บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
10.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14199 out_tok=2407 at=2026-08-11T22:16:22 -->
# PHG กำไรสุทธิ Q2/2569 ดิ่ง 47% รับรายได้ผู้ป่วยในวูบ
## รายได้โรงพยาบาลหดตัว 3.7% กดดันกำไรสุทธิลดลง ขณะที่ต้นทุนบุคลากร-ยาพุ่ง
บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PHG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 45.87 ล้านบาท ลดลง 47.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่ลดลง 3.71% ประกอบกับต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจกำไรของ PHG ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การลดลงของรายได้ผู้ป่วยในกลุ่มลูกค้าทั่วไป และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์และค่ายา** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมาก
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้ผู้ป่วยในกลุ่มทั่วไปลดลง:** สาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงไตรมาสสอง ทำให้ผู้ป่วยมีแนวโน้มใช้สิทธิประกันสังคมมากขึ้นก่อนที่จะใช้สิทธิประกันสุขภาพ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยในและวันนอนของผู้ป่วยในลดลง ซึ่งกระทบต่อรายได้กลุ่มลูกค้าทั่วไปโดยตรง โดยรายได้กลุ่มลูกค้าทั่วไปลดลงถึง 15.81%
2. **ต้นทุนบุคลากรและค่ายาเพิ่มขึ้น:** แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลกลับเพิ่มขึ้น 5.10% โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์และพนักงานที่เพิ่มขึ้น 8.92 ล้านบาท และค่ายาและวัสดุทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น 12.55 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของกลุ่มลูกค้าโครงการสวัสดิการภาครัฐ และการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการเพิ่มโควต้าผู้ประกันตนในโครงการประกันสังคมจะช่วยหนุนรายได้กลุ่มลูกค้าภาครัฐ แต่ปัจจัยกดดันหลักคือภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องต่อกำลังซื้อของผู้ป่วยกลุ่มทั่วไปในระยะถัดไป ขณะที่ต้นทุนบุคลากรและยาที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มที่จะเป็นต้นทุนที่ต้องแบกรับต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลง 47.09%** อยู่ที่ 45.87 ล้านบาท จาก 86.70 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล Q2/2569 ลดลง 3.71%** อยู่ที่ 600.54 ล้านบาท จาก 623.65 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/2569 หดตัว** เหลือ 19.42% จาก 26.17% ในปีก่อน
* **ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาล Q2/2569 เพิ่มขึ้น 5.10%** อยู่ที่ 483.94 ล้านบาท จาก 460.47 ล้านบาท
* **อัตราการครองเตียง Q2/2569 ลดลง** อยู่ที่ 62.00% จาก 69.10% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PHG มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลรวม 600.54 ล้านบาท ลดลง 3.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 623.65 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ผู้ป่วยในที่ลดลงตามจำนวนผู้ป่วยแอดมิทที่ชะลอตัวในช่วงไตรมาสสอง ขณะที่ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 5.10% เป็น 483.94 ล้านบาท จาก 460.47 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าตอบแทนบุคลากรและค่ายาที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 163.18 ล้านบาท เหลือ 116.60 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 26.17% เป็น 19.42%
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.19 ล้านบาท เป็น 69.41 ล้านบาท จาก 61.22 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลงอย่างมากจาก 108.66 ล้านบาท เหลือ 48.57 ล้านบาท และเมื่อหักภาษีเงินได้แล้ว กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 45.87 ล้านบาท ลดลง 47.09% เมื่อเทียบกับ 86.70 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 1,197.37 ล้านบาท ลดลง 3.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,239.74 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 45.30% อยู่ที่ 90.37 ล้านบาท จาก 165.20 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเพิ่มโควต้าผู้ประกันตนในโครงการประกันสังคม:** การเพิ่มจำนวนโควต้าผู้ประกันตนจาก 170,000 คน เป็น 200,000 คน ส่งผลให้มีรายได้จากค่าบริการทางการแพทย์ตามกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (DRG) และรายได้ค่าบริการเหมาหัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้กลุ่มลูกค้าภาครัฐ
* **การเปิดห้องตรวจเพิ่มเติมสำหรับผู้ป่วยประกันสังคม:** การเปิดห้องตรวจที่สหคลินิก ณ ศูนย์การค้า The Hub เพื่อรองรับผู้ป่วยประกันสังคม จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการและอาจส่งผลดีต่อปริมาณผู้ป่วยนอกในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ผู้ป่วยในกลุ่มลูกค้าทั่วไป ทำให้ผู้ป่วยหันไปใช้สิทธิประกันสังคมมากขึ้น และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ารับบริการหัตถการที่ไม่เร่งด่วน
* **ต้นทุนบุคลากรและค่ายาที่เพิ่มขึ้น:** เป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะเมื่อรายได้จากการดำเนินงานไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้
* **อัตราการครองเตียงลดลง:** สะท้อนถึงจำนวนผู้ป่วยในที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์จาก Capacity ของโรงพยาบาล
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้ผู้ป่วยในกลุ่มลูกค้าทั่วไปในไตรมาสถัดไป ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
* ผลกระทบจากการเพิ่มโควต้าผู้ประกันตนในโครงการประกันสังคมต่อรายได้รวมของกลุ่มลูกค้าภาครัฐ
* การบริหารจัดการต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์และค่ายา เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* การปรับตัวของอัตราการครองเตียงและอัตราการเข้ารับบริการผู้ป่วยนอก
* แผนการขยายบริการหรือการตลาดเพื่อดึงดูดผู้ป่วยกลุ่มทั่วไปกลับมาใช้บริการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้รวมลดลง 3.71% ใน Q2/2569 โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ผู้ป่วยในกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่ลดลง 15.81% ขณะที่รายได้กลุ่มลูกค้าโครงการสวัสดิการภาครัฐเติบโตเล็กน้อย 1.14% โดยเฉพาะจากโครงการประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 3.20% ใน 6 เดือนแรก
