PRM สรุปผลประกอบการ Q2/2568 พร้อมอัปเดตแผนธุรกิจปี 2569 และตอบทุกข้อสงสัยจากนักลงทุน
สรุปผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของปี 2568 และเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยภาพรวมรายได้รวมอยู่ที่ 4,285 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัย คือ การนำเรือ Alpha Max ไปดัดแปลงเป็นเรือ FSO และการขายเรือ FSU ออกไป 1 ลำ แต่บริษัทก็ได้รับเรือใหม่เข้ามา 3 ลำ ได้แก่ เรือ Crew Boat 3 ลำ, เรือ FSU 1 ลำ และเรือ FSO 1 ลำ
กำไรสุทธิสำหรับ 6 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 1,252 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่บริษัทคาดการณ์ว่าแนวโน้มกำไรจะดีขึ้นในไตรมาส 3 และ 4 เนื่องจากมีการวางแผนการนำเรือเข้าอู่ที่ดีขึ้น และการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เจาะลึกรายธุรกิจ
ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและเคมีเหลว (PCT): ตัวเลขอาจลดลงบ้างเนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาล แต่ Margin ดีขึ้นเป็น 23.2% เนื่องจากมีการวางแผนการนำเรือเข้าอู่ที่ดีขึ้น และการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ธุรกิจขนส่งน้ำมันดิบระหว่างประเทศ (Crude Oil Carrier): ตัวเลขลดลงเนื่องจากการปรับเปลี่ยนธุรกิจของเรือ Alpha Max แต่จะนำไปใส่ในกลุ่มธุรกิจ Offshore Support Vessel แทน
ธุรกิจเรือผสมและกักเก็บน้ำมันลอยน้ำ (FSU): รายได้และกำไรขั้นต้นลดลงเนื่องจากการขายเรือออกไป 1 ลำ แต่มีเรือใหม่เข้ามารองรับแล้ว และอัตราการใช้เรือคาดว่าจะดีขึ้นในไตรมาส 3
ธุรกิจ Offshore Support Vessel (OSV): เติบโตขึ้นทั้งรายได้และกำไรขั้นต้น เนื่องจากการลงทุนที่ชัดเจนมากขึ้น และการนำเรือใหม่เข้ามา
ธุรกิจ Ship Agent & Shipping: เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากการเข้าซื้อกิจการของ VC Shipping และงานที่เพิ่มขึ้นของ Project ปิโตรเคมีต่างๆ
งบการเงินรวม
สินทรัพย์รวม: 23,855 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 808 ล้านบาท
หนี้สินรวม: 12,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 737 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น: 11,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71 ล้านบาท
D/E Ratio: 1.02 เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่ 0.96
ROA (คาดการณ์): 12.1%
ROE: 17.8%
Outlook และแผนการลงทุน
FSU: คาดการณ์อัตราการใช้เรือในไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นเป็น 93.4% เนื่องจากเรือ Kirim Star เริ่มใช้งานเต็มที่ตั้งแต่กรกฎาคม
แผนการต่อเรือใหม่: ต่อเรือขนาด 2,499 DWT เพื่อทดแทนเรือเก่าขนาด 1,800-1,900 DWT ช่วยให้ขนส่งต่อรอบได้มากขึ้น และประหยัดต้นทุน
เรือเคมี: ลงทุนซื้อเรือขนส่งเคมีถังสแตนเลสขนาด 13,800 DWT คาดว่าจะส่งมอบในเดือนตุลาคม และเริ่มใช้งานในไตรมาส 4
Crew Boat: เรือ TMH Janah ได้สัญญา Time Charter ระยะยาวกับลูกค้าในอ่าวไทย เริ่ม 1 ธันวาคม และเรือ TMH ท่าเมือง จะเข้าทำสัญญา Time Charter ในวันที่ 7 ตุลาคมนี้
ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [01:17:21]
S,G&A มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกิดจากอะไร
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (S,G&A) เพิ่มขึ้นจริง แต่เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อยอดขายยังคงใกล้เคียงกับของเดิม (ประมาณ 7%) การเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการทำ M&A และการรวม VC Shipping เข้ามา
การซื้อสินทรัพย์ไม่มีตัวตนในบริษัทใหญ่ (งบเดี่ยว) เกิดจากอะไร
เกิดจากการซื้อซอฟต์แวร์เรือ เพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการให้ดีมากขึ้น
นอกจากมาเลเซีย UAE สิงคโปร์ มีแผนขยายงานเพิ่มหรือไม่
ปัจจุบันมีขนส่งไปจีน อินโด แผนต่อไปคาดว่าจะไปประเทศในกลุ่ม South East Asia (ฟิลิปปินส์, เวียดนาม)
รายได้จาก PCT เป็นหลัก มีแผนเพิ่มรายได้ส่วนงานอื่นหรือไม่
PCT เป็นรายได้หลักที่มีความมั่นคงสูงสุด เนื่องจากมีสัญญาระยะยาว ส่วนรายได้อื่นเป็นส่วนเติมเต็ม (FSU, OSV, COC)
แผนปลดระวางเรือเพิ่มเติมในปีนี้
ปีนี้ไม่มีแผนขายเรือ ปีหน้าจะนำเรือต่อใหม่เข้ามาทดแทนเรือเก่า
