PDJ
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PDJ
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
1.63
0.01 (0.61%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7959 out_tok=2751 at=2026-07-25T22:56:13 --> # PDJ กำไร Q3/2566 ดิ่ง 91.7% สวนทางยอดขาย Omni-channel โต ## รายได้ฐานการผลิตวูบกระทบกำไร ขณะอินเดียหนุนยอดขายช่องทางใหม่ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PDJ รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 6.13 ล้านบาท ลดลงถึง 91.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 74.08 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง 9.25% เป็น 937.14 ล้านบาท แต่ปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรคืออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการที่คำสั่งซื้อในฐานการผลิตหลักซึ่งมีกำไรต่ำกว่า หันมามีสัดส่วนมากขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายการตลาดและค่าใช้จ่ายทางการเงินปรับตัวสูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PDJ ในไตรมาส 3 ปี 2566 ดิ่งลงอย่างมาก คือ **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคำสั่งซื้อในฐานการผลิตหลักที่ทำกำไรได้น้อยลง** ประกอบกับ **ต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ PDJ ลดลงอย่างมากในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การที่ฐานการผลิตหลักมีสัดส่วนคำสั่งซื้อที่ทำกำไรได้น้อยลง** โดยเฉพาะคำสั่งซื้อที่เป็นงานทอง ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า โดยอัตรากำไรขั้นต้นของฐานการผลิตลดลงจาก 21.69% ในปีก่อน เหลือเพียง 12.22% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของกลุ่มบริษัทลดลงจาก 26.52% เหลือ 19.91% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังปรับตัวสูงขึ้น 6.27% จากการกลับมาเพิ่มค่าใช้จ่ายกิจกรรมการตลาด และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 49.25% จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคำสั่งซื้อในฐานการผลิตหลักเป็นผลมาจาก **คำสั่งซื้อจากตลาดหลักชะลอตัว** เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในตลาดส่งออกหลักของบริษัทที่อยู่ในยุโรปและอเมริกา ทำให้บริษัทต้องหันไปรับคำสั่งซื้อที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าเพื่อรักษาปริมาณการผลิต ขณะเดียวกัน การที่ยอดขายในกลุ่ม Omni-channel โดยเฉพาะในประเทศอินเดียเติบโตได้ดีถึง 8% และมีการเริ่มดำเนินการผลิตในประเทศเพื่อรองรับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายการตลาดในส่วนนี้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ายอดขายในกลุ่ม Omni-channel โดยเฉพาะในอินเดียจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่คำสั่งซื้อจากตลาดหลักในยุโรปและอเมริกาที่ชะลอตัวนั้น ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุแนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะฟื้นตัวเมื่อใด การที่บริษัทต้องพึ่งพิงคำสั่งซื้อที่มีกำไรต่ำลงเพื่อรักษาปริมาณการผลิต อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้นถึงกลาง หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 91.73%** อยู่ที่ 6.13 ล้านบาท จาก 74.08 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขาย Q3/2566 ลดลง 9.25%** อยู่ที่ 937.14 ล้านบาท จาก 1,032.63 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2566 หดตัว 24.92%** อยู่ที่ 19.91% จาก 26.52% ในปีก่อน * **ยอดขายฐานการผลิตหลักลดลง 14%** จากคำสั่งซื้อชะลอตัวในตลาดยุโรปและอเมริกา * **ยอดขาย Omni-channel เพิ่มขึ้น 8%** โดยเฉพาะการเติบโตในประเทศอินเดีย * **ค่าใช้จ่ายการตลาดและค่าใช้จ่ายทางการเงินปรับตัวสูงขึ้น** ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 PDJ มีรายได้จากการขาย 937.14 ล้านบาท ลดลง 9.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายในฐานการผลิตซึ่งคิดเป็น 75% ของยอดขายโดยรวม ลดลง 14% เนื่องจากคำสั่งซื้อจากตลาดหลักในยุโรปและอเมริกาชะลอตัว ในขณะที่ยอดขายในกลุ่ม Omni-channel ซึ่งคิดเป็น 25% ของยอดขายโดยรวม เพิ่มขึ้น 8% โดยเฉพาะการเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศอินเดีย อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 26.52% ในปีก่อน เหลือ 19.91% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากการที่ฐานการผลิตได้รับคำสั่งซื้องานทองมากขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า โดยอัตรากำไรขั้นต้นของงานทองลดลงจาก 21.69% เหลือ 12.22% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 6.27% เป็น 159.89 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกลับมาเพิ่มค่าใช้จ่ายกิจกรรมการตลาด เช่น ค่าเดินทาง ค่าร่วมงานแฟร์ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับยอดขายในอินเดีย ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงอย่างมากจาก 123.38 ล้านบาท เหลือ 26.74 ล้านบาท นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 49.25% เป็น 7.91 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น และมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 12.05 ล้านบาท โดยรวมแล้ว กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 6.13 ล้านบาท ลดลง 91.73% จาก 74.08 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 53.05 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 142.27 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลง 13.69% เป็น 2,291.50 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.11% เหลือ 21.08% ## โอกาส * **การเติบโตของช่องทาง Omni-channel:** โดยเฉพาะในประเทศอินเดียที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และการเริ่มดำเนินการผลิตในประเทศเพื่อรองรับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** การนำธุรกรรม Gold Lease มาใช้ในกลุ่ม Omni-channel ในประเทศไทย เพื่อป้องกันความเสี่ยงในสินค้าคงเหลือทองคำ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในตลาดส่งออกหลัก (ยุโรปและอเมริกา) อาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อในอนาคต * **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคำสั่งซื้อ:** การพึ่งพิงคำสั่งซื้อที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำลง อาจกดดันความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว * **อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น:** ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับเงินบาท ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มคำสั่งซื้อจากตลาดหลักในยุโรปและอเมริกา จะฟื้นตัวได้เมื่อใด * ความสามารถในการรักษาสัดส่วนคำสั่งซื้อที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง * การเติบโตของยอดขายในช่องทาง Omni-channel โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย * ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้นต่อค่าใช้จ่ายทางการเงิน * การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบทองคำ และผลกระทบจากราคาตลาด ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) * **ยอดขาย:** รายได้จากการขายลดลง 9.25% ในไตรมาส 3/2566 โดยยอดขายจากฐานการผลิตหลักลดลง 14% ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 75% ของยอดขายรวม สะท้อนถึงการชะลอตัวของตลาดส่งออกหลัก ในขณะที่ยอดขาย Omni-channel ซึ่งคิดเป็น 25% ของยอดขายรวม เติบโต 8% โดยมีอินเดียเป็นตลาดหลักที่เติบโตต่อเนื่อง * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสัดส่วนคำสั่งซื้อจากฐานการผลิตที่ทำกำไรได้น้อยลง (งานทอง) เพิ่มขึ้น * **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** มีการกลับมาเพิ่มค่าใช้จ่ายกิจกรรมการตลาด เช่น ค่าเดินทาง ค่าร่วมงานแฟร์ เพื่อกระตุ้นยอดขาย * **ช่องทางขาย:** ช่องทาง Omni-channel โดยเฉพาะในอินเดีย เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,665.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.32% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น รวมถึงสินค้าคงเหลือระหว่างผลิต ขณะที่ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ลดลงจากค่าเสื่อมราคา หนี้สินรวมและส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,665.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.32% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อเตรียมการผลิตในไตรมาสถัดไป สำหรับงบกระแสเงินสด 9 เดือนแรกปี 2566 กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 81.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ติดลบ 11.95 ล้านบาท โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้นจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น และมีเงินสดใช้ไปในสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนใช้ไปสุทธิ 27.77 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายซื้อสินทรัพย์ถาวร กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินใช้ไปสุทธิ 106.91 ล้านบาท มาจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและจ่ายเงินปันผล ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่กดดันผลประกอบการของ PDJ ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนคำสั่งซื้อในฐานการผลิตหลักที่ทำกำไรได้น้อยลง ประกอบกับต้นทุนขายที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าช่องทาง Omni-channel โดยเฉพาะในอินเดียจะยังคงเติบโตได้ดี แต่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและการขยายช่องทาง Omni-channel เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PDJ ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
763.86 ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
กำไรขั้นต้น
222.91 ล้านบาท
↑ 171% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.18 %
กำไรสุทธิ
-60.51 ล้านบาท
↓ 187.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-7.92 %
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
764
↓ -8.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
223
↑ + 171% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-61
↓ -187.2% YoY
D/E Ratio
0.79