* **ต้นทุน:** ต้นทุนการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 5.10% ใน Q2/2569 โดยมีสาเหตุหลักจากค่าตอบแทนบุคลากรและค่ายาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัดส่วนต้นทุนที่สูงที่สุด
* **อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 26.17% ใน Q2/2568 เป็น 19.42% ใน Q2/2569 และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 13.90% เป็น 7.64%
* **Capacity Utilization:** อัตราการครองเตียงลดลงจาก 69.10% ใน Q2/2568 เป็น 62.00% ใน Q2/2569 สะท้อนถึงจำนวนผู้ป่วยในที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,492.97 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์หลักคือ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (37.25%) และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (20.75%) หนี้สินรวมอยู่ที่ 403.70 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น (13.02% ของหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นรวม) อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.19 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ PHG ในไตรมาส 2 ปี 2569 ได้รับแรงกดดันจากการชะลอตัวของรายได้ผู้ป่วยในกลุ่มลูกค้าทั่วไป ท่ามกลางต้นทุนบุคลากรและค่ายาที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าการเพิ่มโควต้าประกันสังคมจะเป็นปัจจัยบวก แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PHG ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
628.14
ล้านบาท
↑ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
148.09
ล้านบาท
↑ 21.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.58
%
กำไรสุทธิ
64.55
ล้านบาท
↑ 9.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.28
%
D/E Ratio
0.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
628
↑ + 11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
148
↑ + 21.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
65
↑ + 9.2%
YoY
D/E Ratio
0.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PHG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
628.14
+11.03%
|
565.73
-48.43%
|
1,096.99
|
| กำไรขั้นต้น | — |
148.09
+21.21%
|
122.17
-60.10%
|
306.18
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
73.03
+22.53%
|
59.60
-55.49%
|
133.90
|
| กำไรสุทธิ | — |
64.55
+9.16%
|
59.14
-59.56%
|
146.22
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.22
+9.14%
|
0.20
-59.55%
|
0.49
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
23.58
+9.17%
|
21.60
-22.61%
|
27.91
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
11.63
+10.34%
|
10.54
-13.68%
|
12.21
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
10.28
-1.63%
|
10.45
-21.61%
|
13.33
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROE(%) | — |
14.51
+15.53%
|
12.56
-28.88%
|
17.66
|
| ROA(%) | — |
15.44
+16.70%
|
13.23
-21.11%
|
16.77
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.18
|
0.18
-10.00%
|
0.20
|
| P/E | — |
12.53
-20.55%
|
15.77
-23.48%
|
20.61
|
| P/BV | — |
1.77
-24.03%
|
2.33
+16.50%
|
2.00
|
| BV | — |
7.16
+7.35%
|
6.67
+7.58%
|
6.20
|
| YIELD(%) | — |
3.94
+17.61%
|
3.35
-50.22%
|
6.73
|
| ราคาหุ้น | — |
12.70
-18.06%
|
15.50
+25.00%
|
12.40
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.18
ROE (%)
14.51
ROA (%)
15.44
Book Value/หุ้น
7.51
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PHG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
1,647.10
+14.97%
|
1,432.60
+3.47%
|
1,384.56
+93.33%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
956.99
-3.16%
|
988.21
+1.04%
|
978.05
+7.72%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
2,604.09
+7.57%
|
2,420.81
+2.46%
|
2,362.61
+45.47%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
334.16
+5.80%
|
315.84
-9.46%
|
348.85
+2.08%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
58.14
+10.46%
|
52.63
+3.21%
|
50.99
-83.38%
|
| รวมหนี้สิน | — |
392.30
+6.46%
|
368.48
-7.84%
|
399.84
-38.35%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
2,211.80
+7.77%
|
2,052.33
+4.56%
|
1,962.77
+101.21%
|
| D/E | — |
0.18
|
0.18
|
0.20
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
14.51
|
12.56
|
17.66
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
15.44
|
13.23
|
16.77
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
4.93
|
4.54
|
3.97
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
4.09
|
3.78
|
3.26
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
22.19
|
21.78
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
13.17
|
12.37
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
58.57
|
59.99
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
-23.20
|
-25.84
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-144
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-103
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PHG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-144.09
+45.96%
|
-98.72
-249.49%
|
66.04
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-102.82
-309.07%
|
49.18
-129.06%
|
-169.23
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
147.60
-30.68%
|
212.94
+30.69%
|
162.94
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-307.88
-199.52%
|
309.35
-1,086.13%
|
-31.37
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
129.13
-53.06%
|
275.09
+49.55%
|
183.95
-2.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
337.68
+161.50%
|
129.13
-53.06%
|
275.09
+49.54%
|