POLY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
POLY
บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
6.95
+0.10 (+1.46%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9922 out_tok=3095 at=2026-07-26T00:36:49 --> # POLY Q3/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 60.5% รับอานิสงส์สินค้าอุปโภคบริโภคโตแรง ## รายได้รวมโต 48.6% สวนกระแสต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ฝ่ายบริหารเร่งกระจายความเสี่ยง บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ POLY รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 122.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 60.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมจากการขายเติบโต 48.6% เป็นผลจากการตอบรับที่ดีของสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภคในต่างประเทศ ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 31.2% แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อยจากแรงกดดันราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ POLY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 60.5% แม้ว่าภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับลดลงเล็กน้อยจาก 28.0% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 24.8% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมาจาก **การตอบรับที่ดีเยี่ยมของสินค้าบรรจุภัณฑ์จากซิลิโคนในต่างประเทศ** โดยลูกค้าสั่งผลิตชิ้นงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสินค้าดังกล่าวเริ่มผลิตและขายในช่วงปลายปี 2564 และได้รับอานิสงส์จากกระแสรักโลกและชีวิตที่เร่งรีบของผู้บริโภคทั่วโลก ทำให้สัดส่วนรายได้จากกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 20.7% ในปีก่อนเป็น 36.5% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 นอกจากนี้ กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ยังคงเติบโตได้ดีที่ 19.4% จากยอดขายรถยนต์ที่ฟื้นตัวและการผลิตให้กับลูกค้ารายใหม่ ขณะที่กลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์เติบโต 17.7% จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและสินค้าที่หลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจาก **ราคาวัตถุดิบปิโตรเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก** อันเป็นผลจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 38.2% เป็น 43.3% โดยบริษัทไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าได้ทันที เนื่องจากมีรอบการทบทวนราคากับลูกค้าเป็นรายไตรมาส ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน** การเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากกระแสความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก และบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นกระจายรายได้ไปยังอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเพื่อความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบที่ผันผวนและสงครามที่ยืดเยื้อยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งบริษัทฯ มีกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงโดยการเจรจาปรับราคากับลูกค้าเป็นรายไตรมาส เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้ทันเวลา ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 60.5%** แตะ 122.5 ล้านบาท * **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 48.6%** แตะ 790.4 ล้านบาท * **กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคโตแรง 161.4%** กลายเป็นสัดส่วนรายได้หลัก 36.5% * **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง** จาก 28.0% เป็น 24.8% เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง * **ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 5.1% ต่อรายได้** จาก 38.2% เป็น 43.3% * **ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 37.4%** จาก 51.1 ล้านบาท เป็น 32.0 ล้านบาท จากรายการกำไรอื่นที่เพิ่มขึ้น * **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 31.2%** เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างงวด 306.0 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 790.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่เติบโตถึง 161.4% และกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโต 19.4% ขณะที่กลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์เติบโต 17.7% กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 31.2% เป็น 195.5 ล้านบาท แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 28.0% เป็น 24.8% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบปิโตรเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นที่เพิ่มขึ้น 5.1% ต่อรายได้ ค่าใช้จ่ายรวมลดลงอย่างมากถึง 37.4% เป็น 32.0 ล้านบาท เนื่องจากมีรายการกำไรอื่นจากการจำหน่ายอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 24.5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 122.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจาก 14.4% เป็น 15.5% ## โอกาส * **การเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค:** ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดต่างประเทศ สอดคล้องกับกระแสรักษ์โลกและชีวิตที่เร่งรีบ * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นและการผลิตให้กับลูกค้ารายใหม่และรายเก่า * **การขยายกำลังการผลิต:** การลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติมเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ * **การกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ:** ความพยายามในการปรับสัดส่วนรายได้ให้ใกล้เคียงกันทั้งสามกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบปิโตรเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นที่สูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน * **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ:** ฝ่ายบริหารยังคงติดตามภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำลังซื้อ * **การขาดแคลนเซมิคอนดัคเตอร์:** แม้จะกล่าวถึงว่าเป็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาสำหรับกลุ่มยานยนต์ * **การเปลี่ยนแปลงรอบการปรับราคาขาย:** การที่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าได้ทันทีเมื่อต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น เนื่องจากมีรอบการทบทวนราคากับลูกค้าเป็นรายไตรมาส ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวขึ้นลงของราคาวัตถุดิบปิโตรเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้น * **การเจรจาปรับราคาสินค้า:** ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นไปยังราคาขายสินค้า * **การเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตและส่วนแบ่งการตลาดในต่างประเทศ * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมระยะสั้นและสัญญาเช่าซื้อ * **การระดมทุน:** ผลกระทบของการระดมทุนต่อโครงสร้างหนี้สินและสภาพคล่องของบริษัท ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **การใช้กำลังการผลิต (Utilization):** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่ระบุว่าการเติบโตของรายได้ในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์มาจากยอดขายที่ฟื้นตัวและการผลิตให้กับลูกค้ารายใหม่ ทำให้ศักยภาพการใช้กำลังการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนคงที่ **คำสั่งซื้อ (Order Book):** กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมีการสั่งผลิตชิ้นงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากลูกค้าเดิมและรายใหม่ ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์ที่ฟื้นตัวและลูกค้ารายใหม่ **ราคาวัตถุดิบ (Raw Material Prices):** เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบปิโตรเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก **กำไรขั้นต้น (GPM):** โดยรวมลดลงจาก 28.0% เป็น 24.8% แต่แยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์พบว่า กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ GPM ลดลงจาก 21.1% เป็น 17.2% กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค GPM เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 23.0% เป็น 23.9% และกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ GPM ลดลงจาก 63.9% เป็น 59.4% **การส่งออก:** การเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมาจากตลาดต่างประเทศเป็นหลัก โดยสินค้าได้รับการตอบรับที่ดี **ค่าเงิน (FX):** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริง แต่มีรายการ "กำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้น" ในส่วนของกำไร/ขาดทุนอื่น **สินค้าคงคลัง (Inventory):** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,215.