บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
3.00
+0.02 (+0.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7741 out_tok=3056 at=2026-07-25T23:16:58 -->
# PCC กำไรสุทธิปี 2564 หดตัว 17.4% เหตุรายได้รวมชะลอตัว-ต้นทุนบริการสูงขึ้น
## รายได้รวมปี 2564 ชะลอตัว 10.3% จากผลกระทบ COVID-19 ขณะที่ต้นทุนโครงการก่อสร้างเพิ่มกดดันอัตรากำไร
บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PCC รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 3,638.63 ล้านบาท ลดลง 10.3% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 228.32 ล้านบาท ลดลง 17.4% โดยปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของงานประมูลภาครัฐ และต้นทุนโครงการก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PCC ในปี 2564 ปรับตัวลดลง 17.4% มาอยู่ที่ 228.32 ล้านบาท มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **รายได้รวมที่ชะลอตัวลง 10.3%** และ **อัตรากำไรขั้นต้นของรายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้างที่ลดลง**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้รวมชะลอตัว:** สาเหตุหลักมาจากการลดลงของงานประมูลภาครัฐ เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ภาครัฐเลื่อนโครงการ การเซ็นสัญญา และการตรวจรับงานออกไป แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามเพิ่มยอดขายจากลูกค้าภาคเอกชนเพื่อชดเชย แต่ก็ไม่สามารถทดแทนส่วนที่หายไปได้ทั้งหมด นอกจากนี้ รายได้จากการขายของกลุ่ม PEM ที่ลดลงจากผลิตภัณฑ์กลุ่มสวิตช์ตัดตอนต่างๆ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบ
* **อัตรากำไรขั้นต้นของบริการและโครงการก่อสร้างลดลง:** แม้ว่ารายได้จากส่วนงานนี้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลง เนื่องจากมีการรับรู้รายได้สำหรับงานบริการก่อสร้างโครงการสถานีโรงไฟฟ้าย่อย ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่างานก่อสร้างสายส่งไฟฟ้า และโครงการนำสายไฟฟ้าลงดิน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากเอกสารที่ระบุว่า การชะลอตัวของงานภาครัฐเกิดจากสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจคลี่คลายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมระบบไฟฟ้าอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว ส่วนการปรับโครงสร้างพนักงานและการลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในอนาคต แต่ต้องติดตามแนวโน้มรายได้และอัตรากำไรของโครงการใหม่ๆ อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564:** 3,638.63 ล้านบาท ลดลง 10.3% จาก 4,054.89 ล้านบาทในปี 2563
* **กำไรสุทธิปี 2564:** 228.32 ล้านบาท ลดลง 17.4% จาก 279.96 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายลดลง:** 2,087.33 ล้านบาท (57.4% ของรายได้รวม) ลดลงจาก 2,553.75 ล้านบาท (63.0%) โดยหลักจากกลุ่ม PEM
* **รายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้น:** 1,536.00 ล้านบาท (42.2% ของรายได้รวม) เพิ่มขึ้นจาก 1,493.19 ล้านบาท (36.8%) จากงานสถานีโรงไฟฟ้าย่อยและระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย:** ลดลงเล็กน้อยจาก 36.32% เป็น 35.35%
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการและโครงการก่อสร้าง:** ลดลงจาก 17.70% เป็น 15.17%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง:** 105.22 ล้านบาท จาก 134.20 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง:** 549.66 ล้านบาท จาก 665.76 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** 61.72 ล้านบาท จาก 75.06 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 PCC มีรายได้รวม 3,638.63 ล้านบาท ลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 2,087.33 ล้านบาท ลดลง 18.2% ขณะที่รายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 2.9% เป็น 1,536.00 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากการขายลดลงจาก 63.0% เป็น 57.4% และรายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้นจาก 36.8% เป็น 42.2%
ต้นทุนขายลดลง 17.0% สอดคล้องกับรายได้จากการขาย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเล็กน้อยจาก 36.32% เป็น 35.35% ในขณะที่ต้นทุนจากการให้บริการและโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 6.0% ทำให้ต้นทุนสูงกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการและโครงการก่อสร้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 17.70% เป็น 15.17%
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง 21.6% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 17.4% ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างพนักงานและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินลดลง 17.8% จากการชำระคืนเงินต้นและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
โดยรวมแล้ว กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 228.32 ล้านบาท ลดลง 17.4% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบจากรายได้รวมที่ลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นของงานบริการและโครงการก่อสร้างที่หดตัว
## โอกาส
* **การเพิ่มยอดขายกลุ่มลูกค้าภาคเอกชน:** เป็นกลยุทธ์ที่บริษัทฯ นำมาใช้เพื่อลดการพึ่งพิงลูกค้าภาครัฐ และรักษาความสามารถในการสร้างรายได้
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้งานบริการก่อสร้างโครงการสถานีโรงไฟฟ้าย่อย และโครงการงานระบบควบคุมสำหรับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงในส่วนอื่น
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายของกลุ่มสินค้ำตู้สวิตซ์เกียร์ และสวิตช์บอร์ด:** เป็นส่วนที่ช่วยชดเชยรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์กลุ่มสวิตช์ตัดตอนต่างๆ ที่ลดลง
