บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
0.27
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8781 out_tok=2937 at=2026-07-26T01:07:10 -->
# PPPM Q1/2566 ขาดทุนสุทธิเพิ่ม 28.74% รับต้นทุนพุ่ง-ขาดทุน FX
## รายได้อาหารสัตว์น้ำฟื้นแรงหนุนภาพรวม แต่ค่าใช้จ่ายบริหาร-ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนกดดันผลประกอบการ
บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) หรือ PPPM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 354.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.45% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิรวม 93.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.74% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนต่างประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ PPPM ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนน้อยกว่าปีก่อนมาเป็นขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 28.74% มาจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงถึง 57.76% และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 62.45% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายที่เติบโต:** มาจากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่เติบโตถึง 503.95% เนื่องจากกำลังซื้อกุ้งจากตลาดจีนที่เพิ่มขึ้นหลังการเปิดประเทศ ทำให้เกษตรกรไทยเพิ่มปริมาณการเลี้ยงกุ้งเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ ทั้งกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง และกุ้งก้ามกรามมีชีวิต อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงกลับลดลง 17.10% และธุรกิจพลังงานไฟฟ้าไม่มีรายได้เนื่องจากการขายโรงไฟฟ้าออกไป
* **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น:** สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยต้นทุนขายอาหารสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น 76.22% และต้นทุนขายอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรขั้นต้นกลับเพิ่มขึ้น 95.68% เป็น 3.17 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์น้ำไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับราคาขายที่ปรับตัวดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่พุ่งสูง:** เพิ่มขึ้น 57.76% เป็น 55.17 ล้านบาท โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการเพิ่มขึ้นเพื่อส่งเสริมยอดขายหลังจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
* **ขาดทุนอื่น-สุทธิ เพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 6.82% เป็น 29.62 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** ลดลง 77.08% เป็น 3.66 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและไถ่ถอนหุ้นกู้บางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพื่อส่งเสริมยอดขายหลัง COVID-19 อาจมีลักษณะเป็นการลงทุนเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ ซึ่งอาจลดลงในระยะถัดไปหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยที่ผันผวนและยากต่อการคาดการณ์ การที่บริษัทมีรายได้จากการขายอาหารสัตว์น้ำที่ฟื้นตัวได้ดีจากตลาดจีนเป็นปัจจัยบวกที่น่าจะต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม 354.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.45% YoY** จากการฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ
* **ขาดทุนสุทธิ 93.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.74% YoY** แม้รายได้โต แต่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายบริหารและขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
* **ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำโตแรง 503.95% YoY** รับอานิสงส์จีนเปิดประเทศและความต้องการกุ้งที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 17.10% YoY**
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 57.76% YoY** เพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **ขาดทุนอื่น-สุทธิ (ส่วนใหญ่จาก FX) เพิ่มขึ้น 6.82% YoY**
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 77.08% YoY** จากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 PPPM มีรายได้จากการขายรวม 354.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.45% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ 206.55 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 503.95% YoY) และรายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 147.73 ล้านบาท (ลดลง 17.10% YoY) อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิรวม 93.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.74% เมื่อเทียบกับปีก่อน (ขาดทุน 73.00 ล้านบาทใน Q1/2565) โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 0.89% (เทียบกับ 0.70% ใน Q1/2565) และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ -26.53% (เทียบกับ -33.47% ใน Q1/2565)
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดกุ้งในประเทศจีน:** การเปิดประเทศของจีนส่งผลให้กำลังซื้อกุ้งเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์น้ำของบริษัท
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง:** แนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง แม้ในไตรมาสนี้จะยังเห็นการชะลอตัว
* **การพัฒนาอุตสาหกรรมปลานิล:** การผลักดันอุตสาหกรรมปลานิลตลอดห่วงโซ่คุณค่า การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ และการหาช่องทางการตลาดคุณภาพ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดผลขาดทุนอื่น-สุทธิ เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลกำไรโดยรวม
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ อาจกดดันอัตรากำไรในอนาคต
