บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
0.97
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7959 out_tok=2751 at=2026-07-25T22:56:13 -->
# PDJ กำไร Q3/2566 ดิ่ง 91.7% สวนทางยอดขาย Omni-channel โต
## รายได้ฐานการผลิตวูบกระทบกำไร ขณะอินเดียหนุนยอดขายช่องทางใหม่
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PDJ รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 6.13 ล้านบาท ลดลงถึง 91.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 74.08 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง 9.25% เป็น 937.14 ล้านบาท แต่ปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรคืออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการที่คำสั่งซื้อในฐานการผลิตหลักซึ่งมีกำไรต่ำกว่า หันมามีสัดส่วนมากขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายการตลาดและค่าใช้จ่ายทางการเงินปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PDJ ในไตรมาส 3 ปี 2566 ดิ่งลงอย่างมาก คือ **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคำสั่งซื้อในฐานการผลิตหลักที่ทำกำไรได้น้อยลง** ประกอบกับ **ต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ PDJ ลดลงอย่างมากในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การที่ฐานการผลิตหลักมีสัดส่วนคำสั่งซื้อที่ทำกำไรได้น้อยลง** โดยเฉพาะคำสั่งซื้อที่เป็นงานทอง ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า โดยอัตรากำไรขั้นต้นของฐานการผลิตลดลงจาก 21.69% ในปีก่อน เหลือเพียง 12.22% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของกลุ่มบริษัทลดลงจาก 26.52% เหลือ 19.91% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังปรับตัวสูงขึ้น 6.27% จากการกลับมาเพิ่มค่าใช้จ่ายกิจกรรมการตลาด และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 49.25% จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคำสั่งซื้อในฐานการผลิตหลักเป็นผลมาจาก **คำสั่งซื้อจากตลาดหลักชะลอตัว** เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในตลาดส่งออกหลักของบริษัทที่อยู่ในยุโรปและอเมริกา ทำให้บริษัทต้องหันไปรับคำสั่งซื้อที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าเพื่อรักษาปริมาณการผลิต ขณะเดียวกัน การที่ยอดขายในกลุ่ม Omni-channel โดยเฉพาะในประเทศอินเดียเติบโตได้ดีถึง 8% และมีการเริ่มดำเนินการผลิตในประเทศเพื่อรองรับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายการตลาดในส่วนนี้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ายอดขายในกลุ่ม Omni-channel โดยเฉพาะในอินเดียจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่คำสั่งซื้อจากตลาดหลักในยุโรปและอเมริกาที่ชะลอตัวนั้น ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุแนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะฟื้นตัวเมื่อใด การที่บริษัทต้องพึ่งพิงคำสั่งซื้อที่มีกำไรต่ำลงเพื่อรักษาปริมาณการผลิต อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้นถึงกลาง หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 91.73%** อยู่ที่ 6.13 ล้านบาท จาก 74.08 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q3/2566 ลดลง 9.25%** อยู่ที่ 937.14 ล้านบาท จาก 1,032.63 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2566 หดตัว 24.92%** อยู่ที่ 19.91% จาก 26.52% ในปีก่อน
* **ยอดขายฐานการผลิตหลักลดลง 14%** จากคำสั่งซื้อชะลอตัวในตลาดยุโรปและอเมริกา
* **ยอดขาย Omni-channel เพิ่มขึ้น 8%** โดยเฉพาะการเติบโตในประเทศอินเดีย
* **ค่าใช้จ่ายการตลาดและค่าใช้จ่ายทางการเงินปรับตัวสูงขึ้น**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 PDJ มีรายได้จากการขาย 937.14 ล้านบาท ลดลง 9.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายในฐานการผลิตซึ่งคิดเป็น 75% ของยอดขายโดยรวม ลดลง 14% เนื่องจากคำสั่งซื้อจากตลาดหลักในยุโรปและอเมริกาชะลอตัว ในขณะที่ยอดขายในกลุ่ม Omni-channel ซึ่งคิดเป็น 25% ของยอดขายโดยรวม เพิ่มขึ้น 8% โดยเฉพาะการเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศอินเดีย
อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 26.52% ในปีก่อน เหลือ 19.91% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากการที่ฐานการผลิตได้รับคำสั่งซื้องานทองมากขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า โดยอัตรากำไรขั้นต้นของงานทองลดลงจาก 21.69% เหลือ 12.22%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 6.27% เป็น 159.89 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกลับมาเพิ่มค่าใช้จ่ายกิจกรรมการตลาด เช่น ค่าเดินทาง ค่าร่วมงานแฟร์ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับยอดขายในอินเดีย
ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงอย่างมากจาก 123.38 ล้านบาท เหลือ 26.74 ล้านบาท
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 49.25% เป็น 7.91 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น และมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 12.05 ล้านบาท
โดยรวมแล้ว กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 6.13 ล้านบาท ลดลง 91.73% จาก 74.08 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 53.05 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 142.27 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลง 13.69% เป็น 2,291.50 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.11% เหลือ 21.08%
