POLY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
POLY
บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
6.85
0.10 (1.44%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12725 out_tok=2961 at=2026-07-25T23:12:09 --> # POLY กำไรสุทธิปี 65 โต 33.7% รับรายได้กลุ่มอุปโภคบริโภคพุ่ง ## รายได้รวมโต 37.6% สวนทางต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-กำไรขั้นต้นหดเล็กน้อย บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ POLY รายงานผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 1,083.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.6% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 161.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.7% การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากการขยายตัวของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่เติบโตสูงถึง 99.0% ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ยังคงเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมและคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อยจาก 28.3% เป็น 24.9% เนื่องจากสัดส่วนรายได้ที่เปลี่ยนไปและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรสุทธิ POLY ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค** ซึ่งมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจาก 25.2% เป็น 36.4% และเติบโตสูงถึง 99.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมจะปรับลดลงจาก 28.3% เป็น 24.9% แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในกลุ่มนี้ได้ชดเชยผลกระทบดังกล่าว และยังส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.7% เป็น 161.7 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมาจาก **ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์จากซิลิโคน** ซึ่งเริ่มผลิตและขายในช่วงปลายปี 2564 และได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ เนื่องจากสอดคล้องกับกระแสความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและชีวิตที่เร่งรีบ ฝ่ายจัดการระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้เริ่มเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2565 และมีการขยายช่องทางการขายอย่างต่อเนื่อง ทำให้รายได้จากกลุ่มนี้เติบโตสูง ส่วนการปรับลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมนั้น เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1. **การรับรู้รายได้ที่เปลี่ยนไป:** ในปี 2564 มีการรับรู้รายได้ค่าแม่พิมพ์ซึ่งมีอัตรากำไรสูงเข้ามาในช่วงไตรมาส 4 แต่ในปี 2565 รายได้ส่วนใหญ่มาจากการขายชิ้นงานซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่า 2. **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** วัตถุดิบปิโตรเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 38.2% เป็น 43.3% แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถเจรจาปรับราคากับลูกค้าได้เป็นรายไตรมาส แต่ก็ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในช่วงสั้นๆ ก่อนที่ราคาขายใหม่จะมีผลบังคับใช้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน** การเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับที่ดีและสอดคล้องกับเทรนด์ตลาดโลก ฝ่ายบริหารยังคงมุ่งเน้นการกระจายรายได้ไปยังอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโต ซึ่งกลุ่มนี้เป็นหนึ่งในนั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนจากสถานการณ์ภายนอก และการปรับราคาขายกับลูกค้าที่ต้องใช้เวลา อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 37.6%** แตะ 1,082.3 ล้านบาท * **กำไรสุทธิปี 2565 เพิ่มขึ้น 33.7%** เป็น 161.7 ล้านบาท * **กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโตโดดเด่น 99.0%** สัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 36.4% * **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง** จาก 28.3% เป็น 24.9% เนื่องจากสัดส่วนรายได้และต้นทุนวัตถุดิบ * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 70.2%** จากการกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูงขึ้น * **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 104.9%** จากการระดมทุนผ่าน IPO * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง** จาก 0.9 เท่า เป็น 0.4 เท่า ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปี 2565 บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,082.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.7% จาก 786.1 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่เติบโตถึง 99.0% และกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโต 15.5% ขณะที่กลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์เติบโต 23.6% กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 21.1% เป็น 269.2 ล้านบาท แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 28.3% เป็น 24.9% เนื่องจากสัดส่วนรายได้ที่เปลี่ยนไปและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้ที่เติบโต แต่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 70.2% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 36.5% และกำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 161.