* **ปัญหาโรคระบาดในอุตสาหกรรมกุ้ง:** แม้ภาพรวมจะดีขึ้น แต่โรคระบาดในฟาร์มกุ้งยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิต
* **ความล่าช้าและข้อพิพาททางกฎหมาย:** ปัญหาเกี่ยวกับเงินจ่ายล่วงหน้าสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ, โครงการ Riverside และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม อาจส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลประกอบการหากไม่สามารถแก้ไขได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** แม้ไตรมาสนี้จะลดลง แต่เป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่ หลังจากการลงทุนเพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** จะมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงหรือการบริหารจัดการอย่างไร
* **ความคืบหน้าในการติดตามทวงถามเงินคืนจากโครงการ Riverside:** ซึ่งยังคงมียอดค้างอยู่ 44 ล้านเยน
* **ความคืบหน้าของคดีความที่เกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม:** โดยเฉพาะการพิจารณาคดีครั้งถัดไปในวันที่ 22 มิถุนายน 2566
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 503.95% YoY ในไตรมาส 1/2566 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเปิดประเทศของจีน ทำให้ความต้องการกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง และกุ้งก้ามกรามมีชีวิตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรไทยเพิ่มปริมาณการเลี้ยง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลอุตสาหกรรมกุ้งในไตรมาส 1/2566 พบว่าปริมาณผลผลิตกุ้งทะเลรวมลดลง 2.10% YoY โดยกุ้งกุลาดำและกุ้งขาวแวนนาไมล้วนลดลง ซึ่งอาจเป็นผลจากปัญหาโรคระบาดและเกษตรกรบางส่วนชะลอการลงกุ้ง แม้ว่าแนวโน้มไตรมาส 2/2566 จะเป็นช่วงฤดูการปล่อยกุ้งเนื่องจากสภาพอากาศที่เหมาะสม และราคากุ้งที่ค่อนข้างดีในช่วงไตรมาส 1/2566
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** มีรายได้ลดลง 17.10% YoY ในไตรมาส 1/2566 แม้ว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงในปี 2566 คาดว่าจะเติบโต 8-10% และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแมวและอาหารสัตว์ที่มีราคาสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบผูกพันเหมือนสมาชิกในครอบครัว
* **อุตสาหกรรมปลา:** ปลานิลยังคงเป็นปลาเศรษฐกิจหลัก โดยมีการส่งออกในปี 2565 จำนวน 8,101.01 ตัน มูลค่า 504.14 ล้านบาท และกรมประมงยังคงสนับสนุนการเพาะพันธุ์และจำหน่ายลูกพันธุ์อย่างต่อเนื่อง สำหรับปลากะพงมีสัญญาณที่ดีจากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่บริโภคในร้านอาหารและภัตตราคาร อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2/2566 คาดว่าการเจริญเติบโตของปลาจะช้าลงเนื่องจากสภาพอากาศร้อน ทำให้เกษตรกรต้องเลี้ยงนานขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น และราคาปลาไม่ดีนัก อาจส่งผลให้เกษตรกรบางส่วนชะลอการเลี้ยง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,357.30 ล้านบาท ลดลง 74.45 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากมูลค่าลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือลดลง บริษัทมีหนี้สินรวม 755.18 ล้านบาท ลดลง 70.44 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.25 เท่า ลดลงจาก 1.36 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 602.12 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากผลขาดทุนจากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 ในไตรมาส 1/2566 บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการดำเนินงาน 37.21 ล้านบาท และมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดลดลง 16.21 ล้านบาท อยู่ที่ 29.11 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PPPM ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่ได้อานิสงส์จากการเปิดประเทศของจีน อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงการติดตามความคืบหน้าของข้อพิพาททางกฎหมายต่างๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไปในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PPPM ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
198.94
ล้านบาท
↑ 36.7% YoY
กำไรขั้นต้น
11.21
ล้านบาท
↓ 4912.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.64
%
กำไรสุทธิ
-173.99
ล้านบาท
↑ 73.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-87.46
%
D/E Ratio
1.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
199
↑ + 36.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11
↓ -4912.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-174
↑ + 73.4%
YoY
D/E Ratio
1.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PPPM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.22
ROE (%)
-52.43
ROA (%)
-23.96
Book Value/หุ้น
0.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PPPM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PPPM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
12.31
-109.71%
|
-126.74
-197.68%
|
129.75
-218.40%
|
-109.59
+140.12%
|
-45.64
-120.79%
|
219.49
+270.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-5.79
-165.87%
|
8.79
-78.03%
|
40.00
-298.12%
|
-20.19
-41.15%
|
-34.31
+162.91%
|
-13.05
-104.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.20
-104.82%
|
45.66
-147.05%
|
-97.05
-87.28%
|
-763.18
-5,256.62%
|
14.80
-107.15%
|
-207.12
-43.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.00
-106.78%
|
-14.74
-133.00%
|
44.66
-106.23%
|
-717.07
+5,550.67%
|
-12.69
+77.73%
|
-7.14
-128.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
38.39
-15.70%
|
45.54
+122.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
77.64
+102.24%
|
38.39
-15.70%
|