POLY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
POLY
บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
6.95
+0.10 (+1.46%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12018 out_tok=3088 at=2026-07-25T23:48:39 --> # POLY Q3/2566 กำไรสุทธิหด 34.6% รับแรงกดดันยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคลด ## รายได้รวมหดตัว 8.5% แต่กลุ่มยานยนต์-การแพทย์ยังเติบโต ฝ่ายบริหารมั่นใจพื้นฐานแกร่งพร้อมฟื้นตัว สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ POLY รายได้รวมอยู่ที่ 723.0 ล้านบาท ลดลง 8.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ยังคงเติบโตได้ดี ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 80.1 ล้านบาท ลดลง 34.6% จากปีก่อนหน้า แม้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้าเริ่มปรับลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนคงที่และการรับรู้ค่าใช้จ่ายพิเศษส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิ ฝ่ายบริหารยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตระยะยาวจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ POLY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของรายได้ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคถึง 43.6%** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลง 16.0% และกำไรสุทธิที่ลดลง 34.6% แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ยางสังเคราะห์ เม็ดพลาสติก และซิลิโคน รวมถึงค่าไฟฟ้าจะเริ่มปรับลดลงตั้งแต่ไตรมาส 2 และต่อเนื่องมาในไตรมาส 3 แต่การลดลงของรายได้ดังกล่าวทำให้บริษัทต้องแบกรับต้นทุนคงที่ต่อหน่วยสูงขึ้น ประกอบกับการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษจากการจ่ายคืนหนี้สินล่วงหน้า และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง มาจาก **ภาวะเศรษฐกิจในอเมริกาที่ชะลอตัว กำลังซื้อลดลง** ทำให้ลูกค้าปรับประมาณการยอดขาย เลื่อนคำสั่งซื้อ และต้องเคลียร์สินค้าคงคลังออกไป ส่งผลให้ยอดขายของ POLY ในกลุ่มนี้ลดลงอย่างมากถึง 125.6 ล้านบาท นอกจากนี้ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะลดลง แต่สัดส่วนต้นทุนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้กลับสูงขึ้น เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อบางส่วน ขณะที่ต้นทุนค่าใช้จ่ายการผลิตอื่นๆ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นในช่วงต้นไตรมาส ก่อนจะเริ่มปรับลดลงในเดือนกันยายน การบริหารจัดการต้นทุนค่าแรงที่ลดลงจากการควบคุมจำนวนพนักงานและการใช้ระบบ Automation ช่วยลดผลกระทบได้บ้าง แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายบริหารจะระบุว่าลูกค้าในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจะรับผิดชอบยอดสินค้าคงเหลือ (วัตถุดิบบรรจุภัณฑ์และสินค้าสำเร็จรูป) ภายในไตรมาส 4 ปี 2566 และ POLY ยังได้รับโอกาสให้ผลิตสินค้าอื่นๆ เพื่อทดแทนคำสั่งซื้อที่หายไป แต่ปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจในอเมริกาที่ยังมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและภาวะถดถอย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในระยะต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทได้เริ่มทดลองวางขายสินค้าในตลาดต่างประเทศเพิ่มเติม เช่น แคนาดา และนิวซีแลนด์ รวมถึงการเติบโตของกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่เริ่ม Mass Production และกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขยายฐานลูกค้าในอเมริกาและมีคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เพิ่มโอกาสการมีบุตร จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้และกำไรในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 9M2566 ลดลง 8.5%** อยู่ที่ 723.0 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 43.6% * **กำไรสุทธิ 9M2566 ลดลง 34.6%** อยู่ที่ 80.1 ล้านบาท จากผลกระทบยอดขายที่ลดลงและการรับรู้ค่าใช้จ่ายพิเศษ * **กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์เติบโต 12.9%** จากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เริ่มผลิตและราคาที่ปรับขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ * **กลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์เติบโต 4.1%** จากการขยายฐานลูกค้าและการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เพิ่มโอกาสการมีบุตร * **ต้นทุนวัตถุดิบหลักมีแนวโน้มลดลง** ตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 และค่าไฟฟ้าเริ่มปรับลดลงในเดือนกันยายน 2566 * **บริษัทได้จ่ายคืนหนี้สินระยะยาว 160 ล้านบาท** เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและความเสี่ยง ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 723.0 ล้านบาท ลดลง 8.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 125.6 ล้านบาท (43.6%) เป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้รวม แม้ว่ากลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์จะเติบโต 12.9% (52.5 ล้านบาท) และกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์เติบโต 4.1% (3.9 ล้านบาท) ก็ตาม ต้นทุนขายรวมลดลง 6.4% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.8% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 22.8% ในงวดนี้ กำไรขั้นต้นรวมลดลง 16.0% (31.3 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 5.0% เป็น 65.5 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการรับรู้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และรายการขาดทุนอื่นที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 80.1 ล้านบาท ลดลง 34.