ถอดรหัส Oppday OKJ: เจาะลึกผลประกอบการ Q2/2568 และทิศทางอนาคต!
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
ผลประกอบการไตรมาส 2 ของ OKJ ได้รับผลกระทบเชิงลบ โดยกำไรสุทธิลดลงจากไตรมาสก่อนและช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว อยู่ที่ประมาณ 24 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องมาจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์แผ่นดินไหว สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และกำลังซื้อที่ลดลง
แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะถูกควบคุมได้ดี โดยไม่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันหรือไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่เป็นค่าแรงพนักงาน Back Office และค่าซอฟต์แวร์ไลเซนส์ ค่าใช้จ่ายในการขายกลับเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เปอร์เซ็นต์ของกำไรสุทธิลดลงเหลือเพียง 3% เนื่องจากมีสัดส่วนหลักคือค่าเช่าสาขา ค่าสาธารณูปโภค และค่าแรงพนักงานบริการหน้าบ้าน ซึ่งคิดเป็นราว 34% ของยอดขาย
มูลค่าที่เป็นเงินบาทของค่าใช้จ่ายในการขายอยู่ที่ 232 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 เพียง 15 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ของปีที่แล้วราว 80-90 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการขยายสาขา
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
บริษัทกำลังมองหาโอกาสในการเติบโตผ่านการปรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์และการตลาด โดยเฉพาะการออกแคมเปญใหม่ ๆ ซึ่งพบว่ามี Traffic เพิ่มขึ้นและปรับตัวดีขึ้นในเดือนกรกฎาคม และมีแคมเปญวันแม่ในเดือนสิงหาคมที่อยู่ในทิศทางที่ดี บริษัทเชื่อว่าไตรมาส 3 จะมี Same Store Sales Growth ที่ติดลบลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
สำหรับแบรนด์โอ้กะจู๋ บริษัทมีหลาย Business Model ไม่ว่าจะเป็น Dine-in, Delivery, Grab & Go, Ready to Eat, Supermarket B2B และมีสินค้าอีกหลายอย่างที่เตรียมความพร้อม นอกจากนี้ บริษัทยังมองเห็นดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นของ Organic และ Healthy Product ซึ่งสอดคล้องกับ Mega Trend ที่ผู้คนให้ความสนใจกับสุขภาพอย่างยั่งยืน
โอ้กะจู๋ยังมีกลยุทธ์ที่จะปรับตัวตามสถานการณ์ โดยเน้น Product, Promotion และ Loyalty Strategy เพื่อตอบโจทย์ทั้ง Mass และ Premium Mass
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
บริษัทกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อที่ลดลง และการแข่งขันที่สูงในทำเลที่ตั้งของสาขา โดยเฉพาะในเขตเมือง
นอกจากนี้ Same Store Sales Growth ยังติดลบ 22% ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากร้านนั่งทาน, Model Delivery และสินค้า Ready to Eat ที่จำหน่ายในช่องทางหลักคือ Amazon และ Supermarket
