บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
0.27
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8016 out_tok=2640 at=2026-07-26T01:01:43 -->
# PPPM พลิกขาดทุนหนัก Q2/2565 รับรายได้อาหารสัตว์น้ำพุ่ง 7,690%
## รายได้อาหารสัตว์น้ำฟื้นตัวแรง สวนทางธุรกิจไฟฟ้า-สัตว์เลี้ยงชะลอตัว กดดันผลขาดทุนสุทธิเพิ่ม
บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) หรือ PPPM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 241.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.48% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิรวม 62.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149.42% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้ของบริษัทย่อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ PPPM ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 7,690.09% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่กดดันผลประกอบการคือ **ผลขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้ของบริษัทย่อย** ที่มีมูลค่าถึง 24.26 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมบริษัทขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 149.42%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** การฟื้นตัวของรายได้ในไตรมาสนี้เป็นผลมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปีก่อน ซึ่งส่งผลกระทบให้ราคาขายและปริมาณการขายลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถนำสัตว์น้ำออกสู่ท้องตลาดได้ ในปี 2565 สถานการณ์ดีขึ้น ทำให้รายได้จากการขายอาหารสัตว์น้ำปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ผลขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้:** เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุที่ชัดเจนของผลขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้ แต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อน (จาก -3.20 ล้านบาท เป็น 24.26 ล้านบาท) แสดงให้เห็นถึงปัญหาด้านการเรียกเก็บหนี้หรือการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่ลดลง
**ธุรกิจอื่นๆ:** รายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงปรับลดลง 6.37% และธุรกิจพลังงานไฟฟ้าลดลง 38.83% ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ภาพรวมรายได้เติบโตไม่เต็มที่นัก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** มีแนวโน้ม **มีโอกาสต่อเนื่อง** ในแง่ของการฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่การเติบโตในระดับสูงเช่นนี้อาจเป็น **ลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากปัจจัยหลักมาจากการเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่ย่ำแย่ในปีก่อน
**ผลขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้:** ยัง **ไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุและแนวโน้มของปัญหานี้ หากเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องได้
**ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** มีแนวโน้ม **มีโอกาสต่อเนื่อง** ในการเติบโต โดยเฉพาะตลาดในประเทศที่คาดว่าจะมียอดขายสูงขึ้นในไตรมาส 3 จากการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว
**ธุรกิจพลังงานไฟฟ้า:** มีแนวโน้ม **มีโอกาสต่อเนื่อง** ในการทรงตัวหรือลดลง เนื่องจากบริษัทรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าเพียง 2 โรง จากทั้งหมด 15 โรงที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม 241.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.48% YoY**
* **ผลขาดทุนสุทธิรวม 62.48 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 149.42% YoY**
* **ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำทำรายได้ 86.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,690.09% YoY**
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงทำรายได้ 150.50 ล้านบาท ลดลง 6.37% YoY**
* **ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าทำรายได้ 4.79 ล้านบาท ลดลง 38.83% YoY**
* **ผลขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้ TFRS 9 เพิ่มขึ้น 858.13% เป็น 24.26 ล้านบาท**
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 6.01% YoY**
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 777.48% จากการเพิ่มทุน 886.67 ล้านบาท**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายรวม 241.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.48% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ 86.47 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7,690.09% YoY), ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 150.50 ล้านบาท (ลดลง 6.37% YoY) และธุรกิจพลังงานไฟฟ้า 4.79 ล้านบาท (ลดลง 38.83% YoY) อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิรวม 62.48 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 149.42% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้ของบริษัทย่อย
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** สถานการณ์ที่คลี่คลายจากปีก่อนส่งผลดีต่อรายได้ในกลุ่มนี้
* **การเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศ:** ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูปยังคงสูง และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 3
* **การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง:** ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเติบโต และตลาดยุโรป/อเมริกา มีการส่งออกต่อเนื่อง
* **การปรับตัวของอุตสาหกรรมกุ้ง:** การหันมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำที่ให้ผลตอบแทนดี และตลาดรองรับที่ชัดเจน อาจเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
