บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
3.00
+0.02 (+0.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6588 out_tok=2859 at=2026-07-25T23:37:58 -->
# PCC กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 65 พุ่ง 90% รับรายได้โครงการก่อสร้าง-บริการโต
## รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 65 ทะยาน 3,257 ล้านบาท โต 32% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่ง 90% รับแรงหนุนจากงานสถานีไฟฟ้าและระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ
บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PCC รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีรายได้รวม 3,257.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการขายสินค้าสวิตช์เกียร์ให้กับลูกค้าเอกชนเพิ่มขึ้น และจากงานโครงการจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ (SCADA/TDMS) และสัญญาจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Feeder Device Interface (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 203.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% จากปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — รายได้โครงการก่อสร้าง-บริการโต หนุน GPM บริการพุ่ง
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PCC ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ **รายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้าง** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 48.4% คิดเป็น 485.77 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากงานโครงการจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ (SCADA/TDMS) และงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งโครงการเหล่านี้มีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่สูงกว่า
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้ในส่วนนี้เกิดจาก (1) การเพิ่มขึ้นของรายได้โครงการจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Hardware และ Software ระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ และสัญญาจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Feeder Device Interface (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร และ (2) การเพิ่มขึ้นของรายได้งานสถานีไฟฟ้า ซึ่งโครงการเหล่านี้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการและโครงการก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 13.49% ในปีก่อน เป็น 16.19% ในปีนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้ากลุ่มสวิตช์เกียร์จะเพิ่มขึ้น แต่ GPM จากส่วนนี้ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายซึ่งมี GPM ต่ำกว่า
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยพิจารณาจากมูลค่าโครงการที่ยังไม่ส่งมอบ (Backlog) ณ สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 ซึ่ง PSP มีโครงการที่ยังไม่ส่งมอบจำนวน 1,716 ล้านบาท และ PEM มีโครงการที่ยังไม่ส่งมอบจำนวน 89 ล้านบาท นอกจากนี้ PSP ยังมีสัญญา Smart Meter กับ กฟภ. มูลค่า 117 ล้านบาท และสัญญาขายอุปกรณ์อีก 419 ล้านบาท รวมถึง PEM มีสัญญาขายสินค้ามูลค่า 719 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต บ่งชี้ถึงแนวโน้มรายได้ที่แข็งแกร่งในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565:** 3,257.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% YoY
* **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 9 เดือนแรกปี 2565:** 203.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% YoY
* **รายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้าง:** เพิ่มขึ้น 48.4% YoY เป็น 1,490.04 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) บริการ:** เพิ่มขึ้นจาก 13.49% เป็น 16.19%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขาย:** ลดลงจาก 37.33% เป็น 31.78%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 4.5% YoY เป็น 396.87 ล้านบาท คิดเป็น 12.2% ของรายได้รวม
* **Backlog ณ สิ้น ก.ย. 65:** รวม 1,805 ล้านบาท (PSP 1,716 ล้านบาท, PEM 89 ล้านบาท)
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 PCC มีรายได้รวม 3,257.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 789.43 ล้านบาท หรือ 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 20.3% เป็น 1,748.20 ล้านบาท จากการขายสินค้าตู้สวิตช์เกียร์ให้ลูกค้าเอกชน ส่วนรายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้นถึง 48.4% เป็น 1,490.04 ล้านบาท จากงานโครงการสถานีไฟฟ้าและระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ
ในด้านต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเล็กน้อยจาก 37.33% เป็น 31.78% เนื่องจากสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายที่มี GPM ต่ำกว่า ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการและโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้นจาก 13.49% เป็น 16.19% จากงานสถานีไฟฟ้าที่มี GPM สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.75% เป็น 82.17 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อรายได้รวมลดลงจาก 3.3% เป็น 2.5% ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 4.5% เป็น 396.87 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 12.2% ของรายได้รวม จากการปรับโครงสร้างองค์กรและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้นจาก 14.06 ล้านบาท เป็น 19.33 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (NSPC) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 2.18 ล้านบาท เป็น 24.90 ล้านบาท จากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้า (สงขลาไบโอแมส, CI) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 25.54 ล้านบาท