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ และพยายามควบคุมและตัดลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่กระทบกับประสิทธิภาพการทำงาน นอกจากนี้ ยังมีการยื่นเอกสารขอความช่วยเหลือจาก Landlord เพื่อต่อรองลดราคา หรือขอ Support ในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมโปรโมชั่น
บริษัทได้มีการจัดการ Roster ของพนักงานให้สัมพันธ์กับยอดขายและ Traffic ของแต่ละสาขา แต่ยังคงพิจารณาคุณภาพในการให้บริการด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังพยายามปรับปรุงต้นทุนให้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องของการต่อรองต้นทุนวัตถุดิบ, Volume Discount, การหาสินค้าทดแทน และการหาซัพพลายเออร์สำรอง รวมถึงการนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรมาใช้เพื่อเพิ่ม Efficiency
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
บริษัทคาดหวังว่ากำไรสุทธิในไตรมาสถัดไปหรือของปีนี้จะ Improve ขึ้น โดยมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มเติม โดยมีโอ้กะจู๋ 2 แห่ง, โอ้จูส 2 แห่ง และโจวิง 4 แห่ง
บริษัทมีแผนที่จะเปิดครัวกลางแห่งใหม่ ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ที่นวนคร มีพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร และคาดว่าจะส่งมอบได้ในช่วงปลายปี 2568 นี้ โดยจะมีการลงทุนเพื่อรองรับ Long-Term Investment ตามวัตถุประสงค์ของการ IPO เมื่อปีที่แล้ว
โรงงานแห่งใหม่นี้จะช่วยรองรับการเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ, สนับสนุนการพัฒนาสินค้าและเมนูใหม่ ๆ, และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต โดยใช้เครื่องจักรเข้ามาทุ่นแรงและปรับเปลี่ยน Method ในการทำงาน
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session):
[เริ่ม Q&A ที่ นาทีที่ 45:16]
- Q: Same Store Sale เดิม กับ ตรา กะสู และCEO ติดลบน้อยกว่า Quarter 2 ไหม ช่วยสรุปดาวน์ไลน์ให้หน่อย
A: ทางเราได้แจ้งไปแล้วว่า อย่างเดือน 7 ก็คืออย่างที่เรียนว่าปรับตัวดีขึ้น เดือน 8 ก็มีแคมเปญวันแม่ ก็คิดว่ามันเป็นเป็นในแนวทิศทางที่ดีขึ้น แต่ อย่างไรก็ตามไตรมาส 3 เองมันยังไม่สิ้นสุด เดี๋ยวเราขอมาอัพเดทอีกครั้ง
- Q: การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ถาวร 174 ล้านบาท ใน 6 เดือนที่ผ่านมา มาจากการเปิดสาขาใหม่ 4 สาขา แบ่งเป็นโอ้จู๊ส 3 สาขา โอ้กะจู๋ 4 สาขา แผนการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้อยู่ที่ประมาณเท่าไร
A: ก็อย่างที่เรียนมาแล้ว 6 เดือนแรก เราเปิด OBJ ไป 2 แห่ง โอ้จู๊ส 9 แห่ง, โจวิง 1 แห่ง ในไตรมาสสอง ตรงนี้เองก็จะมีการเรื่องของตัวกลาง ที่คุณต้องเรียนไปแล้วก็เรื่องของ Technology Farm รวมทั้ง Software ใหม่ๆที่เราพยายามเอามาช้วย ในเรื่องของการทำแคมเปญเกี่ยวกับ Customer นะคะ ตรงนี้เอง โดยรวมก็จะอยู่ที่ราวๆ 174 ล้าน
