขึ้น 145.7%:** จาก 31.4 ล้านบาท เป็น 77.1 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากร่วมค้าลดลง 90.5% ใน Q2/66 และ 79.6% ใน 6M/66:** จากผลการดำเนินงานของ TPN ที่ยังไม่เริ่มเชิงพาณิชย์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 PSTC มีรายได้รวม 364.4 ล้านบาท ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงอย่างมากของรายได้จากการก่อสร้าง (ลดลง 81.7% หรือ 98.0 ล้านบาท) เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าที่เคยรับรู้รายได้จำนวนมากได้ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565 ในขณะที่ปีนี้มีรายได้หลักจากการก่อสร้างโครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 7 ซึ่งเพิ่งเริ่มดำเนินการ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายเติบโตขึ้น 41.0% หรือ 89.7 ล้านบาท จากราคาขายผลิตภัณฑ์ LPG, LNG, NGV ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน โดยเฉพาะ LNG ที่ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น 52.9% ในงวด 6 เดือนแรก
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 826.0 ล้านบาท ลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุคล้ายคลึงกับไตรมาส 2 คือรายได้จากการก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 72.5% หรือ 267.9 ล้านบาท) แต่ได้รับการชดเชยด้วยรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 55.3% หรือ 233.4 ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นรวมใน Q2/66 อยู่ที่ 8.6% ใกล้เคียงกับปีก่อน แต่ในส่วนของกลุ่มงานก่อสร้างมีอัตรากำไรขั้นต้นติดลบเนื่องจากการปรับปรุงต้นทุนงานก่อสร้างบางโครงการในช่วงปิดโครงการ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากเป็น 9.3% จาก 3.7% ในปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากกำไรที่รับรู้ในโครงการ GSP7
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใน Q2/66 และ 6M/66 ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานตามจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของ TPN:** หากโครงการไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค (TPN) สามารถเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2566 จะช่วยลดภาระส่วนแบ่งขาดทุนและอาจพลิกกลับมามีส่วนแบ่งกำไรได้ในอนาคต
* **โครงการก่อสร้างใหม่:** การรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการก่อสร้างใหม่ เช่น โครงการ GSP7 จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรในระยะต่อไป
* **ราคาผลิตภัณฑ์พลังงาน:** การปรับตัวสูงขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์ LPG, LNG, NGV ตามต้นทุน จะช่วยหนุนรายได้จากการขาย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** แม้ราคาขายที่สูงขึ้นจะเป็นผลดีต่อรายได้ แต่ความผันผวนของราคาพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและความสามารถในการทำกำไร
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยตลาดส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทสูงขึ้น ซึ่งกดดันผลกำไรสุทธิ
* **การบริหารจัดการต้นทุนโครงการก่อสร้าง:** การปรับปรุงต้นทุนงานก่อสร้างบางโครงการอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในช่วงปิดโครงการ
* **ความล่าช้าในการเริ่มดำเนินการของ TPN:** หากการทดสอบการดำเนินการเชิงพาณิชย์ของ TPN ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าและกำหนดการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ TPN
* การรับรู้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจากโครงการก่อสร้าง GSP7 และโครงการอื่นๆ
* แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* การบริหารจัดการต้นทุนในกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง เพื่อรักษาอัตรากำไร
* ทิศทางราคาผลิตภัณฑ์พลังงาน (LPG, LNG, NGV) และผลกระทบต่อปริมาณการขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากการขาย:** เติบโตได้ดีในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 (เพิ่มขึ้น 55.3% YoY) โดยมีแรงหนุนหลักจากราคาขายผลิตภัณฑ์ LPG, LNG, NGV ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน โดยเฉพาะ LNG ที่ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้นกว่า 52.9%
* **รายได้จากการก่อสร้าง:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 72.5% ใน 6M/66 YoY) เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เคยรับรู้รายได้ในปี 2565 ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะที่โครงการใหม่ เช่น GSP7 เพิ่งเริ่มดำเนินการ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** โดยรวมปรับตัวดีขึ้นใน 6M/66 (จาก 3.7% เป็น 9.3%) จากการรับรู้กำไรในโครงการ GSP7 แต่กลุ่มงานก่อสร้างมีอัตรากำไรขั้นต้นติดลบใน Q2/66 จากการปรับปรุงต้นทุนงานก่อสร้างบางโครงการในช่วงปิดโครงการ
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากร่วมค้า:** ลดลงอย่างมากจากผลกระทบรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2565 ของ TPN ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2566
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,423.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในร่วมค้า และเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,032.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นกู้ใหม่ในเดือนมกราคม 2566 จำนวน 788.2 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งนำไปชำระคืนหุ้นกู้เดิมและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานใน 6M/66 ติดลบ 5.5 ล้านบาท เทียบกับติดลบ 183.6 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนติดลบ 86.6 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเป็นบวก 84.2 ล้านบาท โดยมีรายการสำคัญคือการให้กู้ยืมระยะยาวแก่ TPN และการออกหุ้นกู้
## สรุปท้าย
PSTC ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมค้า TPN ที่มีรายการพิเศษในปีที่แล้ว ประกอบกับการรับรู้กำไรที่ดีขึ้นจากโครงการก่อสร้างใหม่ อย่างไรก็ตาม บริษัทเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นตามภาวะดอกเบี้ยตลาด การจับตาความคืบหน้าในการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของ TPN และการบริหารจัดการต้นทุนโครงการก่อสร้าง จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PSTC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
421.06
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
กำไรขั้นต้น
41.74
ล้านบาท
↓ 54.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.91
%
กำไรสุทธิ
-3,037.44
ล้านบาท
↑ 4666.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-721.39
%
D/E Ratio
0.85
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
421
↓ -11.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
42
↓ -54.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3,037
↑ + 4666.1%
YoY
D/E Ratio
0.85
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PSTC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.85
ROE (%)
-89.73
ROA (%)
-59.69
Book Value/หุ้น
0.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PSTC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+95
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PSTC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
94.76
-214.43%
|
-82.81
-385.26%
|
29.03
-93.53%
|
448.54
-240.53%
|
-319.17
+119.50%
|
-145.41
-76.64%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
90.03
-86.73%
|
678.68
+984.85%
|
62.56
-107.93%
|
-789.32
+486.24%
|
-134.64
-112.24%
|
1,099.72
-23.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
58.29
-105.52%
|
-1,055.67
+599.58%
|
-150.90
+15.44%
|
-130.72
-124.94%
|
524.21
-155.10%
|
-951.30
-1.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
245.88
-153.51%
|
-459.53
+687.41%
|
-58.36
+38.59%
|
-42.11
-170.25%
|
59.94
+1,891.36%
|
3.01
-102.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
156.75
+70.58%
|
91.89
-35.51%
|
142.48
+76.38%
|
80.78
-45.62%
|
148.56
+2.06%
|
145.56
-50.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
114.08
-27.22%
|
156.75
+70.58%
|
91.89
-35.51%
|
142.48
+76.38%
|
80.78
-45.62%
|
148.56
+2.06%
|