* **การเลี้ยงปลา:** ราคาปลาที่ปรับตัวสูงขึ้น และการบริโภคโปรตีนจากปลาที่ยังคงเป็นที่นิยม เป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมปลา
## ความเสี่ยง
* **ผลขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้:** ความไม่แน่นอนของปัญหานี้อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** ราคาอาหารกุ้งและอาหารปลาที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นแรงกดดันต่อเกษตรกรและอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิต
* **ปัญหาโรคในสัตว์น้ำ:** โรคขี้ขาวในกุ้งขาวแวนนาไมยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่ออัตราการรอดและระยะเวลาการเลี้ยง
* **ความล่าช้าของโครงการลงทุน:** ปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าและโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนาม ยังคงมีความไม่แน่นอนและอาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้หรือการเรียกคืนเงินลงทุน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจะลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางกฎหมาย:** โดยเฉพาะกรณีโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นและโครงการ Riverside Tower ในเวียดนาม
* **แนวโน้มผลขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้:** การเปลี่ยนแปลงของตัวเลขนี้ในไตรมาสถัดไป
* **ทิศทางราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์:** การปรับตัวขึ้นลงของราคาวัตถุดิบจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
* **สถานการณ์การเลี้ยงกุ้งและปลา:** การเปลี่ยนแปลงของโรคระบาด ปริมาณการผลิต และราคาขาย
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** การเติบโตของตลาดในประเทศและยอดส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** รายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ตลาดในประเทศยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะอาหารแมว (80%) และอาหารสุนัข (20%) โดยอาหารแห้งเป็นที่นิยม (80%) ตลาดส่งออกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโต และตลาดยุโรป/อเมริกา ส่งออกต่อเนื่อง
* **อุตสาหกรรมกุ้ง:** กุ้งขาวแวนนาไมประสบปัญหาโรคขี้ขาว ทำให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำมากขึ้น ซึ่งมีตลาดรองรับที่ดีจากคำสั่งซื้อเพื่อส่งออกไปจีน
* **อุตสาหกรรมปลา:** ราคาปลาหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น เช่น ปลากะพง ทำให้เกษตรกรหันกลับมาเลี้ยงมากขึ้น โดยปลานิลและทับทิมยังคงเป็นสัดส่วนหลัก (70%)
* **ต้นทุนการผลิต:** ราคาอาหารสัตว์น้ำ อาหารกุ้ง และอาหารปลา ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อเกษตรกร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,193.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.29% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มทุน 851.67 ล้านบาท หนี้สินรวม 1,326.36 ล้านบาท ลดลง 12.20% จากสิ้นปี 2564 จากการชำระคืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 15.29 เท่า เหลือ 1.53 เท่า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 777.48% เป็น 867.21 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน 886.67 ล้านบาท บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 702.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 624.51 ล้านบาท จากกิจกรรมจัดหาเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนเป็นหลัก
## สรุปท้าย
PPPM ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะเติบโตจากการฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ แต่ปัจจัยกดดันหลักมาจากผลขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้ของบริษัทย่อย ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโตได้ดีตามแนวโน้มตลาดในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนจากข้อพิพาททางกฎหมายในโครงการลงทุนต่างๆ และความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ ยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PPPM ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
198.94
ล้านบาท
↑ 36.7% YoY
กำไรขั้นต้น
11.21
ล้านบาท
↓ 4912.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.64
%
กำไรสุทธิ
-173.99
ล้านบาท
↑ 73.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-87.46
%
D/E Ratio
1.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
199
↑ + 36.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11
↓ -4912.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-174
↑ + 73.4%
YoY
D/E Ratio
1.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PPPM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.22
ROE (%)
-52.43
ROA (%)
-23.96
Book Value/หุ้น
0.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PPPM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PPPM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
12.31
-109.71%
|
-126.74
-197.68%
|
129.75
-218.40%
|
-109.59
+140.12%
|
-45.64
-120.79%
|
219.49
+270.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-5.79
-165.87%
|
8.79
-78.03%
|
40.00
-298.12%
|
-20.19
-41.15%
|
-34.31
+162.91%
|
-13.05
-104.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.20
-104.82%
|
45.66
-147.05%
|
-97.05
-87.28%
|
-763.18
-5,256.62%
|
14.80
-107.15%
|
-207.12
-43.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.00
-106.78%
|
-14.74
-133.00%
|
44.66
-106.23%
|
-717.07
+5,550.67%
|
-12.69
+77.73%
|
-7.14
-128.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
38.39
-15.70%
|
45.54
+122.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
77.64
+102.24%
|
38.39
-15.70%
|