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PDJ

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
763.86
-8.31%
833.09
-25.92%
1,124.55
+17.43%
957.60
-6.06%
1,019.33
+41.97%
717.98
-35.00%
กำไรขั้นต้น —
222.91
+171.02%
82.25
-69.14%
266.55
+5.11%
253.60
+5.11%
241.28
+21.78%
198.12
-28.78%
ค่าใช้จ่ายรวม —
145.45
-13.62%
168.39
-1.42%
170.81
-9.91%
189.60
+19.98%
158.03
-19.21%
195.61
-20.71%
กำไรสุทธิ —
-60.51
-187.24%
69.36
-40.51%
116.58
+1,704.47%
-7.27
-112.36%
58.77
+1,839.00%
3.03
-71.37%
กำไรต่อหุ้น —
-0.10
-187.18%
0.12
-40.61%
0.20
+1,741.67%
-0.01
-112.12%
0.10
+1,880.00%
0.01
-72.22%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
29.18
+195.64%
9.87
-58.35%
23.70
-10.50%
26.48
+11.87%
23.67
-14.21%
27.59
+9.57%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
19.04
-5.79%
20.21
+33.05%
15.19
-23.28%
19.80
+27.74%
15.50
-43.10%
27.24
+21.99%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-7.92
-195.08%
8.33
-19.67%
10.37
+1,464.47%
-0.76
-113.17%
5.77
+1,273.81%
0.42
-56.25%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-33.83
-1,191.29%
3.10
-58.83%
7.53
-73.43%
28.34
+238.51%
-20.46
-134.29%
59.66
-19.85%
ROE(%) —
-16.22
-3,955.00%
-0.40
-115.04%
2.66
-54.92%
5.90
-6.79%
6.33
+283.64%
1.65
ROA(%) —
-7.61
-2,817.86%
0.28
-90.41%
2.92
-52.44%
6.14
+3.89%
5.91
+217.74%
1.86
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.79
+25.40%
0.63
+6.78%
0.59
+11.32%
0.53
-31.17%
0.77
+6.94%
0.72
P/E —
-100.00
-423.00%
30.96
+130.96%
-100.00
-1,343.78%
8.04
-62.15%
21.24
0.00
P/BV —
0.37
-27.45%
0.51
+4.08%
0.49
-30.00%
0.70
-14.63%
0.82
+173.33%
0.30
-3.23%
BV —
3.37
-12.47%
3.85
-0.26%
3.86
-10.02%
4.29
+9.16%
3.93
-11.49%
4.44
-12.43%
YIELD(%) —
8.00
+57.48%
5.08
-4.51%
5.32
+59.76%
3.33
+7.07%
3.11
0.00
ราคาหุ้น —
1.25
-36.55%
1.97
+3.68%
1.90
-36.67%
3.00
-6.83%
3.22
+140.30%
1.34
-12.99%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
-16.22
ROA (%)
-7.61
Book Value/หุ้น
3.22

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PDJ

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,053.02
-13.66%
2,377.96
+1.68%
2,338.67
+5.95%
2,207.42
-5.28%
2,330.40
-4.11%
2,430.24
-8.33%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,457.40
+1.55%
1,435.22
+2.15%
1,405.02
+2.16%
1,375.33
-5.70%
1,458.40
-9.46%
1,610.69
+17.87%
รวมสินทรัพย์ —
3,510.41
-7.94%
3,813.18
+1.86%
3,743.68
+4.49%
3,582.75
-5.44%
3,788.80
-6.24%
4,040.93
+0.58%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,235.21
+5.95%
1,165.79
+5.59%
1,104.03
+17.79%
937.32
-26.74%
1,279.37
-12.60%
1,463.78
-1.83%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
311.07
+2.95%
302.16
+7.96%
279.89
-6.30%
298.71
-19.86%
372.72
-17.72%
452.98
+18.24%
รวมหนี้สิน —
1,546.28
+5.34%
1,467.96
+6.07%
1,383.92
+11.96%
1,236.03
-25.18%
1,652.10
-13.81%
1,916.76
+2.27%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,964.13
-16.25%
2,345.23
-0.62%
2,359.76
+0.56%
2,346.72
+9.83%
2,136.70
+0.59%
2,124.18
-0.90%
D/E —
0.79
0.63
0.59
0.53
0.77
0.90
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-16.22
-0.40
2.66
5.90
6.33
1.65
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-7.61
0.28
2.92
6.14
5.91
1.86
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.66
2.04
2.12
2.36
1.82
1.89
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.41
0.62
0.74
0.69
0.57
0.54
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
40.74
33.42
0.00
0.00
45.24
61.66
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
258.20
184.44
0.00
0.00
255.22
296.68
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
21.56
56.95
0.00
0.00
135.62
149.16
วงจรเงินสด —
277.38
160.92
0.00
0.00
164.84
209.17
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-30
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PDJ

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-29.90
-138.79%
77.09
-77.79%
347.05
-414.58%
-110.32
-162.64%
176.13
+11.83%
157.50
+148.46%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-0.46
-102.16%
21.26
-2,144.23%
-1.04
-97.38%
-39.69
+158.06%
-15.38
-75.09%
-61.74
+538.47%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
70.12
-56.11%
159.78
-252.59%
-104.71
+651.69%
-13.93
-90.97%
-154.22
+0.78%
-153.02
-232.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
106.24
-65.87%
311.26
+42.48%
218.46
-310.44%
-103.81
+618.41%
-14.45
-86.14%
-104.26
-168.06%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
328.34
-24.85%
436.92
+80.04%
242.68
-39.00%
397.82
-10.30%
443.48
-19.04%
547.75
+38.02%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
201.61
-38.60%
328.34
-24.85%
436.92
+80.04%
242.68
-39.00%
397.82
-10.30%
443.48
-19.04%