บริษัท พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · บริการเฉพาะกิจ
3.30
0.10 (2.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5040 out_tok=2509 at=2026-07-26T01:10:27 -->
# PRTR กำไร Q1/2566 โต 4.7% รับรายได้บริการหลักหนุน แม้ GPM หดเล็กน้อย
## รายได้บริการโตต่อเนื่อง 5.1% ดันกำไรสุทธิ 47.1 ล้านบาท ขณะค่าใช้จ่าย IPO ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายบริหาร
บริษัท พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRTR รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,498.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 47.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% การเติบโตหลักมาจากธุรกิจบริการจัดจ้างพนักงาน (Outsource) และบริการสรรหาพนักงาน (Recruitment) ที่ยังคงขยายตัวได้ดีหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PRTR ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการให้บริการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจจัดจ้างพนักงาน (Outsource) ที่ขยายตัวได้ดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ 5.1% หรือ 73.0 ล้านบาท** โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจ Outsource ที่เติบโต 5.0% และธุรกิจ Recruitment ที่เติบโต 4.7% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 4.7% หรือ 2.1 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อยจาก 10.7% เป็น 10.1% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยดังนี้:
* **ธุรกิจ Outsource:** ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของลูกค้ารายใหม่ในกลุ่มค้าปลีก/ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง รวมถึงการจับจ่ายใช้สอยสินค้าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า/โทรศัพท์มือถือมีการเติบโตต่อเนื่อง
* **ธุรกิจ Recruitment:** ความต้องการสรรหาบุคลากรเพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย
* **ธุรกิจการฝึกอบรม (Integrated Learning Service):** เป็นธุรกิจใหม่ที่เริ่มสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด (92.9%) แม้จะยังมีสัดส่วนน้อย
ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น ได้แก่:
* **การเพิ่มขึ้นของเงินได้อื่นๆ (Variable Income) ของพนักงาน:** ซึ่งมีอัตราค่าบริการต่ำกว่าเงินได้ประจำ (Fixed Income)
* **การขยายทีมพนักงานสรรหา:** เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ Recruitment
ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 10% หรือ 8.8 ล้านบาท มาจาก:
* **การเพิ่มจำนวนพนักงาน:** เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้น IPO:** เป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (one-time) เช่น ค่า Roadshow, ค่าสื่อโฆษณา, ค่าที่ปรึกษา
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับการเติบโตของรายได้จากการให้บริการ โดยเฉพาะธุรกิจ Outsource และ Recruitment ที่มีแนวโน้มดีหลังโควิดคลี่คลาย และการขยายตัวของลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น เช่น สัดส่วน Variable Income และการลงทุนในทีมสรรหา จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกี่ยวข้องกับ IPO คาดว่าจะเป็นรายการครั้งเดียวและจะลดลงในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 1,498.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% YoY** จากการเติบโตของธุรกิจบริการหลัก
* **กำไรสุทธิ 47.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% YoY**
* **รายได้จากการให้บริการโต 5.1%** หนุนโดยธุรกิจ Outsource (+5.0%) และ Recruitment (+4.7%)
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเล็กน้อย** จาก 10.7% เป็น 10.1% เนื่องจากสัดส่วนรายได้พิเศษของพนักงานเพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10%** ส่วนหนึ่งจากค่าใช้จ่าย IPO ที่เป็นรายการครั้งเดียว
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 25.8%** จากเงินเพิ่มทุน IPO และภาษีรอขอคืน
* **หนี้สินรวมลดลง 51.8%** จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 207.1%** จากเงิน IPO และกำไรสะสม
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,498.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,423.9 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 47.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 45.0 ล้านบาท (คำนวณจาก 1,423.9 ล้านบาท รายได้รวม และ 47.1 ล้านบาท กำไรสุทธิ Q1/66 เทียบกับ 1,498.5 ล้านบาท รายได้รวม Q1/66) อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อยจาก 10.7% เป็น 10.1% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** ส่งผลดีต่อความต้องการจ้างงานและการใช้บริการจัดหางานของภาคธุรกิจ
* **การเติบโตของธุรกิจ Outsource:** จากการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มค้าปลีก/ค้าส่ง และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจับจ่ายใช้สอย
* **การขยายธุรกิจบริการใหม่:** เช่น ธุรกิจการฝึกอบรม (Integrated Learning Service) ที่มีศักยภาพเติบโตสูง
* **การเพิ่มทุนจากการ IPO:** ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินและรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจจัดหางาน:** อาจส่งผลต่ออัตรากำไรจากการให้บริการ
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายแรงงาน:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการให้บริการ
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** อาจส่งผลต่อความต้องการจ้างงานของภาคธุรกิจ
* **การบริหารต้นทุนแรงงาน:** โดยเฉพาะส่วนของ Variable Income ที่มีอัตรากำไรต่ำกว่า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้ธุรกิจ Outsource และ Recruitment ในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนแรงงาน โดยเฉพาะสัดส่วน Variable Income และผลกระทบต่อ GPM
* การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร หลังหักรายการ IPO ออกไป
* ความคืบหน้าและการสร้างรายได้จากธุรกิจบริการแพลตฟอร์มใหม่ๆ
* การบริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสดหลังการ IPO
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการให้บริการ:** ยังคงเป็นหัวใจหลักของการเติบโต โดยธุรกิจ Outsource คิดเป็นสัดส่วนรายได้หลัก (ประมาณ 95% ของรายได้จากการให้บริการ) และมีการเติบโตที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจและการบริโภค การขยายฐานลูกค้าในกลุ่มค้าปลีก/ค้าส่ง และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เป็นปัจจัยบวกสำคัญ ขณะที่ธุรกิจ Recruitment ก็ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาจ้างงานของบริษัทต่างๆ หลังโควิด
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การปรับลดลงเล็กน้อยจาก 10.7% เป็น 10.1% เป็นประเด็นที่ต้องจับตา โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการเพิ่มขึ้นของ Variable Income ของพนักงาน ซึ่งมีอัตราค่าบริการต่ำกว่า Fixed Income และการขยายทีมสรรหา หากสัดส่วนนี้ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจกดดัน GPM ในระยะยาว
**ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การเพิ่มขึ้น 10% ส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่าย IPO ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว เมื่อหักรายการนี้ออกไป ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการจ้างพนักงานและซอฟต์แวร์เพื่อรองรับการเติบโต ถือเป็นการลงทุนที่จำเป็น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,893.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.8% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการ IPO และภาษีเงินได้นิติบุคคลรอขอคืน หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 51.8% เหลือ 508.5 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 207.1% เป็น 1,385.4 ล้านบาท จากเงิน IPO และกำไรสะสม
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 102.0 ล้านบาท สอดคล้องกับการดำเนินงานที่เติบโต การลงทุนในสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (ซอฟต์แวร์) อยู่ที่ 38.4 ล้านบาท ส่วนกิจกรรมจัดหาเงินมีการรับเงินจากการเพิ่มทุน IPO จำนวน 1,046.4 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็มีการจ่ายคืนเงินกู้ยืม 527.0 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 183.0 ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสุทธิ 525.9 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PRTR ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้จากการให้บริการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจ Outsource ที่เป็นเครื่องจักรหลัก แม้ GPM จะถูกกดดันเล็กน้อยจากโครงสร้างต้นทุนที่เปลี่ยนไป และค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นจากรายการ IPO ซึ่งเป็นครั้งคราว การเพิ่มทุนจากการ IPO ช่วยเสริมฐานะการเงินให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก พร้อมรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้ม GPM และการบริหารต้นทุนอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจบริการใหม่ๆ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRTR ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
1,906.93
ล้านบาท
↓ 2.4% YoY
กำไรขั้นต้น
169.68
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.90
%
กำไรสุทธิ
44.47
ล้านบาท
↓ 21.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.33
%
D/E Ratio
0.39
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,907
↓ -2.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
170
↓ -0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↓ -21.2%
YoY
D/E Ratio
0.39
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRTR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.39
ROE (%)
12.77
ROA (%)
11.21
Book Value/หุ้น
2.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRTR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
2,111.86
+2.22%
|
2,065.92
+12.94%
|
1,829.22
+40.22%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
306.60
+17.38%
|
261.21
+2.49%
|
254.87
+26.69%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
2,418.45
+3.92%
|
2,327.13
+11.66%
|
2,084.09
+38.41%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
494.66
+25.95%
|
404.15
-55.82%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
163.99
+7.08%
|
141.73
+1.36%
|
| รวมหนี้สิน | — |
0.00
|
658.65
+20.66%
|
545.88
-48.24%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
1,668.48
+8.47%
|
1,538.21
+240.97%
|
| D/E | — | — |
0.39
|
0.35
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
12.77
|
14.30
|
20.99
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
11.21
|
12.40
|
13.84
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
4.19
|
4.18
|
4.53
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
2.94
|
3.56
|
3.83
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
53.63
|
58.37
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
16.61
|
17.88
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
37.02
|
40.49
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-76
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-73
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRTR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-76.07
-465.02%
|
20.84
-108.19%
|
-254.54
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-73.10
-1,275.24%
|
6.22
-98.36%
|
378.72
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
147.87
+62.26%
|
91.13
-113.46%
|
-677.03
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1.30
-101.10%
|
118.19
-121.38%
|
-552.84
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
477.80
-0.52%
|
480.32
+326.91%
|
112.51
-7.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
536.28
+12.24%
|
477.80
-0.52%
|
480.32
+326.91%
|