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 28.9% จากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2.0% จากการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 810.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.1% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 109.2% จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อจ่ายเงินปันผล ซื้อเครื่องจักร และเป็นเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 9.4% จากการจ่ายชำระคืนเงินต้น ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 31.2% มาอยู่ที่ 404.1 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างงวด 306.0 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 0.8 เป็น 0.5 เท่า เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นหลังการระดมทุน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.0 เป็น 2.0 เท่า ซึ่งคาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติหลังการระดมทุนและจ่ายชำระหนี้ระยะสั้น อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.8% เป็น 33.7% เนื่องจากกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) เพิ่มขึ้นจาก 8.3% เป็น 14.2% จากกำไรสุทธิที่สูงขึ้นและการใช้กำลังการผลิตเต็มประสิทธิภาพ ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ POLY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสามารถชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นถึง 60.5% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและการรักษาสภาพคล่องหลังการจ่ายเงินปันผลจำนวนมากจะเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ POLY ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
301.22 ล้านบาท
↑ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
95.83 ล้านบาท
↑ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.81 %
กำไรสุทธิ
66.28 ล้านบาท
↑ 4.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
22.00 %
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
301
↑ + 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
96
↑ + 6.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
66
↑ + 4.1% YoY
D/E Ratio
0.14

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — POLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รายได้รวม —
301.22
+1.24%
297.54
+17.69%
252.83
-69.18%
820.23
+4.21%
787.08
กำไรขั้นต้น —
95.83
+6.33%
90.13
+32.69%
67.92
-67.49%
208.90
-6.01%
222.26
ค่าใช้จ่ายรวม —
25.06
+284.19%
6.52
-63.57%
17.90
-69.58%
58.84
-15.25%
69.44
กำไรสุทธิ —
66.28
+4.15%
63.64
-32.94%
94.90
-19.39%
117.73
-2.65%
120.93
กำไรต่อหุ้น —
0.15
+4.26%
0.14
-33.18%
0.21
-19.47%
0.26
-2.60%
0.27
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
31.81
+5.02%
30.29
+12.77%
26.86
+5.46%
25.47
-9.81%
28.24
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
8.32
+279.91%
2.19
-69.07%
7.08
-1.26%
7.17
-18.71%
8.82
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
22.00
+2.85%
21.39
-43.02%
37.54
+161.60%
14.35
-6.58%
15.36
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
20.43
+23.89%
16.49
+18.04%
13.97
-22.65%
18.06
0.00
ROA(%) —
19.65
+31.53%
14.94
+13.61%
13.15
-14.22%
15.33
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.14
-17.65%
0.17
-15.00%
0.20
-51.22%
0.41
0.00
P/E —
11.87
-27.27%
16.32
-51.37%
33.56
+2.16%
32.85
+201.10%
10.91
P/BV —
2.49
-23.38%
3.25
-2.11%
3.32
-26.22%
4.50
+92.31%
2.34
BV —
2.81
+2.55%
2.74
+2.24%
2.68
-1.11%
2.71
-8.75%
2.97
YIELD(%) —
6.43
+50.59%
4.27
+137.22%
1.80
-78.05%
8.20
8.20
ราคาหุ้น —
7.00
-21.35%
8.90
8.90
-27.05%
12.20
+75.54%
6.95
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
20.43
ROA (%)
19.65
Book Value/หุ้น
2.97

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — POLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
578.29
+0.24%
576.92
-1.84%
587.73
-16.85%
706.85
+229.54%
214.50
+52.96%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
942.64
+1.06%
932.74
-4.64%
978.17
-0.80%
986.01
+7.13%
920.40
+14.44%
รวมสินทรัพย์ —
1,520.93
+0.75%
1,509.65
-3.59%
1,565.90
-7.50%
1,692.86
+49.16%
1,134.90
+20.16%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
149.58
+0.04%
149.52
-11.91%
169.74
-32.70%
252.20
-4.93%
265.27
+7.47%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
42.07
-35.19%
64.92
-31.14%
94.28
-60.28%
237.38
-15.95%
282.41
+22.06%
รวมหนี้สิน —
191.65
-10.62%
214.44
-18.78%
264.02
-46.07%
489.58
-10.61%
547.68
+14.53%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,329.27
+2.63%
1,295.22
-0.51%
1,301.88
+8.19%
1,203.28
+104.91%
587.22
+25.94%
D/E —
0.14
0.17
0.20
0.41
0.93
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
20.43
16.49
13.97
18.06
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
19.65
14.94
13.15
15.33
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
3.87
3.86
3.46
2.80
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
3.32
3.36
3.07
2.43
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
63.43
75.99
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
29.00
28.27
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
45.81
54.67
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
46.63
49.59
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-224
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+289
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — POLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-223.55
-34.21%
-339.77
+45.71%
-233.19
+1,020.03%
-20.82
-110.95%
190.07
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
288.52
+440.30%
53.40
-34.11%
81.05
-866.79%
-10.57
-90.84%
-115.37
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
127.53
-17.70%
154.95
-39.63%
256.67
-37.19%
408.62
-607.10%
-80.58
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
0.00
-100.00%
-131.39
-140.74%
322.54
-14.50%
377.23
-6,515.48%
-5.88
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
254.38
+32.52%
191.95
-53.18%
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
125.10
-50.82%
254.38
+32.52%
0.00
0.00
0.00