บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
6.05
0.05 (0.82%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14883 out_tok=2867 at=2026-07-26T00:32:00 -->
PLANB กำไร Q3/2564 พลิกขาดทุนหนัก รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย
รายได้รวมโต 33.1% แต่กำไรสุทธิกลับขาดทุน 54 ล้านบาท เหตุต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายพิเศษ
บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 54 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 1 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 33.1% เป็น 1,183 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้จากการขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้น 26.6% เป็น 1,098 ล้านบาท แต่ถูกกดดันด้วยต้นทุนการขายและให้บริการที่สูงขึ้น 46.4% และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ PLANB ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการขายและให้บริการ และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น ประกอบกับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยบางประเภท** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ต้นทุนการขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้น 46.4% เป็น 1,066 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.1% ใน Q3/2563 เป็น 2.9% ใน Q3/2564
2. **ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 78.3% เป็น 47 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของมาตรฐานบัญชี TFRS16 ที่เพิ่มขึ้นจาก 26 ล้านบาทใน Q3/2563 เป็น 47 ล้านบาทใน Q3/2564
3. **ผลกระทบจาก COVID-19 ต่อรายได้สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย:** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต แต่รายได้จากสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยโดยรวมลดลง 12.4% โดยเฉพาะสื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชน (-38.7%) และสื่อโฆษณาดิจิทัล (-36.7%) เนื่องจากมาตรการควบคุมการระบาดที่ส่งผลต่อการเดินทางและการใช้ชีวิตของผู้คน
4. **รายการพิเศษ:** มีการบันทึกค่าตอบแทนขั้นต่ำ (Minimum guarantee) จำนวน 78 ล้านบาทที่ต้องจ่ายให้กับ MACO ซึ่งเป็นไตรมาสที่สองที่บันทึกรายการนี้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยจะทยอยฟื้นตัวกลับคืนสู่ภาวะปกติในลักษณะ V-Shaped โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นและการเปิดประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2564 แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเผชิญความเสี่ยงจากการระบาดของ COVID-19 และกำลังซื้อที่อ่อนแอ นอกจากนี้ การลดลงของค่าตอบแทนขั้นต่ำที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 หลังจากการเข้าซื้อทรัพย์สินจาก MACO จะช่วยลดภาระทางการเงินในอนาคต แต่ผลกระทบจากต้นทุนการขายและให้บริการที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2564 เติบโต 33.1% YoY** แตะ 1,183 ล้านบาท จาก 889 ล้านบาทในปีก่อน
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 54 ล้านบาท** เทียบกับกำไร 1 ล้านบาทใน Q3/2563
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 16.1% เป็น 2.9%
* **รายได้ธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วมโตแรง 228.9%** จากธุรกิจสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง (โอลิมปิก, ฟุตบอล)
* **รายได้สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยลดลง 12.4%** โดยเฉพาะสื่อขนส่งมวลชนและดิจิทัล
* **การเข้าซื้อทรัพย์สินจาก MACO** คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าตอบแทนขั้นต่ำลงเหลือ 250 ล้านบาทต่อปี ตั้งแต่ ธ.ค. 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 1,183 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 26.6% เป็น 1,098 ล้านบาท ซึ่งมาจากรายได้สื่อโฆษณาภาพนิ่ง สื่อโฆษณาภายในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าสะดวกซื้อ รวมถึงรายได้จากการบริหารสิทธิทางการตลาดสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้น 46.4% และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น 78.3% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก และบริษัทรายงานขาดทุนสุทธิ 54 ล้านบาท เทียบกับกำไร 1 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 3,219 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเติบโตของสื่อโฆษณาภาพนิ่ง สื่อโฆษณาภายในห้างสรรพสินค้าฯ และธุรกิจสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง อย่างไรก็ตาม บริษัทรายงานขาดทุนสุทธิ 87 ล้านบาท เทียบกับกำไร 0.02 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนการขายและให้บริการที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายจากรายการพิเศษ (ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์) และผลกระทบจาก TFRS16
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ:** คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในไตรมาส 4/2564 จากการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นและการเปิดรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย
* **การขยายสื่อโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven:** บริษัทสามารถติดตั้งจอ LED ได้ครบ 1,500 สาขาตามเป้าหมาย และมีแผนขยายให้ครบ 2,000 สาขาภายในปี 2564 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ในระยะยาว
* **ธุรกิจสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง:** การบริหารสิทธิประโยชน์จากการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น โอลิมปิก และฟุตบอล ยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญ
