POLY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
POLY
บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
6.85
0.10 (1.44%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17570 out_tok=2977 at=2026-07-25T09:25:29 --> # POLY Q2/2566: รายได้-กำไรหดตัว 9.7%-45% รับผลกระทบอุปโภคบริโภคชะลอ ## ฝ่ายจัดการ POLY ชี้รายได้หด 9.7% จากอุปโภคบริโภคแผ่ว ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานยังกดดัน GPM บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ POLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 475.58 ล้านบาท ลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มียอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 43.17 ล้านบาท ลดลงถึง 45.0% โดยมีสาเหตุมาจากรายได้ที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ POLY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 คือ **การลดลงของรายได้จากการขายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างมีนัยสำคัญถึง 38.7%** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลง 27.0% และกำไรสุทธิที่หดตัวถึง 45.0% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง มาจาก **การชะลอการสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ซิลิโคนของลูกค้ารายใหญ่ในอเมริกา** ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องมาจากไตรมาสแรก ปัญหานี้ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ แม้ว่ากลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์จะมียอดขายเพิ่มขึ้น 6.6% จากลูกค้ากลุ่มใหม่และการผลิตชิ้นส่วนไฟหน้ารถยนต์ รวมถึงกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เติบโต 4.4% จากการขยายฐานลูกค้าในอเมริกา แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยการลดลงของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคได้ ในด้านต้นทุน แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะเริ่มปรับลดลงตามทิศทางราคาพลังงานและน้ำมัน แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ยังสูง ประกอบกับสัดส่วนการขายแม่พิมพ์ที่ลดลง ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 43.5% เป็น 45.6% นอกจากนี้ ต้นทุนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้สูงขึ้นจากการลงทุนในเครื่องจักรใหม่เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะเข้ามา และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการผลิตอื่นๆ เพิ่มขึ้นจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าปัญหาการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้ารายใหญ่ในอเมริกาเป็นปัญหาต่อเนื่องจากไตรมาสแรก แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อใด นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีการทยอยปรับราคาขายสินค้าตั้งแต่เดือนมีนาคม-มิถุนายน 2566 อาจช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออัตรากำไรได้บ้าง อย่างไรก็ตาม การลงทุนในเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและการผลิตสินค้าใหม่หลายรายการที่กำลังจะเข้าสู่ช่วง Mass Production ในไตรมาส 2-3 อาจเป็นปัจจัยบวกในระยะถัดไป แต่ยังต้องจับตาดูทิศทางอุปสงค์ของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นสำคัญ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมลดลง 9.7%** อยู่ที่ 475.58 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 38.7% * **กำไรสุทธิลดลง 45.0%** อยู่ที่ 43.17 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 14.9% เหลือ 9.1% * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 25.6% ในปีก่อน เหลือ 20.7% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบต่อรายได้สูงขึ้น และผลกระทบจากต้นทุนคงที่ต่อหน่วยที่สูงขึ้นเมื่อยอดขายลดลง * **ต้นทุนทางการเงินลดลง 40.8%** เหลือ 6.74 ล้านบาท จากการชำระคืนหนี้สินระยะยาว * **หนี้สินรวมลดลง 48.1%** เหลือ 254.14 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืม ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ POLY มีรายได้รวม 475.58 ล้านบาท ลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคถึง 72.70 ล้านบาท (ลดลง 38.7%) เนื่องจากลูกค้ารายใหญ่ในอเมริกาชะลอการสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ซิลิโคน ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์มียอดขายเพิ่มขึ้น 18.12 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.6%) จากลูกค้ากลุ่มใหม่และการผลิตชิ้นส่วนไฟหน้ารถยนต์ และกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์เติบโต 2.77 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4.4%) ด้านต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 375.77 ล้านบาท ลดลง 3.9% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 25.6% ในปีก่อน เหลือ 20.7% โดยมีสาเหตุหลักจากสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ และต้นทุนค่าเสื่อมราคาต่อรายได้ที่สูงขึ้นจากการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ ประกอบกับค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 43.