## โอกาส
* **การเติบโตของช่องทาง Omni-channel:** โดยเฉพาะในประเทศอินเดียที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และการเริ่มดำเนินการผลิตในประเทศเพื่อรองรับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** การนำธุรกรรม Gold Lease มาใช้ในกลุ่ม Omni-channel ในประเทศไทย เพื่อป้องกันความเสี่ยงในสินค้าคงเหลือทองคำ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในตลาดส่งออกหลัก (ยุโรปและอเมริกา) อาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อในอนาคต
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคำสั่งซื้อ:** การพึ่งพิงคำสั่งซื้อที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำลง อาจกดดันความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น:** ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับเงินบาท ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อจากตลาดหลักในยุโรปและอเมริกา จะฟื้นตัวได้เมื่อใด
* ความสามารถในการรักษาสัดส่วนคำสั่งซื้อที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
* การเติบโตของยอดขายในช่องทาง Omni-channel โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย
* ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้นต่อค่าใช้จ่ายทางการเงิน
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบทองคำ และผลกระทบจากราคาตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขาย:** รายได้จากการขายลดลง 9.25% ในไตรมาส 3/2566 โดยยอดขายจากฐานการผลิตหลักลดลง 14% ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 75% ของยอดขายรวม สะท้อนถึงการชะลอตัวของตลาดส่งออกหลัก ในขณะที่ยอดขาย Omni-channel ซึ่งคิดเป็น 25% ของยอดขายรวม เติบโต 8% โดยมีอินเดียเป็นตลาดหลักที่เติบโตต่อเนื่อง
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสัดส่วนคำสั่งซื้อจากฐานการผลิตที่ทำกำไรได้น้อยลง (งานทอง) เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** มีการกลับมาเพิ่มค่าใช้จ่ายกิจกรรมการตลาด เช่น ค่าเดินทาง ค่าร่วมงานแฟร์ เพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **ช่องทางขาย:** ช่องทาง Omni-channel โดยเฉพาะในอินเดีย เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,665.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.32% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น รวมถึงสินค้าคงเหลือระหว่างผลิต ขณะที่ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ลดลงจากค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมและส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,665.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.32% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อเตรียมการผลิตในไตรมาสถัดไป
สำหรับงบกระแสเงินสด 9 เดือนแรกปี 2566 กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 81.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ติดลบ 11.95 ล้านบาท โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้นจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น และมีเงินสดใช้ไปในสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนใช้ไปสุทธิ 27.77 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายซื้อสินทรัพย์ถาวร
กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไปสุทธิ 106.91 ล้านบาท มาจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่กดดันผลประกอบการของ PDJ ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคำสั่งซื้อในฐานการผลิตหลักที่ทำกำไรได้น้อยลง ประกอบกับต้นทุนขายที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าช่องทาง Omni-channel โดยเฉพาะในอินเดียจะยังคงเติบโตได้ดี แต่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและการขยายช่องทาง Omni-channel เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PDJ ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
763.86
ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
กำไรขั้นต้น
222.91
ล้านบาท
↑ 171% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.18
%
กำไรสุทธิ
-60.51
ล้านบาท
↓ 187.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-7.92
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
764
↓ -8.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
223
↑ + 171%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-61
↓ -187.2%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PDJ
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
-16.22
ROA (%)
-7.61
Book Value/หุ้น
3.18
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PDJ
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-30
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PDJ
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.90
-138.79%
|
77.09
-77.79%
|
347.05
-414.58%
|
-110.32
-162.64%
|
176.13
+11.83%
|
157.50
+148.46%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.46
-102.16%
|
21.26
-2,144.23%
|
-1.04
-97.38%
|
-39.69
+158.06%
|
-15.38
-75.09%
|
-61.74
+538.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
70.12
-56.11%
|
159.78
-252.59%
|
-104.71
+651.69%
|
-13.93
-90.97%
|
-154.22
+0.78%
|
-153.02
-232.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
106.24
-65.87%
|
311.26
+42.48%
|
218.46
-310.44%
|
-103.81
+618.41%
|
-14.45
-86.14%
|
-104.26
-168.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
328.34
-24.85%
|
436.92
+80.04%
|
242.68
-39.00%
|
397.82
-10.30%
|
443.48
-19.04%
|
547.75
+38.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
201.61
-38.60%
|
328.34
-24.85%
|
436.92
+80.04%
|
242.68
-39.00%
|
397.82
-10.30%
|
443.48
-19.04%
|