บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
3.00
+0.02 (+0.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8538 out_tok=3352 at=2026-07-25T09:21:05 -->
# PCC กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 66 โต 30% รับแรงหนุนรายได้โครงการก่อสร้าง
## รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 66 พุ่ง 513.67 ล้านบาท รับอานิสงส์งานโครงการภาครัฐ-เอกชน ขณะที่ GPM ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PCC รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้รวม 2,240.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 513.67 ล้านบาท หรือ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 167.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.43 ล้านบาท หรือ 25% จาก 134.36 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ในกลุ่มงานโครงการก่อสร้างและบริการ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PCC ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้าง** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 63.4% หรือ 384.24 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยนี้ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวมจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในกลุ่มงานบริการและโครงการก่อสร้างมาจากหลายปัจจัยหลัก ได้แก่:
* **งานโครงการจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Hardware และ Software ระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ (SCADA/TDMS) และสัญญาจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Feeder Device Interface (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร:** การรับรู้รายได้จากโครงการเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **งานก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง:** บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากโครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง
* **งานปรับปรุงคุณภาพเครื่องบดถ่านหินของโรงไฟฟ้า:** มีการรับรู้รายได้จากงานปรับปรุงคุณภาพเครื่องบดถ่านหินของโรงไฟฟ้า
* **การขายกลุ่มสินค้าหม้อแปลงเครื่องมือวัดแรงดันและกระแส, กลุ่มสินค้าปรับแรงดันและป้องกันกระแสและแรงดันเกินพิกัด, สวิตช์ตัดตอน และอุปกรณ์ฉนวนในระบบจำหน่าย รวมถึงกลุ่มโคมไฟแอลอีดี:** รายได้จากการขายสินค้ากลุ่มนี้ให้กับลูกค้าภาครัฐและเอกชนที่เป็นผู้รับเหมาหลักของงานสถานีไฟฟ้าก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเล็กน้อยจาก 33.1% เป็น 32.0% เนื่องจากรายได้หลักมาจากการขายกลุ่มสินค้าตู้สวิตช์บอร์ดและสวิตช์เกียร์ ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นแตกต่างจากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการและโครงการก่อสร้างลดลงจาก 20.6% เป็น 17.9% สาเหตุหลักมาจากปีก่อนมีงานโครงการของเอกชนและงานสถานีไฟฟ้าบางโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าปีปัจจุบัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดี แต่การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นในทั้งสองกลุ่มธุรกิจเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ฝ่ายจัดการระบุว่าการลดลงของ GPM ในกลุ่มโครงการมาจากปีก่อนมีงานที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า หากโครงการใหม่ๆ ที่เข้ามามีอัตรากำไรใกล้เคียงกับปีปัจจุบัน หรือต่ำกว่า อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ มีงานในมือจากโครงการภาครัฐและเอกชนที่หลากหลาย รวมถึงการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้ากลุ่มอุปกรณ์ระบบจำหน่ายและโคมไฟแอลอีดี เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยชดเชยได้ ต้องติดตาม backlog และอัตรากำไรของโครงการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 30%** แตะ 2,240.65 ล้านบาท จาก 1,726.98 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 25%** แตะ 167.79 ล้านบาท จาก 134.36 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้างเติบโตโดดเด่น 63.4%** เป็น 990.67 ล้านบาท จาก 606.43 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง** จาก 33.1% เป็น 32.0%
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการและโครงการก่อสร้างลดลง** จาก 20.6% เป็น 17.9%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 36.8%** เป็น 71.91 ล้านบาท จาก 52.56 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 17.9%** เป็น 305.03 ล้านบาท จาก 258.65 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในร่วมค้าเพิ่มขึ้น 10.1%** เป็น 17.12 ล้านบาท จาก 15.55 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง** จาก 1.6 เท่า เป็น 1.1 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PCC มีรายได้รวม 2,240.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายกลุ่มสินค้าหม้อแปลง, สวิตช์ตัดตอน, อุปกรณ์ฉนวน และโคมไฟแอลอีดี รวมถึงรายได้จากงานโครงการจัดหาพร้อมติดตั้งระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ, งานก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และงานปรับปรุงคุณภาพเครื่องบดถ่านหินของโรงไฟฟ้า
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายจากการให้บริการและโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเล็กน้อยจาก 33.1% เป็น 32.0% และอัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการและโครงการก่อสร้างลดลงจาก 20.6% เป็น 17.9% เนื่องจากปีก่อนมีงานโครงการที่มีอัตรากำไรสูงกว่า
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 36.8% เป็น 71.91 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งสินค้าและเงินเดือนพนักงาน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 17.9% เป็น 305.03 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนพนักงานเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 10.1% เป็น 17.12 ล้านบาท จากผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัท สงขลาไบโอแมส จำกัด ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 167.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จาก 134.36 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของงานโครงการภาครัฐและเอกชน:** การที่บริษัทฯ สามารถรับงานโครงการจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ, งานก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และงานปรับปรุงคุณภาพเครื่องบดถ่านหินของโรงไฟฟ้า สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและโอกาสในการรับงานเพิ่มเติมในอนาคต
* **การขยายตลาดสินค้าอุปกรณ์ระบบจำหน่ายและโคมไฟแอลอีดี:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้ากลุ่มนี้ให้กับลูกค้าภาครัฐและเอกชน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของตลาดสินค้าเหล่านี้
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัท สงขลาไบโอแมส จำกัด บ่งชี้ถึงโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทร่วม