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.7% จากปีก่อนหน้า ## โอกาส * **การเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค:** ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์จากซิลิโคนได้รับการตอบรับที่ดีและสอดคล้องกับเทรนด์ตลาดโลก มีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง * **การขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์:** การมีลูกค้ารายใหม่ในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโต * **การกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ:** การปรับสัดส่วนรายได้ไปยังอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโต ช่วยสร้างความยั่งยืนในระยะยาว * **การระดมทุนผ่าน IPO:** เงินทุนที่ได้จากการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะถูกนำไปใช้ในการลงทุนเพื่อรองรับลูกค้าที่มากขึ้นและพัฒนาศักยภาพการผลิต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** สงครามรัสเซีย-ยูเครนและปัจจัยภายนอกอื่นๆ ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบปิโตรเคมีภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **การปรับราคาขาย:** การทบทวนราคาสินค้ากับลูกค้าเป็นรายไตรมาส อาจทำให้เกิดช่วงเวลาที่ต้นทุนสูงกว่าราคาขาย ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร * **การพึ่งพิงลูกค้าบางราย:** แม้จะมีการกระจายรายได้ แต่การมีลูกค้าหลักในบางกลุ่มยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ * **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค:** ความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตและอัตรากำไร * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** กลยุทธ์ในการรับมือกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบ และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย * **การปรับราคาขายกับลูกค้า:** ความคืบหน้าในการเจรจาปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง * **การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต:** ประสิทธิภาพของการลงทุนใหม่ในการรองรับคำสั่งซื้อและสร้างผลตอบแทน * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อภาระดอกเบี้ยจ่าย ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **การใช้กำลังการผลิต (Utilization):** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่ระบุว่ามีการใช้กำลังการผลิตได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนค่าแรงและค่าเสื่อมราคาต่อยอดขายลดลง **คำสั่งซื้อ (Order Book):** มีการกล่าวถึงคำสั่งซื้อสำหรับชิ้นงานใหม่จากลูกค้ารายเดิมและรายใหม่ในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการเติบโต **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะวัตถุดิบปิโตรเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** โดยรวมลดลงจาก 28.3% เป็น 24.9% เนื่องจากสัดส่วนรายได้ที่เปลี่ยนไป (รายได้ชิ้นงานมากกว่าแม่พิมพ์) และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์มีแนวโน้มที่แตกต่างกัน โดยกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ยังคงรักษา GPM สูงไว้ได้ **การส่งออก:** มีการกล่าวถึงการทำตลาดที่ดีในต่างประเทศสำหรับสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภคภายใต้แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ในช่วงสั้นๆ **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 10.6% สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของรายได้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,692.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.2% โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดจากการระดมทุนผ่าน IPO และการลงทุนในเครื่องจักรเพิ่มเติม หนี้สินรวมลดลง 10.6% เป็น 489.6 ล้านบาท จากการจ่ายชำระคืนเงินต้นและภาระตามสัญญา ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 104.9% เป็น 1,203.3 ล้านบาท จากการระดมทุนผ่าน IPO และกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น (หลังหักปันผล) ทำให้ D/E Ratio ลดลงอย่างมากจาก 0.9 เท่า เป็น 0.4 เท่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลง 20.7% เป็น 150.8 ล้านบาท เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานที่มากขึ้น ขณะที่กระแสเงินสดจากการลงทุนลดลง 50.2% และกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 479.2% จากการระดมทุน ## สรุปท้าย ปี 2565 เป็นปีแห่งการเติบโตที่แข็งแกร่งของ POLY โดยมีรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ ขับเคลื่อนด้วยการขยายตัวของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มาแรง แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและสัดส่วนรายได้ที่เปลี่ยนไป แต่การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายโดยรวมและการระดมทุนที่ประสบความสำเร็จได้ช่วยเสริมสร้างฐานะการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในระยะยาว และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบเพื่อรักษาอัตรากำไรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ POLY ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
