บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
3.00
+0.02 (+0.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8015 out_tok=2789 at=2026-07-25T23:07:25 -->
# PCC กำไรสุทธิปี 2565 พุ่ง 40% รับแรงหนุนรายได้โครงการก่อสร้าง-จำหน่ายอุปกรณ์
## รายได้รวมโต 33% สวนทางต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ GPM ภาพรวมลดลง
บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PCC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 4,859.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 283.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้างที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PCC ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้าง** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 42.5% หรือ 652.85 ล้านบาท ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอีก 27.3% หรือ 568.95 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 40% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวมจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้างมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ (1) การเพิ่มขึ้นของรายได้จากโครงการจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Hardware และ Software ระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ และสัญญาจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Feeder Device Interface (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร (2) การเพิ่มขึ้นของรายได้งานสถานีไฟฟ้า และ (3) การเพิ่มขึ้นของรายได้งานปรับปรุงคุณภาพเครื่องบดถ่านหินของโรงไฟฟ้า
ส่วนรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง, กลุ่มสินค้าปรับแรงดันและป้องกันกระแส/แรงดันเกินพิกัดสวิตช์ตัดตอนและอุปกรณ์ฉนวนในระบบจำหน่าย และกลุ่มโคมไฟแอลอีดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขายให้กับลูกค้าเอกชนที่เป็นผู้รับเหมาหลักของงานสถานีไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเล็กน้อยจาก 35.4% เป็น 34.2% เนื่องจากสัดส่วนรายได้หลักมาจากการขายกลุ่มสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าสินค้าประเภทปรับแรงดันฯ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการและโครงการก่อสร้างลดลงจาก 15.9% เป็น 11.9% เนื่องจากงานโครงการใหม่ที่รับรู้รายได้ในปี 2565 มีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการระบุถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากโครงการใหม่ๆ ในกลุ่ม Intelligent Grid และการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตของ PEM และ PMW รวมถึงการก่อสร้างโรงงานที่กัมพูชา ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายธุรกิจและรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่อัตรากำไรขั้นต้นของงานโครงการใหม่ลดลงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับปรุงอัตรากำไรให้ดีขึ้นได้หรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 33%** แตะ 4,859.99 ล้านบาทในปี 2565
* **กำไรสุทธิพุ่ง 40%** สู่ระดับ 283.79 ล้านบาท
* **รายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้างโตเด่น 42.5%** จากงานระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ, FDI และงานสถานีไฟฟ้า
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเล็กน้อย** จาก 35.4% เป็น 34.2%
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการและโครงการก่อสร้างลดลง** จาก 15.9% เป็น 11.9% เนื่องจากโครงการใหม่มีมาร์จิ้นต่ำลง
* **หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลง** จาก 1.56 เท่า เป็น 1.15 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานพลิกเป็นบวก** 213.42 ล้านบาท จากปีก่อนติดลบ 130.57 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 PCC มีรายได้รวม 4,859.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จาก 3,638.63 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีสัดส่วนรายได้จากการขาย 54.7% และรายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้าง 45.0% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ กำไรสุทธิอยู่ที่ 283.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จาก 202.68 ล้านบาทในปี 2564 อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเล็กน้อยจาก 35.4% เป็น 34.2% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการและโครงการก่อสร้างลดลงจาก 15.9% เป็น 11.9% ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็น 149.73 ล้านบาท (3.1% ของรายได้รวม) และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 609.62 ล้านบาท (12.5% ของรายได้รวม)
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ Intelligent Grid:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากโครงการติดตั้งอุปกรณ์ระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ (SCADA/TDMS) และอุปกรณ์ FDI บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายธุรกิจในระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ
* **การขยายกำลังการผลิต:** การลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตของ PEM และ PMW รวมถึงการก่อสร้างโรงงานที่กัมพูชา จะช่วยรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและขยายฐานลูกค้า
