บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
9.50
0.05 (0.52%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวขึ้นมากในไตรมาสที่ 3 สาเหตุหลักเกิดจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 71 และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 เมื่อเทียบ ไตรมาส 2/2565
กําไรขั้นต้นต่อตันที่เพิ่มขึ้น ปริมาณขายปุ๋ยในไตรมาส 3/2565 ลดลงร้อยละ 7 แต่ส่วนปุ๋ยเคมีเชิงผสม NPK เติบโตร้อยละ 31 จากปีที่ผ่านมา และเติบโตร้อยละ 23 จากไตรมาสก่อน เป็น 37,838 ตัน จากปริมาณการ ส่งออกที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากลูกค้าในประเทศฟิลิปปินส์และมาดากัสการ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5937 out_tok=2722 at=2026-07-26T00:36:27 -->
# PMTA กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 64% รับราคาขายเฉลี่ยสูง-ส่งออกฟื้น
## รายได้-กำไรโตตามราคาขาย-ปริมาณ NPK ส่งออกหนุน ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังทรงตัวสูง
บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PMTA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 40.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการที่รายได้จากการขายเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 71% จากราคาขายสินค้าโดยเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการส่งออกที่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PMTA ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าโดยเฉลี่ย (ASP) โดยเฉพาะในกลุ่มปุ๋ยเคมีเชิงผสม NPK และการฟื้นตัวของปริมาณการขายจากการส่งออก** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายเติบโตถึง 71% YoY เป็น 1,392.4 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 77% YoY เป็น 248.5 ล้านบาท แม้ว่าปริมาณการขายปุ๋ยโดยรวมจะลดลงเล็กน้อย 7% YoY แต่การเพิ่มขึ้นของกำไรต่อตันและการเติบโตของปุ๋ย NPK ที่มีสัดส่วนสูงกว่า ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 64% YoY เป็น 40.8 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าโดยเฉลี่ยเป็นผลมาจาก **ราคาปุ๋ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะมีการปรับฐานและความผันผวนลดลงบ้าง** โดยเฉพาะราคาโพแทสเซียมคลอไรด์ (MOP) ที่ยังคงปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการที่ผู้ค้าส่งและเกษตรกรในเวียดนามเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกในไตรมาส 4 ทำให้มีความต้องการปุ๋ยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การส่งออกไปยังประเทศฟิลิปปินส์ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ปริมาณการขายปุ๋ยเคมีเชิงผสม NPK เพิ่มขึ้น 31% YoY และ 23% QoQ โดยเฉพาะการส่งออกไปยังลูกค้าในฟิลิปปินส์และมาดากัสการ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มขึ้นของกำไรต่อตัน (GPM) และปริมาณการขายปุ๋ย NPK ที่มีมาร์จิ้นดีกว่า จึงเป็นแรงหนุนสำคัญต่อกำไรขั้นต้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ในตลาด** ฝ่ายจัดการระบุว่าอุปสงค์ในประเทศเวียดนามทยอยฟื้นตัวและมีการเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกในไตรมาส 4 ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม ราคาปุ๋ยยังคงอยู่ในระดับสูงและมีความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การส่งออกที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของแต่ละประเทศด้วย โดยรวมแล้ว ปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของอุปสงค์และการส่งออกมีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบและความผันผวนของราคาขายยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายเติบโต 71% YoY** แตะ 1,392.4 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากการส่งออก
* **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 64% YoY** เป็น 40.8 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 150% QoQ เป็น 40.8 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 77% YoY** เป็น 248.5 ล้านบาท จากกำไรต่อตันที่สูงขึ้นและปริมาณขายปุ๋ย NPK ที่เพิ่มขึ้น
* **ปริมาณขายปุ๋ย NPK เติบโต 31% YoY** เป็น 37,838 ตัน โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกไปยังฟิลิปปินส์และมาดากัสการ์
* **ปริมาณขายปุ๋ยเคมีเชิงเดี่ยวลดลง 61% YoY** เหลือ 8,195 ตัน เนื่องจากกิจกรรมเทรดดิ้งลดลง
* **ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 70% YoY** สอดคล้องกับราคาขายที่สูงขึ้น แต่ GPM ยังคงปรับตัวดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
PMTA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 1,392.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าโดยเฉลี่ยและปริมาณการขายปุ๋ยเคมีเชิงผสม NPK ที่เพิ่มขึ้น กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 248.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% YoY จากกำไรต่อตันที่สูงขึ้นและปริมาณการขายปุ๋ย NPK ที่เพิ่มขึ้น EBITDA อยู่ที่ 82.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 40.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% YoY และเพิ่มขึ้น 150% QoQ สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 58.7 ล้านบาท ลดลง 17% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดเวียดนาม:** การที่ผู้ค้าส่งและเกษตรกรเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกในไตรมาส 4 เป็นสัญญาณบวกต่อความต้องการปุ๋ย
* **การเติบโตของการส่งออก:** ปริมาณการส่งออกปุ๋ย NPK ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไปยังประเทศฟิลิปปินส์และมาดากัสการ์ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรที่สำคัญ