301.22 ล้านบาท
↑ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
95.83 ล้านบาท
↑ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.81 %
กำไรสุทธิ
66.28 ล้านบาท
↑ 4.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
22.00 %
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
301
↑ + 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
96
↑ + 6.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
66
↑ + 4.1% YoY
D/E Ratio
0.14

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — POLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รายได้รวม
301.22
+1.24%
297.54
+17.69%
252.83
-69.18%
820.23
+4.21%
787.08
กำไรขั้นต้น
95.83
+6.33%
90.13
+32.69%
67.92
-67.49%
208.90
-6.01%
222.26
ค่าใช้จ่ายรวม
25.06
+284.19%
6.52
-63.57%
17.90
-69.58%
58.84
-15.25%
69.44
กำไรสุทธิ
66.28
+4.15%
63.64
-32.94%
94.90
-19.39%
117.73
-2.65%
120.93
กำไรต่อหุ้น
0.15
+4.26%
0.14
-33.18%
0.21
-19.47%
0.26
-2.60%
0.27
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
31.81
+5.02%
30.29
+12.77%
26.86
+5.46%
25.47
-9.81%
28.24
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
8.32
+279.91%
2.19
-69.07%
7.08
-1.26%
7.17
-18.71%
8.82
อัตรากำไรสุทธิ(%)
22.00
+2.85%
21.39
-43.02%
37.54
+161.60%
14.35
-6.58%
15.36
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
20.43
+23.89%
16.49
+18.04%
13.97
-22.65%
18.06
0.00
ROA(%)
19.65
+31.53%
14.94
+13.61%
13.15
-14.22%
15.33
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.14
-17.65%
0.17
-15.00%
0.20
-51.22%
0.41
0.00
P/E
11.87
-27.27%
16.32
-51.37%
33.56
+2.16%
32.85
+181.25%
11.68
P/BV
2.49
-23.38%
3.25
-2.11%
3.32
-26.22%
4.50
+85.19%
2.43
BV
2.81
+2.55%
2.74
+2.24%
2.68
-1.11%
2.71
-3.56%
2.81
YIELD(%)
6.43
+50.59%
4.27
+137.22%
1.80
-78.37%
8.32
8.32
ราคาหุ้น
7.00
-21.35%
8.90
8.90
-27.05%
12.20
+78.10%
6.85
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
20.43
ROA (%)
19.65
Book Value/หุ้น
2.81

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — POLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
578.29
+0.24%
576.92
-1.84%
587.73
-16.85%
706.85
+229.54%
214.50
+52.96%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
942.64
+1.06%
932.74
-4.64%
978.17
-0.80%
986.01
+7.13%
920.40
+14.44%
รวมสินทรัพย์
1,520.93
+0.75%
1,509.65
-3.59%
1,565.90
-7.50%
1,692.86
+49.16%
1,134.90
+20.16%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
149.58
+0.04%
149.52
-11.91%
169.74
-32.70%
252.20
-4.93%
265.27
+7.47%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
42.07
-35.19%
64.92
-31.14%
94.28
-60.28%
237.38
-15.95%
282.41
+22.06%
รวมหนี้สิน
191.65
-10.62%
214.44
-18.78%
264.02
-46.07%
489.58
-10.61%
547.68
+14.53%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,329.27
+2.63%
1,295.22
-0.51%
1,301.88
+8.19%
1,203.28
+104.91%
587.22
+25.94%
D/E
0.14
0.17
0.20
0.41
0.93
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
20.43
16.49
13.97
18.06
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
19.65
14.94
13.15
15.33
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
3.87
3.86
3.46
2.80
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
3.32
3.36
3.07
2.43
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
63.43
75.99
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
29.00
28.27
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
45.81
54.67
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
46.63
49.59
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-224
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+289
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — POLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-223.55
-34.21%
-339.77
+45.71%
-233.19
+1,020.03%
-20.82
-110.95%
190.07
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
288.52
+440.30%
53.40
-34.11%
81.05
-866.79%
-10.57
-90.84%
-115.37
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
127.53
-17.70%
154.95
-39.63%
256.67
-37.19%
408.62
-607.10%
-80.58
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
0.00
-100.00%
-131.39
-140.74%
322.54
-14.50%
377.23
-6,515.48%
-5.88
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
254.38
+32.52%
191.95
-53.18%
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
125.10
-50.82%
254.38
+32.52%
0.00
0.00
0.00