บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
9.50
0.05 (0.52%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวขึ้นมากในไตรมาสที่ 3 สาเหตุหลักเกิดจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 71 และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 เมื่อเทียบ ไตรมาส 2/2565
กําไรขั้นต้นต่อตันที่เพิ่มขึ้น ปริมาณขายปุ๋ยในไตรมาส 3/2565 ลดลงร้อยละ 7 แต่ส่วนปุ๋ยเคมีเชิงผสม NPK เติบโตร้อยละ 31 จากปีที่ผ่านมา และเติบโตร้อยละ 23 จากไตรมาสก่อน เป็น 37,838 ตัน จากปริมาณการ ส่งออกที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากลูกค้าในประเทศฟิลิปปินส์และมาดากัสการ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5894 out_tok=2507 at=2026-07-25T23:58:16 -->
# PMTA กำไรสุทธิ Q2/65 หด 47% เหลือ 16.4 ล้านบาท รับต้นทุนพุ่ง-วอลุ่มปุ๋ยดิ่ง
## รายได้ขายโต 12% สวนทางต้นทุนพุ่ง 45% กดดันกำไรสุทธิ ขณะที่บริการจัดการพื้นที่โรงงานโตเด่น
บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PMTA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 16.4 ล้านบาท ลดลง 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 12% เป็น 988.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายสินค้าที่สูงขึ้นและยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่นที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากค่าเชื้อเพลิงและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ PMTA ในไตรมาส 2/2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงและค่าขนส่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อ EBITDA ที่ลดลง 24% แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ถึง 12% และรายได้จากการบริการจัดการพื้นที่โรงงานจะเติบโตโดดเด่นถึง 81% ก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักที่กดดันต้นทุนคือ **ราคาวัตถุดิบและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามาจากอุปทานจากจีนที่ลดลง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และมาตรการคว่ำบาตรผู้ส่งออกของรัสเซีย นอกจากนี้ ค่าขนส่งสินค้าในต่างประเทศที่สูงขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แม้ว่าบริษัทจะพยายามรักษาความสามารถในการทำกำไรด้วยการปรับขึ้นราคาขายสินค้า (ASP) และการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่น รวมถึงการเติบโตของธุรกิจบริการจัดการพื้นที่โรงงาน แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) เพิ่มขึ้นเพียง 13% และ EBITDA ปรับตัวลดลง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุถึงความผันผวนทางเศรษฐกิจและต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ก็ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ในระดับหนึ่ง และมีการส่งออกไปยังตลาดหลักในแอฟริกาที่ยังรักษาไว้ได้ รวมถึงการฟื้นตัวของการส่งออกไปยังฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ยังคงผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบ ค่าพลังงาน และค่าขนส่ง รวมถึงความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายและบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม 988.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY** จากราคาขายสินค้าเฉลี่ยที่สูงขึ้น และยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่นที่เติบโต 53%
* **กำไรสุทธิ 16.4 ล้านบาท ลดลง 47% YoY** แม้รายได้เติบโต แต่ถูกกดดันจากต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น
* **EBITDA ลดลง 24% YoY อยู่ที่ 42.9 ล้านบาท** จากค่าเชื้อเพลิงและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
* **ปริมาณขายปุ๋ยรวมลดลง 36% YoY อยู่ที่ 36,312 ตัน** โดยเฉพาะในประเทศเวียดนามที่อุปสงค์ลดลงจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นของเกษตรกร
* **รายได้จากการบริการจัดการพื้นที่โรงงานและรายได้อื่น เพิ่มขึ้น 81% YoY เป็น 26.3 ล้านบาท** จากความต้องการใช้พื้นที่เก็บสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
PMTA รายงานรายได้จากการขายในไตรมาส 2/2565 จำนวน 988.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากราคาขายสินค้าที่สูงขึ้น และยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่นที่เติบโตถึง 53% อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายปุ๋ยเคมีรวมลดลง 36% เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศเวียดนามที่อ่อนแอลงจากต้นทุนที่สูงขึ้นของเกษตรกร แม้ว่าการส่งออกจะเติบโตได้ดีก็ตาม
ในด้านอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อยู่ที่ 18.7% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 13% เป็น 184.7 ล้านบาท แต่ EBITDA กลับลดลง 24% เป็น 42.9 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น 45% จากค่าเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 34% จากค่าขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 16.4 ล้านบาท ลดลง 47% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 1,690.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY โดยมีกำไรสุทธิ 17.9 ล้านบาท ลดลง 61% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบริการจัดการพื้นที่โรงงาน:** รายได้ในส่วนนี้เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 81% YoY สะท้อนถึงความต้องการใช้พื้นที่เก็บสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคง
* **การฟื้นตัวของการส่งออก:** การส่งออกไปยังฟิลิปปินส์ฟื้นตัวดีขึ้นจากการจัดส่งรายเดือน และการส่งออกไปยังมาดากัสการ์ที่เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณบวกต่อการขยายตลาดต่างประเทศ
* **การปรับขึ้นราคาขายสินค้า (ASP):** ความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายสินค้าช่วยชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้บางส่วน และเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันหลักต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด
* **อุปสงค์ปุ๋ยเคมีในตลาดหลักที่อ่อนแอ:** การลดลงของการเพาะปลูกในเวียดนามจากต้นทุนที่สูงขึ้นของเกษตรกร ส่งผลกระทบต่อปริมาณขายปุ๋ยโดยตรง
* **ค่าขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่สูง:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และลดทอนความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในตลาดส่งออก
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบปุ๋ยเคมีและราคาพลังงานทั่วโลก
* สถานการณ์อุปสงค์ปุ๋ยเคมีในตลาดเวียดนามและประเทศเกษตรกรรมหลักอื่นๆ
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* การเติบโตของธุรกิจบริการจัดการพื้นที่โรงงาน และการขยายตลาดส่งออกใหม่ๆ
* นโยบายการเงินและการคลังของประเทศคู่ค้าหลัก ที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของเกษตรกร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization และ Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ utilization rate หรือ order book โดยตรง แต่จากปริมาณการขายปุ๋ยที่ลดลง 36% YoY ชี้ให้เห็นถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอลงในตลาดปุ๋ย ซึ่งอาจส่งผลต่อ utilization rate ของโรงงานผลิตปุ๋ย
**ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาวัตถุดิบยังคงปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากอุปทานจากจีนที่ลดลง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และมาตรการคว่ำบาตรผู้ส่งออกของรัสเซีย ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อยู่ที่ 18.7% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน (18.5%) แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและราคาขาย แต่กำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นเพียง 13% เนื่องจากปริมาณขายที่ลดลง
**การส่งออก:** การส่งออกไปยังตลาดหลักในแอฟริกายังรักษาไว้ได้ แต่ประสบปัญหาค่าขนส่งสูง การส่งออกไปยังฟิลิปปินส์ฟื้นตัวดีขึ้น โดยปริมาณการขายปุ๋ยเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้น 153% YoY เป็น 16,624 ตัน
**ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.9 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ลดลงจาก 5.0 ล้านบาทในปีก่อน
**สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการบริการจัดการพื้นที่โรงงานที่เพิ่มขึ้น 81% สะท้อนถึงความต้องการใช้พื้นที่เก็บสินค้าคงเหลือของผู้นำเข้าที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วน MD&A นี้
## สรุปท้าย
PMTA ในไตรมาส 2/2565 เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกดดันกำไรสุทธิให้ลดลง 47% YoY แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้ 12% จากการปรับขึ้นราคาขายและยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่นที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับธุรกิจบริการจัดการพื้นที่โรงงานที่เติบโตโดดเด่น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาอัตรากำไรและทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PMTA ไตรมาส 3/2022
รายได้รวม
903.85
ล้านบาท
↓ 11.8% YoY
กำไรขั้นต้น
126.42
ล้านบาท
↓ 13% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.99
%
กำไรสุทธิ
36.48
ล้านบาท
↓ 29% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.04
%
D/E Ratio
0.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
904
↓ -11.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
126
↓ -13%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
36
↓ -29%
YoY
D/E Ratio
0.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PMTA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.67
ROE (%)
9.23
ROA (%)
8.78
Book Value/หุ้น
16.31
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PMTA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-987
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PMTA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-986.56
+252.70%
|
-279.72
-72.64%
|
-1,022.49
+487.20%
|
-174.13
-53.48%
|
-374.30
-218.31%
|
316.36
+200.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.50
-334.99%
|
-21.49
-115.04%
|
142.86
-246.01%
|
-97.84
-1,291.72%
|
8.21
-178.12%
|
-10.51
-16.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
561.90
+922.19%
|
54.97
-91.72%
|
664.27
-417.15%
|
-209.45
-418.07%
|
65.85
-135.51%
|
-185.43
+220.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-369.49
+77.83%
|
-207.78
-16.31%
|
-248.27
-53.19%
|
-530.41
+75.57%
|
-302.10
-366.85%
|
113.21
+360.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
372.32
-10.15%
|
414.39
+46.73%
|
282.41
-18.30%
|
345.68
+1.49%
|
340.61
+49.78%
|
227.40
+12.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
311.62
-16.30%
|
372.32
-10.15%
|
414.39
+46.73%
|
282.41
-18.30%
|
345.68
+1.49%
|
340.61
+49.78%
|