- Q: บริษัทคาดว่าจะทำกำไรรายไตรมาสมีโอกาสจะทำสถิติสูงสุดใหม่ภายในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าไหม
A: ก็จริงๆเราก็มองว่าตอนนี้ด้วยสถานการณ์ ก็มองเป็น QonQ มากกว่า แต่เราก็เชื่อว่า ถ้าเราได้ทำตัว Strategy ต่างๆแล้ว เราก็คิดว่าน่าจะกลับมาได้
- Q: ต้นทุนการผลิตสะท้อนในงบการเงินแล้วหรือยัง แล้วสามารถพัฒนาก margin ให้ดีกว่านี้อีกไหม แล้วจะเห็นผลเมื่อไหร่
A: จากที่ดูตัวเลขผลลัพธ์ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาก็ ปีที่แล้วค่าเฉลี่ย ต้นทุนในการปลูกเทียบกับยอด ของ brand โอเคจู๋ แบรนด์เดียวเป็นแบรนด์ที่ใช้ผักก็ ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3.5% ซึ่งปัจจุบันที่ผ่านมา 6 เดือน เนี่ยต้นทุนในการปลูกเทียบกับยอด ปัจจุบันค่าเฉลี่ยไม่ถึง 3%
- Q(Q5 & Q6 รวม): ปัญหาและอุปสรรคในการเปิดตัวโอ้กะจู๋กับ โจวิง ในต่างจังหวัดคืออะไร และเป้าในการเปิดสาขาทั่วประเทศเป็นเหมือนเดิมไหม
A: ก็สำหรับโอ้กะจู๋ ก็อย่างที่ได้เรียนแจ้งไป เมื่อกี้เนื่องด้วยสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้และโมเดล Full service ที่ได้เรียนแจ้งไป เราอาจจะมีการพิจารณาที่รัดกุมมากขึ้น อาจจะมีการปรับผลยุธจำนวนสาขาลงจากที่เราเคยแจ้งไปช่วงปลายปีที่แล้ว เพราะว่าช่วงนั้นเอง เรายังไม่มีแบรนด์ โจวิง ขึ้นมา แต่ว่าจากที่เราพึ่งได้เปิด โจวิงไปตอนไตรมาสสอง แล้วก็ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี เราก็เลยเวท น้ำหนักไปเปิดโจวิง รวมถึงโอ้จู๊สมากขึ้น จำนวนรวมในช่วงปีสองปีคาดว่าจะเปิดโจวิง 60-80 สาขาเลย ในช่วง3ปีนี้
- Q: ปัจจุบันสาขาที่เปิดสร้างยอดขายได้กี่บาทต่อวัน เป็นไปตามเป้าหรือไม่
A: แบรนด์ โจวิง สาขาที่เปิดเผยงบประมาณ ยอดขาย 1 สาขา อยู่ที่ 10 ล้านบาท
- Q: โรงงานเบเกอรี่เปิดใช้งานหรือยัง คาดว่ามียอดขายจากเบเกอรี่ที่โรงงานใหม่ปีละเท่าไร
A: โรงงานจะสามารถ RAM up order ได้ตั้งแต่ช่วงสิ้นปีเป็นต้นไป มีแพลนจะ ขยายกำลังการผลิตหน้า Day One 3 เท่า
- Q: GPM ที่ลดลงเกิดจากอะไรเป็นหลัก ต้นทุนมี Fixed cost กี่เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เป็นต้นทุนอะไรบ้าง
A: ต้นทุน 100% ต้นทุนที่โชว์ ต้นทุนวัตถุดิบ, ต้นทุนค่าแรง, overhead ต่างๆรวมถึงค่าเสื่อมราคา แบ่งเป็น fixed cost variable cost variable ซักประมาณ 75% ส่วน fixed cost ซัก 25% แต่ตัวที่ลดลงก็ไม่ได้ลดลงมากนัก หลักๆก็เกิดจากที่เรามี fixed ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าเสื่อมราคา overhead ที่ตัวกลางถึง farm แต่ว่าหลักๆรายได้ลดลงกว่าจากที่เคยเป็นในช่วงไตรมาสก่อน หรือกระทั่งไตรมาสเดียวกันของปี ก่อน อันนี้ก็เลยเป็นสาเหตุที่ profit margin เนี่ยปรับตัวลดลงเล็กน้อย
- Q: มีแผนจะเปิดแบรนด์ใหม่ หรือว่า มี M&A อะไรอีกไหม
