บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
0.27
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8716 out_tok=2674 at=2026-07-25T23:50:03 -->
# PPPM พลิกขาดทุนลด 90% Q3/66 รับแรงหนุนธุรกิจกุ้งฟื้น-คุมค่าใช้จ่าย
## รายได้อาหารสัตว์น้ำฟื้นตัวแรง แต่ภาพรวมยอดขายรวมยังหดตัว เหตุธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงชะลอตัวหนัก
บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) หรือ PPPM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิ 28.14 ล้านบาท ลดลงถึง 90.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายรวม 305.12 ล้านบาท ลดลง 16.77% เป็นผลมาจากรายได้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่ชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำกลับมาเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในตลาดจีน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิของ PPPM ในไตรมาส 3 ปี 2566 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 90.13% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การลดลงอย่างมากของผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัทย่อย** ซึ่งในปีก่อนมีรายการนี้ถึง 228.18 ล้านบาท ทำให้ปีนี้แม้จะมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน แต่ภาพรวมขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ** ก็เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลขาดทุนลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การลดลงของผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีรายการขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัทย่อยจำนวนมากถึง 228.18 ล้านบาท ซึ่งรายการนี้เป็นรายการพิเศษ (one-time) ที่ไม่เกิดขึ้นในปี 2566 ทำให้ผลขาดทุนสุทธิปีนี้ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** รายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น 19.72% เป็น 184.04 ล้านบาท เนื่องจากกำลังซื้อกุ้งจากตลาดจีนเพิ่มขึ้นจากการเปิดประเทศ ทำให้เกษตรกรไทยเพิ่มปริมาณการเลี้ยงกุ้งเพื่อรองรับคำสั่งซื้อดังกล่าว ส่งผลให้รายได้ในส่วนนี้ดีขึ้น
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** บริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ลดลง 22.96% เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้ขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปี 2565 จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในปีถัดไป อย่างไรก็ตาม **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ** มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องได้ในระยะสั้นถึงกลาง จากสถานการณ์ตลาดจีนที่เปิดรับคำสั่งซื้อ แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและปริมาณการเลี้ยงในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 90.13% YoY:** อยู่ที่ 28.14 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 285.19 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวมลดลง 16.77% YoY:** อยู่ที่ 305.12 ล้านบาท
* **ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำฟื้นตัว:** รายได้เพิ่มขึ้น 19.72% YoY เป็น 184.04 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อกุ้งในตลาดจีน
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงชะลอตัว:** รายได้ลดลง 81.33% YoY เหลือ 121.08 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อที่ลดลงตั้งแต่ปลายปี 2565
* **ต้นทุนขายลดลง 26.40% YoY:** สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 166.67% YoY:** อยู่ที่ 16.78 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 22.96% YoY:** จากนโยบายควบคุมค่าใช้จ่าย
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 74.40% YoY:** จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้
* **สินทรัพย์รวมลดลง 8.07% YTD:** อยู่ที่ 1,316.17 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากเงินสดและสินค้าคงเหลือ
* **หนี้สินรวมลดลง 10.62% YTD:** อยู่ที่ 737.91 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 PPPM มีรายได้จากการขายรวม 305.12 ล้านบาท ลดลง 16.77% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ 184.04 ล้านบาท (60.32%) และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 121.08 ล้านบาท (39.68%) แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ต้นทุนขายลดลงในอัตราที่สูงกว่า (26.40%) ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 22.96% และการลดลงอย่างมากของรายการขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัทย่อย ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 90.13% YoY มาอยู่ที่ 28.14 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดกุ้งจีน:** การเปิดประเทศของจีนส่งผลให้กำลังซื้อกุ้งเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์น้ำของ PPPM
* **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** นโยบายการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดผลกระทบจากรายได้ที่ชะลอตัว
* **การลดลงของต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการหนี้สินและการจ่ายคืนเงินกู้ยืมช่วยลดภาระดอกเบี้ย
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** คำสั่งซื้อที่ลดลงตั้งแต่ปลายปี 2565 และแนวโน้มการชะลอตัวในไตรมาส 4/2566 จากภาวะเศรษฐกิจ เป็นความเสี่ยงสำคัญ
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบอาหารกุ้งที่สูงขึ้นและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและอาจกระทบต่อปริมาณการเลี้ยงในระยะยาว
* **ปัญหาด้านสายพันธุ์กุ้งและโรคระบาด:** การที่เกษตรกรประสบปัญหาผลการเลี้ยงไม่เป็นไปตามแผน และความต้องการสายพันธุ์ทนโรคที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่อปริมาณผลผลิต
