บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
9.50
0.05 (0.52%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวขึ้นมากในไตรมาสที่ 3 สาเหตุหลักเกิดจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 71 และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 เมื่อเทียบ ไตรมาส 2/2565
กําไรขั้นต้นต่อตันที่เพิ่มขึ้น ปริมาณขายปุ๋ยในไตรมาส 3/2565 ลดลงร้อยละ 7 แต่ส่วนปุ๋ยเคมีเชิงผสม NPK เติบโตร้อยละ 31 จากปีที่ผ่านมา และเติบโตร้อยละ 23 จากไตรมาสก่อน เป็น 37,838 ตัน จากปริมาณการ ส่งออกที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากลูกค้าในประเทศฟิลิปปินส์และมาดากัสการ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5188 out_tok=2849 at=2026-07-26T00:23:38 -->
# PMTA กำไรสุทธิ Q1/65 เหลือ 1.5 ล้านบาท โตแรง 37% แต่ต้นทุนพุ่งกดดัน
## รายได้ขายพุ่ง 37% รับราคาปุ๋ยสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าใช้จ่ายพุ่งกระทบกำไรสุทธิ
บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PMTA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นของราคาขายสินค้าตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ประกอบกับการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการผลิต ค่าสาธารณูปโภค ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ PMTA ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่สูงถึง 37% YoY เป็น 701.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นราคาขายสินค้าตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่นที่เติบโต 80%** อย่างไรก็ตาม **กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 90% YoY เหลือเพียง 1.5 ล้านบาท** โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 45% และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ:
* **ราคาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น:** สืบเนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยภายนอก เช่น อุปทานจากจีนที่ลดลง ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และมาตรการคว่ำบาตรปุ๋ยเคมีจากรัสเซีย ทำให้ผู้ผลิตรายย่อยในเวียดนามประสบปัญหาในการจัดหาวัตถุดิบ บริษัทจึงได้ทยอยปรับราคาสินค้าตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่นเติบโต 80%:** บริษัทมุ่งเน้นการทำการตลาดไปยังผลิตภัณฑ์ที่ให้กำไรสูงขึ้น
แม้รายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน:
* **ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 45%:** เป็นผลโดยตรงจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น:** ค่าสาธารณูปโภค ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร และค่าขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 27% และ 26% ตามลำดับ ทำให้ EBITDA ลดลง 18%
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะระบุว่ามีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 0.5 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เทียบกับกำไร 10.5 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
เอกสารระบุว่าบริษัทได้ทยอยปรับราคาสินค้าตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น และมุ่งเน้นการทำการตลาดไปยังผลิตภัณฑ์ที่ให้กำไรสูง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่อาจช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าระวางเรือที่สูงยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ นอกจากนี้ การที่ผู้ค้าส่งและเกษตรกรชะลอการสั่งซื้อปุ๋ยเคมีเพราะคาดว่าราคาจะปรับลดลง อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณขายในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q1/65 เพิ่มขึ้น 37% YoY เป็น 701.9 ล้านบาท** จากราคาขายสินค้าเฉลี่ยที่สูงขึ้น และยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่นที่เติบโต 80%
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 5% YoY เป็น 117.2 ล้านบาท** แม้ปริมาณขายปุ๋ยเคมีจะลดลง แต่การปรับราคาขายและการเน้นผลิตภัณฑ์กำไรสูงช่วยหนุน
* **กำไรสุทธิ Q1/65 ลดลง 90% YoY เหลือ 1.5 ล้านบาท** จากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าสาธารณูปโภค ค่าบำรุงรักษา และค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **ปริมาณขายปุ๋ยเคมีรวมลดลง 20% YoY** โดยปริมาณขายในประเทศลดลง 27% ขณะที่ปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 120%
* **รายได้จากผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่นเติบโต 80% YoY** เป็น 45.7 ล้านบาท
* **รายได้จากการบริการจัดการพื้นที่โรงงานและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 139% YoY** เป็น 24.8 ล้านบาท จากความต้องการใช้พื้นที่เก็บสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
PMTA รายงานรายได้จากการขายในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 701.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q1/64) ที่ 514.1 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นของราคาขายสินค้าตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่นที่เติบโตถึง 80% แม้ว่าปริมาณการขายปุ๋ยเคมีจะลดลง 20% ก็ตาม
กำไรขั้นต้น (Gross Profit) เพิ่มขึ้น 5% YoY เป็น 117.2 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ที่ 16.7% ลดลงจาก 21.7% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าราคาขาย
อย่างไรก็ตาม EBITDA ปรับตัวลดลง 18% YoY อยู่ที่ 25.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากค่าสาธารณูปโภค ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิ (Net Profit) ในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 1.5 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 90% เมื่อเทียบกับ 15.1 ล้านบาทในปีก่อน และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่เพียง 0.2%
