บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
0.97
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7996 out_tok=2972 at=2026-07-25T23:54:16 -->
# PDJ พลิกขาดทุนเป็นกำไร 73 ล้านบาทใน Q2/65 รับยอดขายฐานผลิตยุโรป-สหรัฐฯ โตแรง
## รายได้โต 61.75% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 228% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PDJ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 73.03 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 56.85 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึง 228.46% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขายที่พุ่งสูงขึ้นถึง 61.75% มาอยู่ที่ 877.57 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่เป็นฐานลูกค้าหลัก ส่งผลให้ยอดขายในฐานการผลิตเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ PDJ พลิกจากขาดทุนสู่กำไรในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขาย โดยเฉพาะในฐานการผลิตหลักที่ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ควบคู่ไปกับการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PDJ ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขาย 61.75%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวก 73.03 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 56.85 ล้านบาทในปีที่แล้ว นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 14.76% เป็น 23.46%** ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไรโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของรายได้:** มาจากยอดขายในฐานการผลิต (คิดเป็น 77% ของยอดขายรวม) ที่เติบโตถึง 67% เนื่องจากเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลัก มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทฯ ได้รับยอดคำสั่งซื้อตามเป้าหมาย นอกจากนี้ ยอดขายในกลุ่ม Omni-channel (คิดเป็น 23% ของยอดขายรวม) ก็เติบโต 48% จากการฟื้นตัวของตลาดในประเทศไทยหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย รวมถึงการเริ่มฟื้นตัวของการจัดจำหน่ายในประเทศอินเดียและการเริ่มผลิตในประเทศเพื่อรองรับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น 58.94% (เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน) เกิดจากอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2564 ที่ต่ำกว่าปกติ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 45.24% ซึ่งน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นเติบโตถึง 157.02%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศหลักที่เป็นฐานลูกค้า และการเริ่มดำเนินการผลิตในประเทศอินเดีย เป็นสัญญาณบวกที่อาจส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรจากราคาตลาดของวัตถุดิบที่ผันผวน และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** ไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 73.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 228.46% จากขาดทุน 56.85 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้เติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการขายรวม 877.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.75% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นพุ่ง:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.76% เป็น 23.46%
* **ฐานการผลิตยุโรป-สหรัฐฯ ฟื้นตัว:** ยอดขายในฐานการผลิตหลักเติบโต 67% จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว
* **Omni-channel ขยายตัว:** ยอดขายกลุ่ม Omni-channel เพิ่มขึ้น 48% จากการฟื้นตัวในไทย
* **อินเดียเริ่มฟื้น:** การจัดจำหน่ายและการผลิตในอินเดียเริ่มกลับมา
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 PDJ มีรายได้จากการขาย 877.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในฐานการผลิตที่ยุโรปและสหรัฐอเมริกาถึง 67% เนื่องจากเศรษฐกิจในภูมิภาคดังกล่าวฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ยอดคำสั่งซื้อเป็นไปตามเป้า นอกจากนี้ ยอดขายในกลุ่ม Omni-channel ยังเติบโต 48% จากการฟื้นตัวของตลาดในประเทศไทย และการเริ่มฟื้นตัวของการจัดจำหน่ายในประเทศอินเดีย
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 205.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157.02% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นจาก 14.76% เป็น 23.46% ซึ่งสูงกว่าปกติเนื่องจากอัตรากำไรในปีก่อนต่ำกว่าปกติ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5.58% สอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย ทำให้บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงาน 58.10 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 59.86 ล้านบาทในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 14.66% เนื่องจากยอดเงินกู้ยืมคงเหลือลดลง ขณะที่กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงจาก 27.84 ล้านบาท เป็น 15.03 ล้านบาท รายการอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,028.13% ส่วนใหญ่มาจากรายได้อื่นจากธุรกิจให้เช่าหอพัก และมีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินรวมอยู่ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีกำไรที่ยังไม่รับรู้จากราคาตลาดของวัตถุดิบ 14.42 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 11.73 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากราคาตลาดวัตถุดิบลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 73.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 228.46%
สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,622.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.73% และมีกำไรสุทธิ 68.20 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 5.98 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบริษัทฯ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขายและคำสั่งซื้อ