* **การลงทุนในการเพิ่มกำลังการผลิตของ PEM และ PMW:** เป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของงานประมูลภาครัฐ:** จากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังไม่สิ้นสุด อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในอนาคต
* **การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมระบบไฟฟ้า:** อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาว
* **การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้สำหรับงานบริการก่อสร้างโครงการสถานีโรงไฟฟ้าย่อย:** ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่างานประเภทอื่น
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าในปี 2564 จะมีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนน้อย แต่ก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการกลับมาของงานประมูลภาครัฐ:** และความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ ในการได้รับงานใหม่
* **การเติบโตของรายได้จากลูกค้าภาคเอกชน:** และสัดส่วนที่จะเข้ามาทดแทนรายได้จากภาครัฐ
* **การบริหารจัดการต้นทุนโครงการก่อสร้าง:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ:** และการตอบรับของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มตู้สวิตซ์เกียร์และสวิตช์บอร์ด
* **การลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต:** และผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าว
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการขายของกลุ่ม PEM ที่เกิดจากการลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์กลุ่มสวิตช์ตัดตอนต่างๆ อาจบ่งชี้ถึง Utilization ที่ลดลงในส่วนนี้
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การชะลอตัวของงานประมูลภาครัฐส่งผลกระทบต่อการรับงานใหม่
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ต้นทุนขายที่ลดลงสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเล็กน้อยจาก 36.32% เป็น 35.35% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการและโครงการก่อสร้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 17.70% เป็น 15.17%
* **ส่งออก:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลการส่งออกโดยเฉพาะ
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึง "ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน" เป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายอื่น แต่ไม่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการโดยรวม
* **สินค้าคงคลัง:** มีการกล่าวถึง "การเพิ่มขึ้นของสินค้ำคงเหลือจากการสั่งวัตถุดิบเพื่อเตรียมการผลิตและสินค้ำที่อยู่ระหว่างการผลิต" ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 5,579.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ, ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น, และสินค้าคงเหลือ รวมถึงที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 3,390.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 2,189.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** ไม่ได้คำนวณโดยตรงในเอกสาร แต่จากตัวเลขหนี้สินรวมและส่วนของผู้ถือหุ้น สามารถประเมินได้ว่ามีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** ปี 2564 ติดลบ 130.57 ล้านบาท เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน เช่น การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระและสินค้าคงเหลือ
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ปี 2564 ใช้ไป 236.44 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ปี 2564 เป็นบวก 18.38 ล้านบาท จากการเบิกเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว แม้จะมีการคืนเงินกู้ยืมระยะยาวบางส่วน
## สรุปท้าย
PCC เผชิญกับความท้าทายในปี 2564 จากการชะลอตัวของรายได้รวมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 และการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของงานบริการและโครงการก่อสร้างปรับตัวลดลง แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและเพิ่มยอดขายจากลูกค้าภาคเอกชน แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและการปรับโครงสร้างองค์กรเป็นสัญญาณบวกที่อาจส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของงานภาครัฐและทิศทางอัตรากำไรของโครงการใหม่ๆ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PCC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
996.44
ล้านบาท
↓ 20.1% YoY
กำไรขั้นต้น
297.62
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.87
%
กำไรสุทธิ
26.14
ล้านบาท
↓ 72.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.62
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
996
↓ -20.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
298
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -72.4%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
12.07
ROA (%)
9.27
Book Value/หุ้น
2.85
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-739
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+97
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-738.89
-254.05%
|
479.64
-54.52%
|
1,054.52
+72.00%
|
613.10
-569.56%
|
-130.57
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
97.11
+172.17%
|
35.68
-140.10%
|
-88.97
-68.15%
|
-279.30
+18.13%
|
-236.44
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
732.76
+561.10%
|
110.84
-160.11%
|
-184.39
-839.63%
|
24.93
+35.64%
|
18.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
94.03
-87.42%
|
747.32
-42.98%
|
1,310.68
+67.77%
|
781.24
-324.47%
|
-348.03
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
329.54
-56.06%
|
749.97
-15.56%
|
888.13
+261.56%
|
245.64
-58.62%
|
593.68
+45.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|