* **ความล่าช้าของโครงการลงทุน:** มีประเด็นเรื่องเงินจ่ายล่วงหน้าสำหรับโครงการต่างๆ ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน และอยู่ระหว่างการติดตามทวงถามหรือดำเนินการทางกฎหมาย
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีการบันทึกกำไร(ขาดทุน)อื่นสุทธิที่ลดลง แต่ยังคงมีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทในต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้ออาหารสัตว์เลี้ยง:** การฟื้นตัวหรือชะลอตัวต่อเนื่องของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในไตรมาส 4/2566 และปีหน้า
* **สถานการณ์ราคาและปริมาณการเลี้ยงกุ้ง:** การเปลี่ยนแปลงของราคาขายกุ้งในตลาดจีน และปริมาณการเลี้ยงของเกษตรกรไทย ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูง
* **ความคืบหน้าในการทวงถามเงินมัดจำโครงการต่างๆ:** โดยเฉพาะเงินมัดจำโครงการริเวอร์ไซด์ที่ยังคงค้างอยู่
* **การดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้า:** ความคืบหน้าของคดีความที่เกี่ยวข้องกับ Aura Green Energy Co., Ltd. และการส่งมอบโรงไฟฟ้าพลังงานลม
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** กลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับต้นทุนที่ผันผวน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** รายได้เพิ่มขึ้น 19.72% YoY เป็น 184.04 ล้านบาท จากกำลังซื้อกุ้งในตลาดจีนที่เพิ่มขึ้นหลังการเปิดประเทศ โดยเฉพาะกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง และกุ้งก้ามกรามมีชีวิต ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรไทยเพิ่มปริมาณการเลี้ยง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์อุตสาหกรรมกุ้งโดยรวมยังคงเผชิญปัญหาด้านราคาขายที่ตกต่ำ ต้นทุนอาหารกุ้งและพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาผลการเลี้ยงที่ไม่เป็นไปตามแผนจากสายพันธุ์กุ้ง
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 81.33% YoY เหลือ 121.08 ล้านบาท เนื่องจากคำสั่งซื้อชะลอตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2565 และคาดว่าจะชะลอตัวต่อเนื่องในไตรมาส 4/2566 จากภาวะเศรษฐกิจ แม้ว่าแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์จะยังคงเติบโต แต่การใช้จ่ายอาจลดลง
* **ธุรกิจพลังงานไฟฟ้า:** รายได้จากธุรกิจนี้หายไปเกือบทั้งหมดในปี 2566 เนื่องจากบริษัทย่อยในญี่ปุ่นได้จำหน่ายโรงไฟฟ้าไปแล้ว 13 จาก 15 โรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,316.17 ล้านบาท ลดลง 8.07% YTD ส่วนใหญ่จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง 39.29 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือลดลง 32.48 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 737.91 ล้านบาท ลดลง 10.62% YTD จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินเป็นหลัก แม้เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นจะเพิ่มขึ้นก็ตาม สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ 1.28 เท่า ลดลงจาก 1.36 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 4.60% YTD เป็น 578.25 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากผลขาดทุนจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้ กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 67.67 ล้านบาท ทำให้เงินสดรวมปลายงวดอยู่ที่ 6.03 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PPPM ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถพลิกสถานการณ์จากขาดทุนจำนวนมากในปีที่แล้ว มาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 90% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการลดลงของรายการพิเศษอย่างผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่ได้รับอานิสงส์จากตลาดจีน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่การชะลอตัวของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PPPM ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
198.94
ล้านบาท
↑ 36.7% YoY
กำไรขั้นต้น
11.21
ล้านบาท
↓ 4912.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.64
%
กำไรสุทธิ
-173.99
ล้านบาท
↑ 73.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-87.46
%
D/E Ratio
1.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
199
↑ + 36.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11
↓ -4912.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-174
↑ + 73.4%
YoY
D/E Ratio
1.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PPPM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.22
ROE (%)
-52.43
ROA (%)
-23.96
Book Value/หุ้น
0.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PPPM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PPPM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
12.31
-109.71%
|
-126.74
-197.68%
|
129.75
-218.40%
|
-109.59
+140.12%
|
-45.64
-120.79%
|
219.49
+270.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-5.79
-165.87%
|
8.79
-78.03%
|
40.00
-298.12%
|
-20.19
-41.15%
|
-34.31
+162.91%
|
-13.05
-104.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2.20
-104.82%
|
45.66
-147.05%
|
-97.05
-87.28%
|
-763.18
-5,256.62%
|
14.80
-107.15%
|
-207.12
-43.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1.00
-106.78%
|
-14.74
-133.00%
|
44.66
-106.23%
|
-717.07
+5,550.67%
|
-12.69
+77.73%
|
-7.14
-128.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
38.39
-15.70%
|
45.54
+122.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
77.64
+102.24%
|
38.39
-15.70%
|