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q4/64) รายได้จากการขายลดลง 58% เป็น 701.9 ล้านบาท จาก 1,661.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 98% จาก 62.3 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่น:** ยอดขายเติบโตถึง 80% YoY แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ในการสร้างรายได้และอาจมีอัตรากำไรที่ดีกว่าปุ๋ยเคมี
* **ความต้องการใช้พื้นที่โรงงานเพิ่มขึ้น:** รายได้จากการบริการจัดการพื้นที่โรงงานและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 139% YoY สะท้อนความต้องการของผู้ประกอบการในการหาพื้นที่เก็บสินค้าคงคลัง ซึ่งเป็นอีกช่องทางรายได้ที่สำคัญ
* **การส่งออกปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น:** ปริมาณการส่งออกปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น 120% YoY แม้จะเผชิญกับค่าระวางเรือที่สูง แสดงถึงความสามารถในการขยายตลาดไปยังลูกค้าประจำในแอฟริกาและเอเชีย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** ค่าสาธารณูปโภค ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นและ EBITDA
* **ปริมาณขายปุ๋ยเคมีลดลง:** ผู้ค้าส่งและเกษตรกรชะลอการสั่งซื้อเนื่องจากคาดว่าราคาจะปรับลดลง อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณขายในอนาคต
* **อัตราค่าระวางเรือที่สูง:** ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกไปยังตลาดแอฟริกา
* **ผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน:** ส่งผลกระทบต่ออุปทานวัตถุดิบและราคาปุ๋ยเคมีทั่วโลก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักสำหรับปุ๋ยเคมีในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น โดยไม่กระทบต่อปริมาณขายมากเกินไป
* การเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่น และการบริหารจัดการต้นทุนในส่วนนี้
* สถานการณ์ค่าระวางเรือ และผลกระทบต่อการส่งออก
* การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ปุ๋ยเคมีในตลาดทั้งในและต่างประเทศ
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่ปริมาณขายปุ๋ยเคมีที่ลดลง 20% YoY อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง หรือการบริหารสต็อกเพื่อรองรับราคาที่ผันผวน
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ผู้ค้าส่งและเกษตรกรชะลอการสั่งซื้อปุ๋ยเคมี บ่งชี้ถึงความไม่แน่นอนของอุปสงค์ในระยะสั้น
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากปัจจัยภายนอก
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ลดลงจาก 21.7% ใน Q1/64 เป็น 16.7% ใน Q1/65 แม้กำไรขั้นต้นเป็นตัวเงินจะเพิ่มขึ้น 5% แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลง
* **ส่งออก:** ปริมาณการส่งออกปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น 120% YoY เป็น 3,319 ตัน โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำในตลาดแอฟริกาและเอเชีย แต่ยังคงเผชิญกับปัญหาค่าระวางเรือสูง
* **ค่าเงิน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 0.5 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เทียบกับกำไร 10.5 ล้านบาทในปีก่อน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลปริมาณสินค้าคงคลังโดยตรง แต่รายได้จากการบริการจัดการพื้นที่โรงงานที่เพิ่มขึ้น สะท้อนความต้องการใช้พื้นที่เก็บสินค้าของผู้ประกอบการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วน MD&A นี้
## สรุปท้าย
PMTA ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะสามารถผลักภาระต้นทุนไปสู่ราคาขายสินค้าได้ ส่งผลให้รายได้จากการขายเติบโตถึง 37% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 5% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิลดลงถึง 90% เหลือเพียง 1.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การเติบโตของผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่น และรายได้จากการให้บริการพื้นที่โรงงาน เป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตา ขณะที่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าระวางเรือยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PMTA ไตรมาส 3/2022
รายได้รวม
903.85
ล้านบาท
↓ 11.8% YoY
กำไรขั้นต้น
126.42
ล้านบาท
↓ 13% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.99
%
กำไรสุทธิ
36.48
ล้านบาท
↓ 29% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.04
%
D/E Ratio
0.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
904
↓ -11.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
126
↓ -13%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
36
↓ -29%
YoY
D/E Ratio
0.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PMTA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.67
ROE (%)
9.23
ROA (%)
8.78
Book Value/หุ้น
16.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PMTA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PMTA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-986.56
+252.70%
|
-279.72
-72.64%
|
-1,022.49
+487.20%
|
-174.13
-53.48%
|
-374.30
-218.31%
|
316.36
+200.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.50
-334.99%
|
-21.49
-115.04%
|
142.86
-246.01%
|
-97.84
-1,291.72%
|
8.21
-178.12%
|
-10.51
-16.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
561.90
+922.19%
|
54.97
-91.72%
|
664.27
-417.15%
|
-209.45
-418.07%
|
65.85
-135.51%
|
-185.43
+220.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-369.49
+77.83%
|
-207.78
-16.31%
|
-248.27
-53.19%
|
-530.41
+75.57%
|
-302.10
-366.85%
|
113.21
+360.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
372.32
-10.15%
|
414.39
+46.73%
|
282.41
-18.30%
|
345.68
+1.49%
|
340.61
+49.78%
|
227.40
+12.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
311.62
-16.30%
|
372.32
-10.15%
|
414.39
+46.73%
|
282.41
-18.30%
|
345.68
+1.49%
|
340.61
+49.78%
|