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 15.5% เหลือ 11.1% ## โอกาส * **การเติบโตของกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์:** การเริ่มผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่และมีการปรับราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นในช่วงต้นปี 2566 * **การขยายตลาดกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์:** การขยายฐานลูกค้าในอเมริกาจากการรักษาตัวที่บ้านที่ได้รับความนิยม และคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เพิ่มโอกาสการมีบุตรที่เพิ่มขึ้น * **การขยายตลาดใหม่ในต่างประเทศ:** การทดลองวางขายสินค้าในแคนาดาและนิวซีแลนด์ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดอเมริกา * **การติดตั้งแผง Solar Cell:** คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 20-30% ในอนาคต * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย:** การร่วมวิจัยและพัฒนาชุดสายสวนกระเพาะอาหารแบบใส่ผ่านกล้อง ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจในอเมริกา:** ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและคำสั่งซื้อในอนาคต * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่อาจทำให้ราคาผันผวนได้ * **ต้นทุนค่าไฟฟ้า:** แม้จะมีการติดตั้ง Solar Cell แล้ว แต่การปรับค่า Ft ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **การพึ่งพิงตลาดต่างประเทศ:** การกระจุกตัวของรายได้ในบางตลาดอาจมีความเสี่ยงหากเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในตลาดนั้นๆ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มยอดขายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค:** การฟื้นตัวของกำลังซื้อในอเมริกาและผลการทดลองตลาดในแคนาดาและนิวซีแลนด์ * **การรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์:** ประสิทธิภาพการผลิตและการขยายคำสั่งซื้อ * **ความคืบหน้าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ร่วมกับจุฬาฯ:** การนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดและการตอบรับจากผู้บริโภค * **ผลการดำเนินงานของแผง Solar Cell:** ประสิทธิภาพการลดต้นทุนค่าไฟฟ้า * **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนเมื่อเทียบกับระดับรายได้ที่คาดการณ์ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **Utilization และ Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate หรือ Order Book โดยตรง แต่ระบุว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์เนื่องจากการชะลอคำสั่งซื้อบางส่วน และการลงทุนในเครื่องจักรใหม่เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต **ราคาวัตถุดิบ:** มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 โดยเฉพาะยางสังเคราะห์ เม็ดพลาสติก และซิลิโคน ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบต่อรายได้ลดลง **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 24.8% เป็น 22.8% โดยกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ GPM ลดลง 3.6% จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค GPM เพิ่มขึ้น 1.5% จากการปรับปรุงกระบวนการผลิต และกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ GPM เพิ่มขึ้น 1.4% จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและ Utilization ที่สูงขึ้น **การส่งออก:** รายได้จากการส่งออกในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากอเมริกา แต่มีการทดลองตลาดใหม่ในแคนาดาและนิวซีแลนด์ กลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์มีการขยายฐานลูกค้าในอเมริกา **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงรายการขาดทุนอื่นที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน **สินค้าคงคลัง:** มีการกล่าวถึงการเคลียร์สินค้าคงคลังในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคโดยลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบยอดคงเหลือดังกล่าวภายในไตรมาส 4/2566 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,484.2 ล้านบาท ลดลง 12.3% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 28.9% ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 243.4 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ระยะยาวและนำไปฝากประจำ รวมถึงลูกหนี้การค้าที่ลดลงสอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง หนี้สินรวมลดลง 43.4% อยู่ที่ 277.2 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 30.0% และหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 57.5% เนื่องจากการจ่ายคืนหนี้สินระยะยาวประมาณ 160 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% เป็น 1,207.0 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นหักลบกับเงินปันผลจ่าย อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.4 เท่า เหลือ 0.2 เท่า สะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ POLY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 ปรับตัวลดลง คือ การหดตัวของรายได้ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างมีนัยสำคัญจากภาวะเศรษฐกิจในอเมริกา แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้าจะเริ่มคลี่คลายลง แต่การลดลงของรายได้ทำให้บริษัทต้องแบกรับต้นทุนคงที่สูงขึ้น ประกอบกับการรับรู้ค่าใช้จ่ายพิเศษ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีโอกาสในการฟื้นตัวจากกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่และการเติบโตของกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงการขยายตลาดใหม่ๆ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ร่วมกับสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ภาวะเศรษฐกิจภายนอกประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน การบริหารจัดการต้นทุนคงที่และติดตามแนวโน้มยอดขายในตลาดหลักจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ POLY ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