* **การขยายตลาดในอินเดีย:** การเริ่มดำเนินการผลิตในประเทศอินเดียเพื่อรองรับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น เป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ในตลาดที่มีศักยภาพ
* **การเติบโตของ Omni-channel:** การฟื้นตัวของตลาดในประเทศไทยและการจับจ่ายที่เพิ่มขึ้น เป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายผ่านช่องทาง Omni-channel
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดวัตถุดิบอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง ยูโร และดอลลาร์สหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้
* **การแข่งขันในตลาด:** แม้จะมีการฟื้นตัว แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องประดับยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค:** สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและคำสั่งซื้อในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดคำสั่งซื้อจากฐานการผลิตหลักในยุโรปและสหรัฐอเมริกาในไตรมาสถัดไป
* ผลการดำเนินงานและแผนการขยายตลาดในประเทศอินเดีย
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบจากราคาตลาด
* ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อกำไร
* การเติบโตของยอดขายผ่านช่องทาง Omni-channel ในประเทศไทย
* การบริหารจัดการสินค้าคงค้างและลูกหนี้การค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขายฐานการผลิต (77%):** เติบโต 67% YoY จากเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐฯ ฟื้นตัว ทำให้ยอดคำสั่งซื้อเป็นไปตามเป้า
* **ยอดขาย Omni-channel (23%):** เติบโต 48% YoY จากตลาดไทยฟื้นตัวหลัง COVID-19 และการจัดจำหน่ายในอินเดียเริ่มฟื้นตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับปรุงดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.76% เป็น 23.46% เนื่องจากอัตรากำไรในปีก่อนต่ำกว่าปกติ
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 45.24% ซึ่งน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้
* **ค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 5.58% สอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ลดลงจาก 27.84 ล้านบาท เป็น 15.03 ล้านบาท
* **กำไร (ขาดทุน) จากราคาตลาดวัตถุดิบ:** พลิกจากขาดทุน 11.73 ล้านบาท เป็นกำไร 14.42 ล้านบาท จากราคาตลาดวัตถุดิบลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,889.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.67% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือระหว่างผลิตเพื่อเตรียมส่งมอบ และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการส่งมอบสินค้า
หนี้สินรวมและส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,889.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.67% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบ
สำหรับงบกระแสเงินสดในช่วงหกเดือนแรกปี 2565 กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานสุทธิ 33.92 ล้านบาท ลดลงจาก 124.71 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการใช้เงินสดในสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น แต่มีเงินสดเพิ่มขึ้นจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนสุทธิใช้ไป 12.83 ล้านบาท จากการซื้อสินทรัพย์ถาวร และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินสุทธิใช้ไป 110.87 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและเงินปันผล
## สรุปท้าย
PDJ พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิ 73.03 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้จากการขายที่สูงถึง 61.75% ซึ่งขับเคลื่อนโดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดหลักและการขยายโอกาสในอินเดีย เป็นปัจจัยที่น่าจับตาว่าจะช่วยหนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PDJ ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
763.86
ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
กำไรขั้นต้น
222.91
ล้านบาท
↑ 171% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.18
%
กำไรสุทธิ
-60.51
ล้านบาท
↓ 187.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-7.92
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
764
↓ -8.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
223
↑ + 171%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-61
↓ -187.2%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PDJ
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
-16.22
ROA (%)
-7.61
Book Value/หุ้น
3.18
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PDJ
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-30
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PDJ
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.90
-138.79%
|
77.09
-77.79%
|
347.05
-414.58%
|
-110.32
-162.64%
|
176.13
+11.83%
|
157.50
+148.46%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.46
-102.16%
|
21.26
-2,144.23%
|
-1.04
-97.38%
|
-39.69
+158.06%
|
-15.38
-75.09%
|
-61.74
+538.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
70.12
-56.11%
|
159.78
-252.59%
|
-104.71
+651.69%
|
-13.93
-90.97%
|
-154.22
+0.78%
|
-153.02
-232.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
106.24
-65.87%
|
311.26
+42.48%
|
218.46
-310.44%
|
-103.81
+618.41%
|
-14.45
-86.14%
|
-104.26
-168.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
328.34
-24.85%
|
436.92
+80.04%
|
242.68
-39.00%
|
397.82
-10.30%
|
443.48
-19.04%
|
547.75
+38.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
201.61
-38.60%
|
328.34
-24.85%
|
436.92
+80.04%
|
242.68
-39.00%
|
397.82
-10.30%
|
443.48
-19.04%
|