* **การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม:** การกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะงานสถานีไฟฟ้าและโครงการปรับปรุงคุณภาพโรงไฟฟ้า จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนโครงการใหม่ๆ ได้ดีขึ้น จะส่งผลบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าอัจฉริยะมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การพึ่งพิงการขายสินค้าที่ต้องใช้วัตถุดิบ อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา
* **การรับรู้รายได้โครงการใหม่ที่มีอัตรากำไรต่ำ:** การที่โครงการใหม่ๆ มีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยลดลง อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวมหากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (NSPC) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** ติดตามว่า GPM ของทั้งส่วนการขายและบริการจะสามารถปรับตัวดีขึ้นได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่:** การรับรู้รายได้และอัตรากำไรจากโครงการระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ, FDI และงานสถานีไฟฟ้า
* **การขยายกำลังการผลิตและการลงทุนในกัมพูชา:** ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการลงทุนใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและโครงการ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนเพื่อรักษาอัตรากำไร
* **คำสั่งซื้อใหม่ (Order Book):** การได้มาซึ่งคำสั่งซื้อใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม Intelligent Grid
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ รวมถึงการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากโครงการก่อสร้างและบริการ สะท้อนถึงการมีงานในมือที่เพียงพอ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ GPM ที่ลดลงในส่วนการขายอาจมีปัจจัยมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **GPM:** GPM จากการขายลดลงเล็กน้อย (35.4% -> 34.2%) และ GPM จากบริการ/ก่อสร้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (15.9% -> 11.9%)
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการลงทุนในกัมพูชา ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของการขยายตลาด
* **ค่าเงิน:** มีผลกระทบต่อส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (NSPC) จากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** มีการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังเพื่อเตรียมการผลิตสินค้าและงานโครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 22.6% เป็น 6,839.79 ล้านบาทในปี 2565 จาก 5,579.93 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า, รายการที่ยังไม่ได้เรียกชำระ, สินค้าคงคลัง และที่ดินอาคารและอุปกรณ์
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 8.0% เป็น 3,662.51 ล้านบาทในปี 2565 จาก 3,390.87 ล้านบาทในปี 2564 โดยหลักมาจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 3,177.28 ล้านบาทในปี 2565 จาก 2,189.06 ล้านบาทในปี 2564 จากการรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ลดลงจาก 1.56 เท่า เป็น 1.15 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** เพิ่มขึ้นจาก 1.07 เท่า เป็น 1.28 เท่า
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** พลิกเป็นบวก 213.42 ล้านบาทในปี 2565 จากติดลบ 130.57 ล้านบาทในปี 2564
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 279.30 ล้านบาทในปี 2565 ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** รับสุทธิ 709.77 ล้านบาทในปี 2565 จากการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน
## สรุปท้าย
PCC โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจให้บริการและโครงการก่อสร้างที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงเล็กน้อยจากโครงการใหม่ๆ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต รวมถึงการขยายธุรกิจในกลุ่ม Intelligent Grid และการลงทุนในต่างประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนโอกาสในการเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นและการบริหารจัดการต้นทุนโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินศักยภาพการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PCC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
996.44
ล้านบาท
↓ 20.1% YoY
กำไรขั้นต้น
297.62
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.87
%
กำไรสุทธิ
26.14
ล้านบาท
↓ 72.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.62
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
996
↓ -20.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
298
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -72.4%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
12.07
ROA (%)
9.27
Book Value/หุ้น
2.85
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-739
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+97
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-738.89
-254.05%
|
479.64
-54.52%
|
1,054.52
+72.00%
|
613.10
-569.56%
|
-130.57
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
97.11
+172.17%
|
35.68
-140.10%
|
-88.97
-68.15%
|
-279.30
+18.13%
|
-236.44
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
732.76
+561.10%
|
110.84
-160.11%
|
-184.39
-839.63%
|
24.93
+35.64%
|
18.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
94.03
-87.42%
|
747.32
-42.98%
|
1,310.68
+67.77%
|
781.24
-324.47%
|
-348.03
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
329.54
-56.06%
|
749.97
-15.56%
|
888.13
+261.56%
|
245.64
-58.62%
|
593.68
+45.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|