301.22 ล้านบาท
↑ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
95.83 ล้านบาท
↑ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.81 %
กำไรสุทธิ
66.28 ล้านบาท
↑ 4.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
22.00 %
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
301
↑ + 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
96
↑ + 6.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
66
↑ + 4.1% YoY
D/E Ratio
0.14

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — POLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รายได้รวม —
301.22
+1.24%
297.54
+17.69%
252.83
-69.18%
820.23
+4.21%
787.08
กำไรขั้นต้น —
95.83
+6.33%
90.13
+32.69%
67.92
-67.49%
208.90
-6.01%
222.26
ค่าใช้จ่ายรวม —
25.06
+284.19%
6.52
-63.57%
17.90
-69.58%
58.84
-15.25%
69.44
กำไรสุทธิ —
66.28
+4.15%
63.64
-32.94%
94.90
-19.39%
117.73
-2.65%
120.93
กำไรต่อหุ้น —
0.15
+4.26%
0.14
-33.18%
0.21
-19.47%
0.26
-2.60%
0.27
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
31.81
+5.02%
30.29
+12.77%
26.86
+5.46%
25.47
-9.81%
28.24
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
8.32
+279.91%
2.19
-69.07%
7.08
-1.26%
7.17
-18.71%
8.82
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
22.00
+2.85%
21.39
-43.02%
37.54
+161.60%
14.35
-6.58%
15.36
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
20.43
+23.89%
16.49
+18.04%
13.97
-22.65%
18.06
0.00
ROA(%) —
19.65
+31.53%
14.94
+13.61%
13.15
-14.22%
15.33
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.14
-17.65%
0.17
-15.00%
0.20
-51.22%
0.41
0.00
P/E —
11.87
-27.27%
16.32
-51.37%
33.56
+2.16%
32.85
+201.10%
10.91
P/BV —
2.49
-23.38%
3.25
-2.11%
3.32
-26.22%
4.50
+92.31%
2.34
BV —
2.81
+2.55%
2.74
+2.24%
2.68
-1.11%
2.71
-8.75%
2.97
YIELD(%) —
6.43
+50.59%
4.27
+137.22%
1.80
-78.05%
8.20
8.20
ราคาหุ้น —
7.00
-21.35%
8.90
8.90
-27.05%
12.20
+75.54%
6.95
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
20.43
ROA (%)
19.65
Book Value/หุ้น
2.97

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — POLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
578.29
+0.24%
576.92
-1.84%
587.73
-16.85%
706.85
+229.54%
214.50
+52.96%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
942.64
+1.06%
932.74
-4.64%
978.17
-0.80%
986.01
+7.13%
920.40
+14.44%
รวมสินทรัพย์ —
1,520.93
+0.75%
1,509.65
-3.59%
1,565.90
-7.50%
1,692.86
+49.16%
1,134.90
+20.16%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
149.58
+0.04%
149.52
-11.91%
169.74
-32.70%
252.20
-4.93%
265.27
+7.47%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
42.07
-35.19%
64.92
-31.14%
94.28
-60.28%
237.38
-15.95%
282.41
+22.06%
รวมหนี้สิน —
191.65
-10.62%
214.44
-18.78%
264.02
-46.07%
489.58
-10.61%
547.68
+14.53%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,329.27
+2.63%
1,295.22
-0.51%
1,301.88
+8.19%
1,203.28
+104.91%
587.22
+25.94%
D/E —
0.14
0.17
0.20
0.41
0.93
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
20.43
16.49
13.97
18.06
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
19.65
14.94
13.15
15.33
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
3.87
3.86
3.46
2.80
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
3.32
3.36
3.07
2.43
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
63.43
75.99
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
29.00
28.27
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
45.81
54.67
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
46.63
49.59
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-224
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+289
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — POLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-223.55
-34.21%
-339.77
+45.71%
-233.19
+1,020.03%
-20.82
-110.95%
190.07
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
288.52
+440.30%
53.40
-34.11%
81.05
-866.79%
-10.57
-90.84%
-115.37
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
127.53
-17.70%
154.95
-39.63%
256.67
-37.19%
408.62
-607.10%
-80.58
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
0.00
-100.00%
-131.39
-140.74%
322.54
-14.50%
377.23
-6,515.48%
-5.88
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
254.38
+32.52%
191.95
-53.18%
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
125.10
-50.82%
254.38
+32.52%
0.00
0.00
0.00