Dividend ระหว่างกาลจะมากกว่าปีที่แล้วไหม
จ่ายตามผลประกอบการ แต่จะไม่น้อยกว่าปีก่อน
แผนขยายกองเรือที่เป็น Tug Boat
สนใจเรือ Anchor Handling Tug แต่คงต้องไปกับลูกค้า (รอเปิด Bid ประมูล)
Dividend Payout Ratio ปีนี้จะอยู่เหมือนปีที่แล้วหรือไม่
ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว การขยายกองเรือจะไม่มีผลกระทบต่อเงินปันผล
ความต้องการ FSU และ FSO ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร
FSO ขึ้นอยู่กับงานที่ลูกค้า Bid ได้ในอ่าวไทย FSU มีอัตราการใช้เรือที่ค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับปลายปี 2567
Anchor Handling Tug โอกาสรายได้และกำไรไว้ระดับไหนเมื่อเทียบกับ Crew Boat
ดีกว่าแน่นอน เพราะเป็นเรือขนาดใหญ่ และมีอัตราค่าเช่าเรือต่อวันที่สูงกว่า
การสั่งต่อเรือ Tanker 6 ลำที่จะส่งมอบปี 2569 จะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรสุทธิปี 2570 กี่ %
ลำบากใจในการให้ตัวเลขกำไร สิ่งที่ช่วยของเรือต่อใหม่ คือ ปริมาณการขนส่งต่อเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และปริมาณการกินน้ำมันลดลง
การบริหาร Portfolio ธุรกิจ จะเน้นสัดส่วนรายได้ธุรกิจใดในอนาคตมากขึ้น
เน้นกลุ่ม PCT เป็น Backbone เพราะมีสัญญายาวและมีความเชี่ยวชาญ ส่วนสิ่งอื่นจะเป็นส่วนเติมเต็ม (OSV) ในภาพสั้นๆ 1-2 ปีข้างหน้า ยังคงเป็นเรื่องของกลุ่ม Offshore Support Vessel
การซื้อหุ้นคืน
ซื้อไป 107 ล้านหุ้น ใช้เงิน 671 ล้านบาท มีแผนใช้รองรับ ESOP และ RO
การแข่งขันของเรือแต่ละประเภท
PCT: รายใหม่เข้ามาลำบาก เพราะรายเก่ามีกองเรือพร้อมและมีคนเรือที่พร้อม
Crude Oil Carrier: รายใหม่ถ้าเป็นในไทยค่อนข้างยาก เพราะลงทุนต่อ 1 ลำแพงมาก
FSU: PRM เป็นคนเดียวที่ทำได้ในประเทศไทย เนื่องจากมีความซับซ้อนเรื่องของเทคนิคต่างๆ ค่อนข้างสูง
Offshore: ขึ้นอยู่กับสัญญาที่ลูกค้าเสนอมา และการ Bid ประมูล
ทำไมไม่เพิ่ม PCT แทนลำที่หายไป
กำลังเจรจา กับลูกค้าอยู่ว่าจะต้องการแบบไหน
กำไรเทียบปีก่อน
ใกล้เคียงกัน
มาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้น ถ้าเชื้อเพลิงเดินเรือจะใช้ SAF หรือไม่
ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูล เพราะ SAF ปริมาณที่ผลิตออกมายังไม่เพียงพอ และ Demand ยังสูงกว่า Supply
แผนการเข้าอู่ครึ่งปีหลัง
เรือเล็กจะมีเรื่อยๆ เพราะมีกองเรือเยอะ แต่ถ้าเป็นเรือใหญ่ จะมีเข้า VLCC ปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 1 ลำ
ลงทุนปีหน้า
ทุกๆ ปี เราลงทุนบอกไปว่าลงทุน 2,500 ล้านบาท เราก็ แบบมีโอกาสก็ลงทุนไปเกือบ 5,000 ล้านบาทนะฮะ ก็จริงๆ แล้วของเราลงทุนทุกปีนะครับ เพราะว่าจริงๆ ก็ตั้งงบไว้ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาทอ่ะทุกปีนะครับ
โดยสรุป บริษัท PRM ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจหลักอย่าง PCT และขยายการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพอย่าง OSV และ FSU โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
หัวข้อที่ถามและตอบ
- S,G&A มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกิดจากอะไร
- การซื้อสินทรัพย์ไม่มีตัวตนในบริษัทใหญ่ (งบเดี่ยว) เกิดจากอะไร
- นอกจากมาเลเซีย UAE สิงคโปร์ มีแผนขยายงานเพิ่มหรือไม่
- รายได้จาก PCT เป็นหลัก มีแผนเพิ่มรายได้ส่วนงานอื่นหรือไม่
- แผนปลดระวางเรือเพิ่มเติมในปีนี้
- Dividend ระหว่างกาลจะมากกว่าปีที่แล้วไหม
- แผนขยายกองเรือที่เป็น Tug Boat
- Dividend Payout Ratio ปีนี้จะอยู่เหมือนปีที่แล้วหรือไม่
- ความต้องการ FSU และ FSO ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร
- Anchor Handling Tug โอกาสรายได้และกำไรไว้ระดับไหนเมื่อเทียบกับ Crew Boat
- การสั่งต่อเรือ Tanker 6 ลำที่จะส่งมอบปี 2569 จะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรสุทธิปี 2570 กี่ %
- การบริหาร Portfolio ธุรกิจ จะเน้นสัดส่วนรายได้ธุรกิจใดในอนาคตมากขึ้น
- การซื้อหุ้นคืน
- การแข่งขันของเรือแต่ละประเภท
- ทำไมไม่เพิ่ม PCT แทนลำที่หายไป
- กำไรเทียบปีก่อน
- มาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้น ถ้าเชื้อเพลิงเดินเรือจะใช้ SAF หรือไม่
- แผนการเข้าอู่ครึ่งปีหลัง
- ลงทุนปีหน้า