บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
0.27
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8976 out_tok=2938 at=2026-07-26T00:17:27 -->
PPPM พลิกขาดทุนลดลงปี 64 รับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงโตแรง สวนทางอาหารสัตว์น้ำซบเซา
PPPM ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 186.27 ล้านบาท ลดลง 43.48% จากปีก่อน เหตุหลักจากรายการด้อยค่าสินทรัพย์ในปีก่อน ขณะที่รายได้รวมวูบ 54.37% จากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่ซบเซา แต่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ PPPM ในปี 2564 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนสุทธิ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการไม่มีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์และเงินให้กู้ยืม ซึ่งเป็นรายการใหญ่ที่เกิดขึ้นในปี 2563** อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากผลการดำเนินงานปกติ รายได้รวมของบริษัทลดลงอย่างมากถึง 54.37% โดยมีธุรกิจอาหารสัตว์น้ำเป็นตัวฉุดรั้งหลัก ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงกลับเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในปี 2563 บริษัทมีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ถึง 114.64 ล้านบาท และขาดทุนจากการด้อยค่าเงินให้กู้ยืม 67.19 ล้านบาท รวมถึงรายการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการด้อยค่าอีกจำนวนหนึ่ง รวมเป็นจำนวนมาก ซึ่งรายการเหล่านี้ไม่มีปรากฏในปี 2564 ทำให้ผลขาดทุนสุทธิโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของรายได้ การลดลงอย่างมากของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ (ลดลง 93.23% YoY) เกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้ราคาขายในตลาดลดลงต่อเนื่อง และเกษตรกรไม่สามารถนำสัตว์น้ำออกสู่ตลาดได้ทันเวลา ทำให้ชะลอการซื้อขาย
ในทางกลับกัน ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (เติบโต 96.79% YoY) เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยชดเชยรายได้ที่หายไป โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับผู้เลี้ยงยังคงให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว ทำให้มีการซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงสำรองไว้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 คือการไม่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์ ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2563 การที่รายการเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นอีกในปี 2564 จึงเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ผลขาดทุนลดลง แต่ไม่ใช่การเติบโตจากธุรกิจหลักที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำยังคงเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โรคระบาดและราคาตลาดที่ผันผวน ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่การเติบโตของรายได้รวมทั้งปีอาจยังคงถูกกดดันจากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่ยังไม่ฟื้นตัว
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 43.48% YoY:** ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 186.27 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 329.58 ล้านบาทในปี 2563 โดยสาเหตุหลักมาจากการไม่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์จำนวนมากในปีนี้
* **รายได้รวมวูบ 54.37% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 755.13 ล้านบาท ลดลงจาก 1,654.88 ล้านบาทในปี 2563
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น 96.79% YoY เป็น 538.44 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 82.86% ของรายได้รวม
* **ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำซบเซาหนัก:** รายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำลดลง 93.23% YoY เหลือเพียง 89.57 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ราคาขายและปริมาณการซื้อขายลดลง
* **ต้นทุนขายลดลงตามรายได้:** ต้นทุนขายอยู่ที่ 690 ล้านบาท ลดลง 50.96% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 30.49% YoY:** อยู่ที่ 186.50 ล้านบาท จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายรวม 649.79 ล้านบาท ลดลง 59.83% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ 89.57 ล้านบาท, ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 538.44 ล้านบาท และธุรกิจพลังงานไฟฟ้า 21.78 ล้านบาท ตามลำดับ เมื่อรวมรายได้อื่น 105.34 ล้านบาท ทำให้มีรายได้รวม 755.13 ล้านบาท ลดลง 54.37% จากปีก่อน
ต้นทุนขายอยู่ที่ 690 ล้านบาท ลดลง 50.96% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ทำให้ขาดทุนขั้นต้นอยู่ที่ 40.21 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 250.86 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 30.49% YoY มาอยู่ที่ 186.50 ล้านบาท จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ส่งผลให้ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิรวม 186.27 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.13 บาทต่อหุ้น ซึ่งขาดทุนลดลง 43.48% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสาเหตุหลักเกิดจากการด้อยค่าสินทรัพย์ในปีก่อนจำนวน 181.83 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง:** ตลาดสัตว์เลี้ยงทั้งในประเทศและต่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารสัตว์เลี้ยงแบบแห้งที่ครองสัดส่วนตลาด 80%
* **การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น:** การกลับมาบินของสายการบินทำให้การส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน, ยุโรป และอเมริกา มีปริมาณเพิ่มขึ้น
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมกุ้ง (ระยะยาว):** แม้ Q4/2564 จะมีผลผลิตลดลง แต่แนวโน้มปี 2565 คาดว่าผลผลิตกุ้งจะเพิ่มขึ้น และราคากุ้งที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงมากขึ้น
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** บริษัทมีนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อผลขาดทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น 3-6% ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงปลา เนื่องจากวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ปัญหาโรคระบาดในอุตสาหกรรมกุ้งและปลา:** การระบาดของโรคตัวแดงดวงขาวในเขตภาคใต้และตะวันออกของอุตสาหกรรมกุ้ง และปัญหาภัยแล้งที่กลับมาส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงปลา