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคาและอัตรากำไร:** การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มงานโครงการก่อสร้างและบริการ อาจเป็นสัญญาณของการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น หรือการรับงานที่มีมาร์จิ้นต่ำลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย โดยเฉพาะค่าขนส่งสินค้า อาจเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนและอัตรากำไร
* **การพึ่งพิงลูกค้าภาครัฐ:** แม้ว่าการขายให้กับลูกค้าภาครัฐจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ แต่การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อในอนาคตได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ติดตามว่า GPM ในกลุ่มงานโครงการและงานขายจะสามารถฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจได้หรือไม่
* **Backlog ของโครงการใหม่:** ประเมินมูลค่าและอัตรากำไรของโครงการใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนงานที่ทยอยส่งมอบ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาการบริหารจัดการต้นทุนขาย, ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย, และค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อควบคุมผลกระทบต่อกำไร
* **การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้า:** ประเมินศักยภาพการเติบโตของรายได้จากกลุ่มสินค้าหม้อแปลง, สวิตช์ตัดตอน, อุปกรณ์ฉนวน และโคมไฟแอลอีดี
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท สงขลาไบโอแมส จำกัด และบริษัท โคเอลเม่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ว่าจะสามารถสร้างส่วนแบ่งกำไรได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของ **รายได้จากการขาย** ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 55.2% ของรายได้รวมในช่วง 6 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 11.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขายกลุ่มสินค้าหม้อแปลงเครื่องมือวัดแรงดันและกระแส, กลุ่มสินค้าปรับแรงดันและป้องกันกระแสและแรงดันเกินพิกัด, สวิตช์ตัดตอน และอุปกรณ์ฉนวนในระบบจำหน่าย รวมถึงกลุ่มโคมไฟแอลอีดี ที่เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าให้กลุ่มลูกค้าภาครัฐและเอกชนที่เป็นผู้รับเหมาหลักของงานสถานีไฟฟ้า
ส่วน **รายได้จากการให้บริการและโครงการก่อสร้าง** ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 44.2% ของรายได้รวม เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 63.4% โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้โครงการจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Hardware และ Software ระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ (SCADA/TDMS) และสัญญาจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Feeder Device Interface (FDI) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร รวมถึงรายได้จากงานก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และงานปรับปรุงคุณภาพเครื่องบดถ่านหินของโรงไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ทั้งสองส่วนปรับตัวลดลง โดย GPM จากการขายลดลงจาก 33.1% เป็น 32.0% และ GPM จากงานบริการและโครงการก่อสร้างลดลงจาก 20.6% เป็น 17.9% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามาจากปีก่อนมีงานโครงการที่มีอัตรากำไรสูงกว่าปีปัจจุบัน
**ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย** เพิ่มขึ้น 36.8% เป็น 71.91 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งสินค้า และการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนสวัสดิการพนักงาน ขณะที่ **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** เพิ่มขึ้น 17.9% เป็น 305.03 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนสวัสดิการพนักงานเช่นกัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,543.71 ล้านบาท ลดลง 4.3% จากสิ้นปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เนื่องจากการจ่ายชำระเจ้าหนี้การค้าและคืนเงินประกันผลงาน รวมถึงการจ่ายเงินปันผล และการลดลงของลูกหนี้การค้าจากการรับชำระเงิน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,377.26 ล้านบาท ลดลง 7.8% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้า, เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า และเจ้าหนี้เงินประกันผลงาน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,166.45 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2565
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญมีการเปลี่ยนแปลง โดยอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ลดลงเล็กน้อยจาก 12.4% เป็น 12.1% แต่อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) เพิ่มขึ้นจาก 7.2% เป็น 7.6% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.6 เท่า เป็น 1.1 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจาก 1.0 เท่า เป็น 1.2 เท่า
## สรุปท้าย
PCC โชว์ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2566 เติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 30% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 25% เป็นผลจากแรงหนุนสำคัญของรายได้ในกลุ่มงานโครงการก่อสร้างและบริการที่เติบโตถึง 63.4% อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดลง รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการรับงานโครงการใหม่ที่มีอัตรากำไรที่น่าพอใจ เพื่อประเมินศักยภาพการทำกำไรในระยะยาว ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทฯ ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PCC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
996.44
ล้านบาท
↓ 20.1% YoY
กำไรขั้นต้น
297.62
ล้านบาท
↓ 11.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.87
%
กำไรสุทธิ
26.14
ล้านบาท
↓ 72.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.62
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
996
↓ -20.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
298
↓ -11.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -72.4%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PCC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
12.07
ROA (%)
9.27
Book Value/หุ้น
2.85
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PCC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-739
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+97
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PCC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-738.89
-254.05%
|
479.64
-54.52%
|
1,054.52
+72.00%
|
613.10
-569.56%
|
-130.57
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
97.11
+172.17%
|
35.68
-140.10%
|
-88.97
-68.15%
|
-279.30
+18.13%
|
-236.44
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
732.76
+561.10%
|
110.84
-160.11%
|
-184.39
-839.63%
|
24.93
+35.64%
|
18.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
94.03
-87.42%
|
747.32
-42.98%
|
1,310.68
+67.77%
|
781.24
-324.47%
|
-348.03
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
329.54
-56.06%
|
749.97
-15.56%
|
888.13
+261.56%
|
245.64
-58.62%
|
593.68
+45.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|