บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
0.97
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8099 out_tok=2706 at=2026-07-25T23:35:07 -->
# PDJ พลิกกำไร Q3/2564 ทะยาน 52.83% รับอานิสงส์ฐานการผลิตฟื้นตัว
## รายได้โต 34.73% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 85.37 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PDJ รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 85.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 52.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 55.86 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 34.73% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PDJ ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในฐานการผลิต ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 84% ของยอดขายโดยรวม และเติบโตถึง 96% เมื่อเทียบกับปีก่อน** ควบคู่ไปกับการ **ลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 11.66%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด 52.83%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การฟื้นตัวของฐานการผลิต:** ยอดขายในฐานการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเกิดจากการที่ฐานลูกค้าหลักในต่างประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัวและสั่งสินค้าเข้ามามากขึ้น สะท้อนถึงการกลับมาดำเนินงานของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในตลาดหลัก
* **การบริหารต้นทุน:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจากการปิดสาขาชั่วคราวในฐานค้าปลีกทั้งในประเทศไทยและเวียดนามตามมาตรการควบคุมการระบาดของ COVID-19 รวมถึงการปรับลดค่าใช้จ่ายในฐานการจัดจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกา ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานโดยรวมลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การฟื้นตัวของฐานลูกค้าหลักในต่างประเทศและการกลับมาสั่งสินค้ามากขึ้น บ่งชี้ว่าปัจจัยนี้มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปได้ หากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกยังคงคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของฐานค้าปลีกยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้ในส่วนนี้ในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 พุ่ง 52.83%** แตะ 85.37 ล้านบาท จาก 55.86 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q3/2564 เติบโต 34.73%** อยู่ที่ 834.95 ล้านบาท จาก 619.73 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2564 ปรับตัวดีขึ้น** อยู่ที่ 27.32% จาก 26.20% ในปีก่อน และสูงกว่า 14.76% ในไตรมาส 2/2564
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 11.66%** จาก 156.52 ล้านบาท เหลือ 138.27 ล้านบาท
* **ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2564 พลิกขาดทุนเป็นกำไร** 79.40 ล้านบาท จากขาดทุน 97.43 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 PDJ มีรายได้จากการขายรวม 834.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.73% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในฐานการผลิตถึง 96% เนื่องจากฐานลูกค้าหลักในต่างประเทศเริ่มฟื้นตัวและสั่งสินค้ามากขึ้น ในขณะที่ยอดขายฐานการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 59% จากการฟื้นตัวของประเทศอินเดียหลังคลายมาตรการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตาม ยอดขายฐานการค้าปลีกปรับลดลง 58% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 และมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศไทยและเวียดนาม รวมถึงการยุติการดำเนินงานกับกิจการร่วมค้าที่อินโดนีเซีย
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 อยู่ที่ 228.15 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 27.32% ซึ่งดีขึ้นจาก 26.20% ในปีก่อน และสูงกว่า 14.76% ในไตรมาส 2/2564 เนื่องจากสินค้าคงค้างจากคำสั่งซื้อที่สูงกว่าปกติในไตรมาส 2 ได้ผลิตเสร็จและกลายเป็นรายได้ในไตรมาส 3
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 11.66% เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดที่ทำให้ต้องปิดสาขาชั่วคราวในฐานค้าปลีก และค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากฐานการจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 1,883.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.66% โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของยอดขายฐานการผลิต 42% ขณะที่ยอดขายฐานการจัดจำหน่ายลดลง 11% และฐานการค้าปลีกลดลง 34% จากผลกระทบ COVID-19 ภาพรวม 9 เดือน พลิกจากขาดทุน 97.43 ล้านบาท เป็นกำไร 79.40 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** การที่ฐานลูกค้าหลักในต่างประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัวและสั่งสินค้ามากขึ้น เป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตของยอดขายในฐานการผลิต ซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของรายได้
* **การบริหารต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการปรับลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับฐานค้าปลีกที่ได้รับผลกระทบ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การปรับแผนธุรกิจ:** การปรับลดฐานกิจการที่ไม่สร้างกำไรในฐานจัดจำหน่ายและการปรับลดค่าใช้จ่ายในฐานค้าปลีก เป็นการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของ COVID-19:** มาตรการล็อกดาวน์และการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้งในอนาคต ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการดำเนินงานของฐานค้าปลีกและอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ในบางตลาด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาส 3 จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรที่ยังไม่รับรู้ของบริษัทย่อยในต่างประเทศ