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมกุ้งโลก:** ไทยสูญเสียตำแหน่งผู้นำการผลิตกุ้งของโลกให้กับเวียดนามและเอกวาดอร์
* **ความล่าช้าของโครงการลงทุน:** โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพในญี่ปุ่น และโครงการอสังหาริมทรัพย์ Riverside Tower ในเวียดนาม ยังคงมีความล่าช้าและมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องติดตาม
* **ความไม่ชัดเจนของแผนพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งของภาครัฐ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการแข่งขันในระดับโลก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์:** การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไรของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารสัตว์น้ำ
* **สถานการณ์โรคระบาดในอุตสาหกรรมกุ้งและปลา:** การควบคุมโรคระบาดจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อปริมาณผลผลิตและราคา
* **ความคืบหน้าของคดีความที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุน:** การติดตามผลการเฉลี่ยทรัพย์ในโครงการโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น และการดำเนินการทางกฎหมายในโครงการ Riverside Tower
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดและกำลังซื้อของเกษตรกรจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของธุรกิจนี้
* **แนวโน้มการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตในตลาดต่างประเทศท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจโลก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** ปี 2564 รายได้ลดลง 93.23% YoY เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้ราคาขายในตลาดลดลงต่อเนื่อง และเกษตรกรชะลอการนำสัตว์น้ำออกสู่ตลาด อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งลดลง 90.99% และการเลี้ยงปลาลดลง 95.92% เมื่อเทียบกับปีก่อน
**ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ปี 2564 รายได้เติบโต 96.79% YoY เป็น 538.44 ล้านบาท ได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้ COVID-19 จะกลับมาระบาด แต่ตลาดสัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบน้อย ประชาชนยังคงจับจ่ายอาหารสัตว์เลี้ยงได้สะดวก และการส่งออกไปยังอาเซียน, ยุโรป และอเมริกา เพิ่มขึ้น
**ธุรกิจพลังงานไฟฟ้า:** ปี 2564 รายได้ 21.78 ล้านบาท ลดลง 1.68% YoY จากการรับรู้รายได้ 5 โรงจากทั้งหมด 15 โรงที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์
**ต้นทุนขาย:** ลดลง 50.96% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง โดยส่วนใหญ่มาจากต้นทุนวัตถุดิบ
**กำไรขั้นต้น:** ขาดทุนขั้นต้น 40.21 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 250.86 ล้านบาท
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 30.49% YoY มาจากนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,615.44 ล้านบาท ลดลง 14.51% จากปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากการขายที่ดินและลูกหนี้การค้าที่ลดลง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,516.61 ล้านบาท ลดลง 16.51% จากปีก่อน จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินและเจ้าหนี้การค้า สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นลดลงจาก 24.86 เท่า เป็น 15.35 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 35.27% เป็น 98.83 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน 182.40 ล้านบาท หักลบด้วยผลขาดทุนจากการดำเนินงานและผลขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงิน
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมการดำเนินงาน 137.63 ล้านบาท กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมการลงทุน 229.24 ล้านบาท ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้น 39.25 ล้านบาท เป็น 77.64 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PPPM ในปี 2564 พลิกจากขาดทุนจำนวนมากในปี 2563 มาสู่ผลขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหลักมาจากการไม่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม รายได้รวมของบริษัทลดลงอย่างมากถึง 54.37% โดยธุรกิจอาหารสัตว์น้ำได้รับผลกระทบหนักจากสถานการณ์ COVID-19 แต่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงกลับเติบโตโดดเด่นถึง 96.79% ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญในการชดเชยรายได้ที่หายไป แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายและลดสัดส่วนหนี้สินต่อทุนได้ แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ปัญหาโรคระบาดในอุตสาหกรรมเกษตร และความล่าช้าของโครงการลงทุน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PPPM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
198.94
ล้านบาท
↑ 36.7% YoY
กำไรขั้นต้น
11.21
ล้านบาท
↓ 4912.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.64
%
กำไรสุทธิ
-173.99
ล้านบาท
↑ 73.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-87.46
%
D/E Ratio
1.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
199
↑ + 36.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11
↓ -4912.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-174
↑ + 73.4%
YoY
D/E Ratio
1.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PPPM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.22
ROE (%)
-52.43
ROA (%)
-23.96
Book Value/หุ้น
0.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PPPM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PPPM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
12.31
-109.71%
|
-126.74
-197.68%
|
129.75
-218.40%
|
-109.59
+140.12%
|
-45.64
-120.79%
|
219.49
+270.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-5.79
-165.87%
|
8.79
-78.03%
|
40.00
-298.12%
|
-20.19
-41.15%
|
-34.31
+162.91%
|
-13.05
-104.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.20
-104.82%
|
45.66
-147.05%
|
-97.05
-87.28%
|
-763.18
-5,256.62%
|
14.80
-107.15%
|
-207.12
-43.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.00
-106.78%
|
-14.74
-133.00%
|
44.66
-106.23%
|
-717.07
+5,550.67%
|
-12.69
+77.73%
|
-7.14
-128.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
38.39
-15.70%
|
45.54
+122.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
77.64
+102.24%
|
38.39
-15.70%
|