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 46.60 ล้านบาท เป็น 49.66 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 203.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% จาก 112.46 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของงานโครงการ:** Backlog ที่มีอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะจาก PSP และ PEM บ่งชี้ถึงโอกาสในการรับรู้รายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายตลาด:** การได้รับสัญญา Smart Meter กับ กฟภ. และสัญญาขายอุปกรณ์ แสดงถึงโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขาย
* **การบริหารต้นทุน:** การปรับโครงสร้างองค์กรและการ Lean Process ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถในการทำกำไร
* **การเพิ่ม GPM บริการ:** การได้รับงานโครงการสถานีไฟฟ้าที่มี GPM สูงขึ้น เป็นโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไรโดยรวมของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายอื่นและส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การพึ่งพิงลูกค้าหลัก:** การพึ่งพิงรายได้จากลูกค้าเอกชนในงานสถานีไฟฟ้าและโครงการจัดหาอุปกรณ์ อาจเป็นความเสี่ยงหากลูกค้ากลุ่มนี้มีการชะลอการลงทุน
* **การบริหารสินค้าคงคลัง:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือเพื่อเตรียมการผลิตและงานโครงการ อาจมีความเสี่ยงหากการส่งมอบล่าช้าหรือไม่เป็นไปตามแผน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ความคืบหน้าและมูลค่ารายได้ที่จะรับรู้จากโครงการที่ยังไม่ส่งมอบ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** แนวโน้ม GPM ของทั้งส่วนการขายและบริการ โดยเฉพาะการรักษา GPM ในส่วนบริการที่สูงขึ้น
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท
* **การบริหารค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
* **การประมูลงานใหม่:** โอกาสในการได้รับงานโครงการใหม่ๆ เพื่อเสริม Backlog ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและการให้บริการ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง บ่งชี้ถึงการดำเนินงานที่ค่อนข้างเต็มที่
* **Order Book:** มีมูลค่ารวม 1,805 ล้านบาท ณ สิ้น ก.ย. 65 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ GPM ที่ลดลงในส่วนการขายอาจมีปัจจัยนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง
* **GPM:** GPM ขายลดลงเล็กน้อย (37.33% → 31.78%) ขณะที่ GPM บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (13.49% → 16.19%)
* **ส่งออก:** ไม่ได้มีการระบุสัดส่วนรายได้จากการส่งออก
* **ค่าเงิน:** มีผลกระทบเชิงลบจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมการผลิตและงานโครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น ก.ย. 65 เท่ากับ 6,790.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า, รายการที่ยังไม่ได้เรียกชำระ และสินค้าคงคลัง
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้น ก.ย. 65 เท่ากับ 4,885.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้นสถาบันการเงิน และเจ้าหนี้การค้า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้น ก.ย. 65 เท่ากับ 1,905.41 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 เนื่องจากกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรลดลง
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** เพิ่มขึ้นจาก 1.61 เท่า เป็น 2.56 เท่า บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของการก่อหนี้
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** ลดลงจาก 1.05 เท่า เป็น 0.92 เท่า บ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่ลดลงเล็กน้อย
* **กระแสเงินสด:** ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดในเอกสาร
## สรุปท้าย
PCC โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การขยายตัวของรายได้จากงานโครงการก่อสร้างและบริการที่มาพร้อมอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนและ GPM ที่ลดลงในส่วนการขาย แต่ Backlog ที่แข็งแกร่งและโอกาสในการรับงานใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและแนวโน้ม GPM อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PCC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
996.44
ล้านบาท
↓ 20.1% YoY
กำไรขั้นต้น
297.62
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.87
%
กำไรสุทธิ
26.14
ล้านบาท
↓ 72.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.62
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
996
↓ -20.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
298
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -72.4%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
12.07
ROA (%)
9.27
Book Value/หุ้น
2.85
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-739
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+97
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-738.89
-254.05%
|
479.64
-54.52%
|
1,054.52
+72.00%
|
613.10
-569.56%
|
-130.57
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
97.11
+172.17%
|
35.68
-140.10%
|
-88.97
-68.15%
|
-279.30
+18.13%
|
-236.44
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
732.76
+561.10%
|
110.84
-160.11%
|
-184.39
-839.63%
|
24.93
+35.64%
|
18.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
94.03
-87.42%
|
747.32
-42.98%
|
1,310.68
+67.77%
|
781.24
-324.47%
|
-348.03
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
329.54
-56.06%
|
749.97
-15.56%
|
888.13
+261.56%
|
245.64
-58.62%
|
593.68
+45.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|