* **การยุติการดำเนินงาน:** การยุติการดำเนินงานกับกิจการร่วมค้าที่อินโดนีเซียส่งผลให้รายได้ลดลงในไตรมาส 3 ซึ่งต้องติดตามผลกระทบในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการสั่งซื้อสินค้าจากฐานลูกค้าหลักในต่างประเทศในไตรมาส 4/2564 และปี 2565
* ผลกระทบของมาตรการควบคุม COVID-19 ต่อการดำเนินงานของฐานค้าปลีกในประเทศไทยและเวียดนาม
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* การปรับตัวของอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป
* การฟื้นตัวของยอดขายในฐานการจัดจำหน่าย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **S<bos>S/Volume:** ยอดขายในฐานการผลิตซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของธุรกิจมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 96% บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของปริมาณคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักในต่างประเทศ
* **ราคาขาย:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาขายโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการขายที่สูงกว่าการเติบโตของปริมาณคำสั่งซื้อในฐานการผลิต อาจบ่งชี้ถึงการปรับราคาขายขึ้นเล็กน้อย หรือการมีส่วนผสมของสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ไม่ได้มีการระบุต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น สะท้อนว่าต้นทุนขายไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่ารายได้ หรืออาจมีการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดี
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** ไม่ได้มีการระบุค่าใช้จ่ายการตลาดแยกต่างหาก แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารโดยรวมลดลง 11.66% ซึ่งอาจรวมถึงค่าใช้จ่ายทางการตลาดบางส่วนที่ลดลงตามการปิดสาขา
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** ฐานการค้าปลีกซึ่งเป็นช่องทาง Modern Trade ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการล็อกดาวน์ ทำให้ยอดขายลดลง 58% ในไตรมาส 3 ในขณะที่ช่องทางออนไลน์ไม่ได้ถูกกล่าวถึงโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 4,150.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.71% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือระหว่างผลิตเพื่อเตรียมส่งมอบในไตรมาส 4
หนี้สินรวมและส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,150.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.71% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น จากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อเตรียมการผลิต
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 122.43 ล้านบาท ลดลงจาก 174.38 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีเงินสดใช้ไปในสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 215.44 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 98.11 ล้านบาท
กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนสุทธิอยู่ที่ 23.29 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายซื้อสินทรัพย์ถาวร
กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินสุทธิอยู่ที่ 63.42 ล้านบาท จากการจ่ายชำระคืนตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้แปลงสภาพ เงินกู้ยืม และจ่ายเงินปันผล แม้จะมีการรับเงินกู้ยืมระยะสั้นและจากการออกหุ้นสามัญ
## สรุปท้าย
PDJ พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 52.83% จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในฐานการผลิตและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าฐานการค้าปลีกจะยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 แต่การกลับมาสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าหลักในต่างประเทศเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การระบาดของโรคอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PDJ ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
763.86
ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
กำไรขั้นต้น
222.91
ล้านบาท
↑ 171% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.18
%
กำไรสุทธิ
-60.51
ล้านบาท
↓ 187.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-7.92
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
764
↓ -8.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
223
↑ + 171%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-61
↓ -187.2%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PDJ
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
-16.22
ROA (%)
-7.61
Book Value/หุ้น
3.18
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PDJ
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-30
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PDJ
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.90
-138.79%
|
77.09
-77.79%
|
347.05
-414.58%
|
-110.32
-162.64%
|
176.13
+11.83%
|
157.50
+148.46%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.46
-102.16%
|
21.26
-2,144.23%
|
-1.04
-97.38%
|
-39.69
+158.06%
|
-15.38
-75.09%
|
-61.74
+538.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
70.12
-56.11%
|
159.78
-252.59%
|
-104.71
+651.69%
|
-13.93
-90.97%
|
-154.22
+0.78%
|
-153.02
-232.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
106.24
-65.87%
|
311.26
+42.48%
|
218.46
-310.44%
|
-103.81
+618.41%
|
-14.45
-86.14%
|
-104.26
-168.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
328.34
-24.85%
|
436.92
+80.04%
|
242.68
-39.00%
|
397.82
-10.30%
|
443.48
-19.04%
|
547.75
+38.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
201.61
-38.60%
|
328.34
-24.85%
|
436.92
+80.04%
|
242.68
-39.00%
|
397.82
-10.30%
|
443.48
-19.04%
|