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายการกำไรอื่นที่ลดลงจากปีก่อนกลายเป็นขาดทุนอื่น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 43.17 ล้านบาท ลดลง 45.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 14.9% เหลือ 9.1% ## โอกาส * **การเติบโตของกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์:** การมีลูกค้ากลุ่มใหม่และการผลิตชิ้นส่วนไฟหน้ารถยนต์ รวมถึงการมีสินค้าใหม่เข้ามาทดแทน ทำให้ยอดขายกลุ่มนี้เติบโตได้ * **การเติบโตของกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์:** การขยายฐานลูกค้าในอเมริกาและการมีคำสั่งซื้อสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโต * **การติดตั้ง Solar Cell:** การติดตั้ง Solar rooftop ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2566 จะช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว * **การผลิตสินค้าใหม่:** การทดลองผลิตสินค้าใหม่หลายรายการที่กำลังจะเข้าสู่ช่วง Mass Production ในไตรมาส 2-3 อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต ## ความเสี่ยง * **การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่:** การชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มอุปโภคบริโภคส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรอย่างมีนัยสำคัญ * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** แม้มีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงและอาจผันผวนได้ * **อัตราการใช้กำลังการผลิต:** การลดลงของคำสั่งซื้ออาจส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง และกระทบต่อต้นทุนคงที่ต่อหน่วย * **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก:** ปัจจัยภายนอกยังคงสร้างความไม่แน่นอนต่ออุปสงค์ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางคำสั่งซื้อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค:** การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ในอเมริกาจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ในอนาคต * **ความคืบหน้าการผลิตสินค้าใหม่:** การเข้าสู่ช่วง Mass Production และการตอบรับของตลาดต่อสินค้าใหม่ * **ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ:** แนวโน้มราคาและความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย * **การดำเนินงานของ Solar Cell:** ประสิทธิภาพในการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าหลังการติดตั้งแล้วเสร็จ * **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนคงที่เมื่อเทียบกับระดับรายได้ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่จากข้อมูลที่ระบุว่า "อัตรำกำรใช้ก ำลังการผลิตที่ลดลง" ในส่วนของต้นทุนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย บ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตอาจยังไม่เต็มที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนคงที่ต่อหน่วย **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการเลื่อนคำสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ซิลิโคน และการมีรายการสินค้าใหม่ๆ ที่จะเข้าสู่ Mass Production ในไตรมาส 2-3 ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อในอนาคตสำหรับสินค้าใหม่ **ราคาวัตถุดิบ:** มีแนวโน้มปรับลดลงตามราคาพลังงานและน้ำมัน แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 25.6% เป็น 20.7% โดยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบต่อรายได้สูงขึ้น และผลกระทบจากต้นทุนคงที่ต่อหน่วยที่สูงขึ้นเมื่อยอดขายลดลง **การส่งออก:** รายได้กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์ทางการแพทย์มีการเติบโตจากการขยายฐานลูกค้าในอเมริกา ซึ่งสะท้อนถึงการส่งออกที่ยังคงเป็นส่วนสำคัญของรายได้ **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญในส่วนของรายได้หรือต้นทุน แต่มีการกล่าวถึง "ผลต่ำงอัตรำแลกเปลี่ยน" ในรายการขาดทุนอื่น **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง "การบริหำรสินค้ำคงคลัง" ในส่วนของการควบคุมต้นทุนค่าแรง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,464.62 ล้านบาท ลดลง 13.5% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 30.7% ส่วนใหญ่จากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 138.94 ล้านบาท จากการจ่ายคืนหนี้สินระยะยาว และลูกหนี้การค้าลดลง 63.90 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง หนี้สินรวมอยู่ที่ 254.14 ล้านบาท ลดลง 48.1% จากการจ่ายคืนหนี้สินระยะยาวประมาณ 160 ล้านบาท และหนี้สินหมุนเวียนลดลง 42.0% ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,210.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น หักลบด้วยเงินปันผลจ่าย อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.4 เท่า เป็น 0.2 เท่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกต่อเนื่อง โดยมีการจ่ายคืนหนี้สินระยะยาวจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้เงินสดลดลง แต่ก็ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในอนาคต ## สรุปท้าย ผลประกอบการของ POLY ในช่วงครึ่งปีแรกปี 2566 ได้รับแรงกดดันจากการชะลอตัวของอุปสงค์ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการเติบโตของกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการลดหนี้สิน แต่การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นและการกลับมาเติบโตของรายได้ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป โดยเฉพาะทิศทางคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่และการเปิดตัวสินค้าใหม่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ POLY ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