* **การเพิ่มขึ้นของราคาขายสินค้าโดยเฉลี่ย:** ราคาปุ๋ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงช่วยหนุนรายได้และกำไรต่อหน่วย แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้นตามไปด้วย
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์อื่น:** ยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่น และรายได้จากการบริการจัดการพื้นที่โรงงาน มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ราคาปุ๋ยจะอยู่ในระดับสูง แต่ราคาวัตถุดิบหลักก็มีความผันผวนและมีแนวโน้มทรงตัวสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การลดลงของปริมาณการขายปุ๋ยเคมีเชิงเดี่ยว:** กิจกรรมเทรดดิ้งที่ลดลงส่งผลให้ปริมาณขายปุ๋ยเคมีเชิงเดี่ยวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมปริมาณขายหากไม่สามารถชดเชยด้วยปุ๋ย NPK ได้
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อ:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของเกษตรกรในตลาดส่งออก
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสนี้ (2.9 ล้านบาท) อาจเป็นปัจจัยกดดันกำไรในบางช่วงเวลา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบปุ๋ยในไตรมาส 4 และปี 2566
* ปริมาณการขายปุ๋ย NPK และการส่งออกไปยังตลาดหลัก เช่น ฟิลิปปินส์ มาดากัสการ์ และเวียดนาม
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุง
* ผลกระทบจากค่าขนส่งเพื่อการส่งออกที่เพิ่มขึ้น
* แนวโน้มอุปสงค์ปุ๋ยในประเทศเวียดนามช่วงฤดูกาลเพาะปลูกไตรมาส 4
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล utilization rate ของโรงงานโดยตรง แต่ปริมาณการขายปุ๋ยเคมีเชิงผสม NPK ที่เพิ่มขึ้น 31% YoY และ 23% QoQ บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ
**Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล order book โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการกล่าวถึงการเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกในเวียดนามและการส่งออกที่ต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงการมีคำสั่งซื้อในระดับหนึ่ง
**ราคาวัตถุดิบ:** ราคาปุ๋ยยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะ MOP ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ Urea และ DAP จะปรับลดลงเล็กน้อย แต่โดยรวมยังคงทรงตัวในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 70% YoY
**GPM:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 77% YoY เป็น 248.5 ล้านบาท และ GPM อยู่ที่ 17.8% ซึ่งสูงกว่า 17.2% ใน 3Q/21 และใกล้เคียง 18.7% ใน 2Q/22 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย
**ส่งออก:** การส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโต โดยปริมาณการขายปุ๋ย NPK ในส่วนของการส่งออกเพิ่มขึ้น 67% YoY และ 40% QoQ ในไตรมาสนี้
**ค่าเงิน:** มีการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.9 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เทียบกับกำไร 2.9 ล้านบาทใน 2Q/22 และกำไร 13.1 ล้านบาทใน 3Q/21
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง "ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่ปรับราคาสูงขึ้นอย่างมากในปีนี้" ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีการกู้ยืมเพื่อบริหารสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
PMTA โชว์ผลงานไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตโดดเด่น โดยมี "หัวใจกำไร" มาจากการที่ราคาขายสินค้าโดยเฉลี่ยปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะปุ๋ย NPK ประกอบกับการฟื้นตัวของการส่งออกไปยังตลาดหลัก เช่น ฟิลิปปินส์และมาดากัสการ์ ทำให้รายได้และกำไรขั้นต้นเติบโตแข็งแกร่ง แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในเวียดนามและการส่งออกที่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PMTA ไตรมาส 3/2022
รายได้รวม
903.85
ล้านบาท
↓ 11.8% YoY
กำไรขั้นต้น
126.42
ล้านบาท
↓ 13% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.99
%
กำไรสุทธิ
36.48
ล้านบาท
↓ 29% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.04
%
D/E Ratio
0.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
904
↓ -11.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
126
↓ -13%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
36
↓ -29%
YoY
D/E Ratio
0.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PMTA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.67
ROE (%)
9.23
ROA (%)
8.78
Book Value/หุ้น
16.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PMTA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PMTA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-986.56
+252.70%
|
-279.72
-72.64%
|
-1,022.49
+487.20%
|
-174.13
-53.48%
|
-374.30
-218.31%
|
316.36
+200.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.50
-334.99%
|
-21.49
-115.04%
|
142.86
-246.01%
|
-97.84
-1,291.72%
|
8.21
-178.12%
|
-10.51
-16.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
561.90
+922.19%
|
54.97
-91.72%
|
664.27
-417.15%
|
-209.45
-418.07%
|
65.85
-135.51%
|
-185.43
+220.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-369.49
+77.83%
|
-207.78
-16.31%
|
-248.27
-53.19%
|
-530.41
+75.57%
|
-302.10
-366.85%
|
113.21
+360.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
372.32
-10.15%
|
414.39
+46.73%
|
282.41
-18.30%
|
345.68
+1.49%
|
340.61
+49.78%
|
227.40
+12.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
311.62
-16.30%
|
372.32
-10.15%
|
414.39
+46.73%
|
282.41
-18.30%
|
345.68
+1.49%
|
340.61
+49.78%
|