บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
22.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7701 out_tok=2783 at=2026-07-25T22:08:56 -->
# NSL กำไรปี 65 พุ่ง 55.7% รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-คุมต้นทุนได้ดี
## รายได้โต 31.7% หนุนกำไรสุทธิ 297.6 ล้านบาท ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยบวกต่อเนื่อง
บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 297.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.7% จากปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายเติบโต 31.7% เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NSL ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 31.7%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 55.7% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น และอัตรากำไรสุทธิที่ 7.4% เพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรก **สถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 ต่อเนื่องมาถึงปี 2565** ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ประกอบกับมาตรการผ่อนคลายต่างๆ ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้น ประการที่สอง **คู่ค้ามีการเน้นขายสินค้าผ่านช่องทาง Delivery และจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ **รายได้กลุ่ม Food Services ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น** จากการผ่อนคลายสถานการณ์การแพร่ระบาดเช่นกัน
ในด้านการควบคุมต้นทุน แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบและราคาน้ำมันจะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถ **ชดเชยผลกระทบได้บางส่วนจากการขอปรับราคาขายสินค้าบางรายการ** ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ (30.5% เทียบกับ 31.7%) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 17.8% เป็น 18.5%
นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลงถึง 38.8% เนื่องจากภาระหนี้สินลดลงหลังจากการนำเงิน IPO มาชำระคืนเงินกู้ยืม และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อไป นอกจากนี้ การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาขายได้บางส่วน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวต่อสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูแนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่อาจผันผวนต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 55.7%** แตะ 297.6 ล้านบาท จาก 191.1 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 31.8%** เป็น 4,009.8 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายเติบโต 31.7%
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น** จาก 17.8% เป็น 18.5% แม้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 38.8%** จากการชำระคืนเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 8.5%** เป็น 2,289.7 ล้านบาท โดยมีสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นตามยอดขาย
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 12.3%** เป็น 1,406.1 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 NSL มีรายได้รวม 4,009.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.8% จาก 3,042.9 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโต 31.7% มาอยู่ที่ 4,001.5 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง ประกอบกับการที่คู่ค้าเน้นช่องทาง Delivery และจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรายได้กลุ่ม Food Services ที่เพิ่มขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 30.5% สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 17.8% เป็น 18.5% แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้โดยการปรับราคาขายสินค้าบางรายการ
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 31.1% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันและปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายทีมขายและการตลาด
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.7% โดยมีรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ค่าไฟที่สูงขึ้น และค่าบริการต่างๆ
ต้นทุนทางการเงินลดลง 38.8% เนื่องจากบริษัทได้นำเงินจากการ IPO มาชำระคืนเงินกู้ยืม และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มขึ้น 53.3% มาอยู่ที่ 381.9 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 55.7% เป็น 297.6 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 7.4% เพิ่มขึ้นจาก 6.3% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค:** มาตรการผ่อนคลายต่างๆ และการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในกลุ่มสินค้าเบเกอรี่ รองท้อง และ Food Services
* **การขยายช่องทางการขาย:** การเน้นช่องทาง Delivery และการจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มยอดขายและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและปรับราคาขายได้บางส่วน จะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี
* **การใช้เงิน IPO ชำระหนี้:** การลดภาระต้นทุนทางการเงินลง จะช่วยเพิ่มกำไรสุทธิให้แก่บริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบบางชนิดอาจมีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร หากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันท่วงที
* **ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง:** ราคาน้ำมันที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการจัดจำหน่าย
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในปีนี้จะมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่หากมีการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศมากขึ้น ความผันผวนของค่าเงินอาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้ในกลุ่มสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มเบเกอรี่และรองท้อง รวมถึงกลุ่ม Food Services
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* กลยุทธ์การตลาดและการจัดโปรโมชั่นของคู่ค้าที่อาจส่งผลต่อยอดขาย
* การบริหารจัดการกระแสเงินสด โดยเฉพาะการลงทุนในสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
* การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการปรับราคาต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้น แต่สามารถชดเชยได้บางส่วนจากการขอปรับราคาขายสินค้าบางรายการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการตั้งราคา
* **Volume:** ยอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ และการเน้นขายผ่านช่องทาง Delivery และโปรโมชั่นของคู่ค้า
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 17.8% เป็น 18.5% ซึ่งเป็นผลดีต่อความสามารถในการทำกำไร
* **ช่องทางขาย:** การเน้นช่องทาง Delivery และโปรโมชั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขาย
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 41.4% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น และอาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกที่ชัดเจน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมของ NSL อยู่ที่ 2,289.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่สำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 115.1 ล้านบาท (ลดลง 74.9% จากปีก่อน) ลูกหนี้การค้า 595.4 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 20.0%) และสินค้าคงเหลือ 267.1 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 41.4%) ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนหลักคือ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 969.7 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4.7%)
หนี้สินรวมอยู่ที่ 883.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น 559.5 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 23.4%) และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 234.3 ล้านบาท (ลดลง 26.0%)
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,406.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.6 เท่า ลดลงจาก 0.7 เท่าในปี 2564 ซึ่งแสดงถึงการปรับลดภาระหนี้สิน
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วลดลงจาก 1.5 เท่า เป็น 0.9 เท่า เนื่องจากบริษัทนำเงินไปลงทุนในเงินฝากประจำและกองทุน
## สรุปท้าย
NSL แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งในปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 55.7% เป็นผลจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 31.7% จากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการปรับตัวของคู่ค้า ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน แต่แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจและการบริโภคยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NSL ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
1,774.92
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น
330.32
ล้านบาท
↓ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.61
%
กำไรสุทธิ
142.01
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.00
%
D/E Ratio
0.60
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,775
↑ + 7.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
330
↓ -2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
142
↓ -3.2%
YoY
D/E Ratio
0.60
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NSL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.60
ROE (%)
29.71
ROA (%)
22.54
Book Value/หุ้น
7.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NSL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+192
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+173
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NSL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
191.67
-154.92%
|
-349.00
+97.99%
|
-176.27
-5.70%
|
-186.92
-250.78%
|
123.97
-55.22%
|
276.85
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
173.35
+256.17%
|
48.67
-235.91%
|
-35.81
-105.37%
|
667.15
+9,363.12%
|
7.05
-120.26%
|
-34.80
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
105.38
-50.02%
|
210.83
+23.77%
|
170.34
+50.70%
|
113.03
-127.39%
|
-412.63
+65.24%
|
-249.71
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
82.84
-192.55%
|
-89.51
+114.50%
|
-41.73
-107.03%
|
593.26
-310.67%
|
-281.61
+3,576.37%
|
-7.66
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
227.50
+69.86%
|
133.93
+16.31%
|
115.15
-74.93%
|
459.33
+4,525.68%
|
9.93
-43.55%
|
17.59
+0.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
265.00
+16.48%
|
227.50
+69.86%
|
133.93
+16.31%
|
115.15
-74.93%
|
459.33
+4,525.68%
|
9.93
-43.53%
|