301.22 ล้านบาท
↑ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
95.83 ล้านบาท
↑ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.81 %
กำไรสุทธิ
66.28 ล้านบาท
↑ 4.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
22.00 %
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
301
↑ + 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
96
↑ + 6.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
66
↑ + 4.1% YoY
D/E Ratio
0.14

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — POLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รายได้รวม
301.22
+1.24%
297.54
+17.69%
252.83
-69.18%
820.23
+4.21%
787.08
กำไรขั้นต้น
95.83
+6.33%
90.13
+32.69%
67.92
-67.49%
208.90
-6.01%
222.26
ค่าใช้จ่ายรวม
25.06
+284.19%
6.52
-63.57%
17.90
-69.58%
58.84
-15.25%
69.44
กำไรสุทธิ
66.28
+4.15%
63.64
-32.94%
94.90
-19.39%
117.73
-2.65%
120.93
กำไรต่อหุ้น
0.15
+4.26%
0.14
-33.18%
0.21
-19.47%
0.26
-2.60%
0.27
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
31.81
+5.02%
30.29
+12.77%
26.86
+5.46%
25.47
-9.81%
28.24
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
8.32
+279.91%
2.19
-69.07%
7.08
-1.26%
7.17
-18.71%
8.82
อัตรากำไรสุทธิ(%)
22.00
+2.85%
21.39
-43.02%
37.54
+161.60%
14.35
-6.58%
15.36
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
20.43
+23.89%
16.49
+18.04%
13.97
-22.65%
18.06
0.00
ROA(%)
19.65
+31.53%
14.94
+13.61%
13.15
-14.22%
15.33
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.14
-17.65%
0.17
-15.00%
0.20
-51.22%
0.41
0.00
P/E
11.87
-27.27%
16.32
-51.37%
33.56
+2.16%
32.85
+181.25%
11.68
P/BV
2.49
-23.38%
3.25
-2.11%
3.32
-26.22%
4.50
+85.19%
2.43
BV
2.81
+2.55%
2.74
+2.24%
2.68
-1.11%
2.71
-3.56%
2.81
YIELD(%)
6.43
+50.59%
4.27
+137.22%
1.80
-78.37%
8.32
8.32
ราคาหุ้น
7.00
-21.35%
8.90
8.90
-27.05%
12.20
+78.10%
6.85
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
20.43
ROA (%)
19.65
Book Value/หุ้น
2.81

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — POLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
578.29
+0.24%
576.92
-1.84%
587.73
-16.85%
706.85
+229.54%
214.50
+52.96%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
942.64
+1.06%
932.74
-4.64%
978.17
-0.80%
986.01
+7.13%
920.40
+14.44%
รวมสินทรัพย์
1,520.93
+0.75%
1,509.65
-3.59%
1,565.90
-7.50%
1,692.86
+49.16%
1,134.90
+20.16%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
149.58
+0.04%
149.52
-11.91%
169.74
-32.70%
252.20
-4.93%
265.27
+7.47%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
42.07
-35.19%
64.92
-31.14%
94.28
-60.28%
237.38
-15.95%
282.41
+22.06%
รวมหนี้สิน
191.65
-10.62%
214.44
-18.78%
264.02
-46.07%
489.58
-10.61%
547.68
+14.53%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,329.27
+2.63%
1,295.22
-0.51%
1,301.88
+8.19%
1,203.28
+104.91%
587.22
+25.94%
D/E
0.14
0.17
0.20
0.41
0.93
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
20.43
16.49
13.97
18.06
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
19.65
14.94
13.15
15.33
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
3.87
3.86
3.46
2.80
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
3.32
3.36
3.07
2.43
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
63.43
75.99
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
29.00
28.27
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
45.81
54.67
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
46.63
49.59
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-224
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+289
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — POLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-223.55
-34.21%
-339.77
+45.71%
-233.19
+1,020.03%
-20.82
-110.95%
190.07
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
288.52
+440.30%
53.40
-34.11%
81.05
-866.79%
-10.57
-90.84%
-115.37
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
127.53
-17.70%
154.95
-39.63%
256.67
-37.19%
408.62
-607.10%
-80.58
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
0.00
-100.00%
-131.39
-140.74%
322.54
-14.50%
377.23
-6,515.48%
-5.88
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
254.38
+32.52%
191.95
-53.18%
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
125.10
-50.82%
254.38
+32.52%
0.00
0.00
0.00