A: มีอยู่ในไปรท์ไลน์แล้ว ด้วยสภาวะเศรษฐกิจหรืออะไรก็ตามที่ทุกคนทราบดีก็อาจจะต้องมอนิเตอร์ในส่วนของตรงนี้ไปก่อน การเปิดแบรนด์ใหม่ก็มีความเสี่ยงก็ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงเรื่องการลงทุนรวมถึงต่างๆเรื่องอื่นๆด้วย ในเรื่องของ M&A ก็มีอยู่ในแผนเหมือนกัน แต่อาจจะยังต้องรอ ดูสถานการณ์ ภาวะเศรษฐกิจรวมถึงความพร้อมของเราด้วย
- Q: ปกติสาขาต่างจังหวัดเรามีสัญญาช่องนานประมาณกี่ปี
A: สาขาต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะเป็นแพ็คชิพเป็นการเช่าระยะยาวประมาณ 12-15 ปี
- Q(เสนอแนะ): ลูกค้าหลักแสวงหาผัก ผลไม้ออร์แกนิก และเนื้อปลอดสาร ด้วยรสชาติที่อร่อย เพราะตั้งใจปรับจะกินอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเช่าในที่ในห้างหรือคอมมอลล์เลย แบรนด์เราแตกต่างจากแบรนด์อื่นในตลาดทุกแบรนด์ เราทำ stand alone ในต่างจังหวัดได้แน่นอน อยากให้ผู้บริหารทดลองสาขา stand alone เล็กๆ แต่มีที่จอดรถเพียงพอในต่างจังหวัดดู จะเจอวิธีลดต้นทุนค่าเช่าได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องลดคุณภาพอาหาร ค่าเช่าไม่ใช่คุณค่าที่ลูกค้าเราได้รับ
A: รับข้อเสนอแนะ
- Q: เห็นยอดขายของ แรปแอนโร เติบโตทั้ง year on year และ Q on Q อยากให้ผู้บริหารพิจารณาขยายสาขาแรปแอนโร ด้วย
A: มีอยู่ในแผนในการขยายสาขาอยู่
- Q: เรามีมาตรฐานการล้างผักอย่างไร ผู้บริโภคจะมั่นใจในความสะอาดของผักได้อย่างไร
A: มาตรฐานของเราก็เป็นมาตรฐานตามสากล สิ่งที่โฟกัสเลยก็จะเป็น เรื่องการ ล้างด้วย วิธีการธรรมชาติโดยโดยจะใช้ ไม่ได้ใช้สารเคมี เราจะใช้เป็นตัวของ ไม่ว่าจะเป็นโอโซน หรือว่า CO2 ในการเข้ามาช้วยบำบัดทำ ให้ตัวของ เชื้อโรคต่างๆ ที่ติดอยู่ในตัวพืชผักจุดจุดออกไป รวมไปถึงตัวของสิ่งแปลกปลอมด้วยในกระบวนการลาย ล้างของเราทั้งหมดนะครับ
- Q: คำถามที่ตอบไม่ทันรบกวนตอบแล้วส่งอีเมลได้หรือไม่
A: รบกวนส่งคำถามมาทางอีเมล์ ir@okajoo.com แทน เพราะว่าไม่เห็นอีเมลของ audience ในตอนนี้
- Q: นโยบายปันผลเราจะจ่ายปีละครั้งหรือสองครั้ง
A: ปีละครั้ง
- Q: ในภาวะกำลังซื้ออ่อนตัวบริษัทมีแผนจะออกเมนูใหม่ๆเพื่อความคุ้มค่าอย่างไรบ้าง
A: อย่างที่ได้เรียนไป สิ่งแรกเลยก็เป็นเรื่องของ producting ก็จะมีการออกเมนูที่ ค่อนข้างขนาดพอเหมาะ สำหรับทานคนเดียว หรือ 2 คน ราคาเข้าถึงง่าย แต่ก็ยังเป็นวัตถุดิบที่มีมาตรฐาน แล้วก็เป็น concept ที่ value คุ้มค่า สำหรับโอ้กะจู๋อยู่ แล้วก็จะมีการออกในหมดของ Family set Group set รวมถึงการออกโปรโมชั่นให้กับ ลูกค้า Family ที่เป็นลูกค้า member ของเรา หลักๆก็จะเป็นประมาณนี้แล้วก็จะมีการออกพิเศษต่างๆที่เป็น และ reality แล้วก็ Limit value menu set สำหรับลูกค้า ก็เดี๋ยว ติดตามชม แล้วก็ถ้าใครยังไม่เป็นสมาชิกก็สามารถสมัครสมาชิกได้ก็ เดี๋ยวจะมีแคมเปญสำหรับสมาชิกแล้วก็ลูกค้าทั่วไปต่อเนื่อง