* **การเข้าซื้อทรัพย์สินจาก MACO:** จะช่วยลดภาระค่าตอบแทนขั้นต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 เป็นต้นไป และเพิ่มกรรมสิทธิ์ในป้ายโฆษณา
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
* **กำลังซื้อที่อ่อนแอ:** ผลกระทบจากการระบาดที่ยาวนานยังคงส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ต้นทุนการขายและให้บริการที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาอาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย:** โดยเฉพาะสื่อในระบบขนส่งมวลชนและสื่อดิจิทัล
* **ผลกระทบจากการเข้าซื้อทรัพย์สิน MACO:** การลดลงของค่าตอบแทนขั้นต่ำและผลต่ออัตรากำไร
* **การขยายสื่อโฆษณาใน 7-Eleven:** ความคืบหน้าในการติดตั้งให้ครบ 2,000 สาขา
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการขายและให้บริการ
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** โดยเฉพาะผลกระทบจาก TFRS16
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายและการให้บริการ:** เพิ่มขึ้น 26.6% YoY เป็น 1,098 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากสื่อโฆษณาภาพนิ่ง (+27.5%) และสื่อโฆษณาภายในห้างสรรพสินค้าฯ (+3.6%) รวมถึงรายได้จากสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง (โอลิมปิก 154 ล้านบาท, สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ 160 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม สื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชน (-38.7%) และสื่อโฆษณาดิจิทัล (-36.7%) ยังคงหดตัว
* **อัตราการใช้สื่อโฆษณา (Utilization rate):** ลดลงจาก 40.3% ใน Q3/2563 เป็น 33.8% ใน Q3/2564 เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบเต็มไตรมาส
* **ธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม:** เติบโตอย่างก้าวกระโดด 228.9% เป็น 461 ล้านบาท โดยมีสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
* **การเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์:** บริษัทได้อนุมัติการซื้อทรัพย์สินจาก MACO มูลค่า 639.50 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดค่าตอบแทนขั้นต่ำที่ต้องจ่ายให้ MACO จาก 700 ล้านบาทต่อปี เหลือ 250 ล้านบาทต่อปี ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 11,941 ล้านบาท ลดลง 2.5% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,448 ล้านบาท ลดลง 2.2% จากสิ้นปี 2563 จากการลดลงของรายได้รับล่วงหน้าและหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 5,493 ล้านบาท ลดลง 2.9% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.2 เท่า เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## สรุปท้าย
PLANB ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญความท้าทายจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงิน ประกอบกับผลกระทบจาก COVID-19 ที่ยังคงกดดันรายได้สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยบางประเภท แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากธุรกิจสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งและการขยายสื่อในร้านสะดวกซื้อ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อทรัพย์สินจาก MACO จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญในการลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะต่อไป และบริษัทคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาจะเริ่มฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะดีขึ้นในไตรมาส 4/2564 ซึ่งต้องจับตาดูความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและทิศทางการฟื้นตัวของรายได้เป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PLANB ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,743.28
ล้านบาท
↑ 12.2% YoY
กำไรขั้นต้น
874.03
ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.86
%
กำไรสุทธิ
242.99
ล้านบาท
↓ 24.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.86
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,743
↑ + 12.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
874
↑ + 12.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
243
↓ -24.7%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PLANB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
10.32
ROA (%)
10.66
Book Value/หุ้น
2.60
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PLANB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,131
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+671
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PLANB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,130.80
+31.22%
|
-2,385.90
+31.18%
|
-1,818.84
+98.56%
|
-916.01
-42.81%
|
-1,601.76
-165.48%
|
2,446.19
+89.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
671.32
-1,821.33%
|
-39.00
-107.25%
|
537.59
-78.76%
|
2,530.69
+249.15%
|
724.81
-127.43%
|
-2,642.64
+214.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
396.52
-82.55%
|
2,272.40
+251.49%
|
646.51
-26.04%
|
874.13
-69.04%
|
2,823.73
-285.74%
|
-1,520.30
-203.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,063.83
+1,235.99%
|
-154.48
-75.56%
|
-632.05
-125.30%
|
2,497.98
+28.83%
|
1,938.95
-212.61%
|
-1,721.88
-189.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
753.65
-31.22%
|
1,095.77
+101.43%
|
544.00
-72.61%
|
1,985.91
+211.14%
|
638.26
-72.96%
|
2,360.14
+435.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,792.26
+137.81%
|
753.65
-31.22%
|
1,095.77
+101.43%
|
544.00
-72.61%
|
1,985.91
+211.14%
|
638.26
-72.96%
|