บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
22.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10104 out_tok=2948 at=2026-07-25T23:30:58 -->
# NSL Q3/2564 กำไรสุทธิหด 50.7% สวนทาง 9 เดือนแรกโต 32.8%
## รายได้ Q3 ดิ่ง 15.8% รับโควิดกระทบหนัก แต่ 9 เดือนแรกยังบวกเล็กน้อย
บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 24.1 ล้านบาท ลดลง 50.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2564 มีกำไรสุทธิ 147.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.8% โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการในแต่ละช่วงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายผลประกอบการที่แตกต่างกันระหว่างไตรมาส 3 ปี 2564 (Q364) และ 9 เดือนแรกปี 2564 (9M64) คือ **ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงใน Q364 ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิในไตรมาสนี้โดยตรง ในทางตรงกันข้าม ผลประกอบการ 9 เดือนแรกที่เติบโตได้ดีนั้น มาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมค่าใช้จ่าย และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **Q364: รายได้ดิ่ง กดดันกำไร** การระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทยที่รุนแรงที่สุดในช่วง Q364 ส่งผลโดยตรงให้ยอดขายในกลุ่มเบเกอรี่และรองท้อง ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท ลดลงถึง 18.7% แม้ว่ากลุ่ม Food Services และกลุ่มแบรนด์ NSL จะมีการเติบโต แต่ไม่สามารถชดเชยยอดขายที่หายไปได้ทั้งหมด เมื่อรายได้รวมลดลง 15.8% ในขณะที่ต้นทุนคงที่ยังคงอยู่ เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าเสื่อมราคา ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.1% ใน Q363 เป็น 16.6% ใน Q364 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการป้องกัน COVID-19 เช่น ค่าวัคซีนและ ATK ยังเป็นภาระเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 50.7%
* **9M64: การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายหนุนกำไร** สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรก แม้รายได้จากการขายจะเติบโตเพียง 1.1% แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 15.9% ใน 9M63 เป็น 18.2% ใน 9M64 ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ระบบบัญชีใหม่ที่ช่วยวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาต้นทุนได้รวดเร็วขึ้น ประกอบกับการควบคุมของเสียและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมากถึง 23.8% จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมและนำเงิน IPO มาใช้ ทำให้กำไรสุทธิ 9M64 เติบโตได้ถึง 32.8%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับผลกระทบ Q364) / มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับปัจจัยหนุน 9M64)**
ผลประกอบการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน Q364 เป็นผลมาจากสถานการณ์ COVID-19 ที่เป็นปัจจัยภายนอกและคาดว่าจะเป็น **ลักษณะครั้งคราว** เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาเป็นปกติ ยอดขายมีแนวโน้มฟื้นตัวได้
ในขณะที่ปัจจัยบวกที่ส่งผลให้ 9M64 เติบโตได้ดี เช่น การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น การควบคุมค่าใช้จ่าย และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากบริษัทสามารถรักษาประสิทธิภาพในการดำเนินงานและบริหารจัดการหนี้สินได้ตามแผน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 หดตัว 50.7%** เหลือ 24.1 ล้านบาท จากผลกระทบ COVID-19 ที่รุนแรง ทำให้รายได้จากการขายลดลง 15.8%
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 64 เติบโต 32.8%** แตะ 147.1 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง
* **รายได้จากการขาย 9 เดือนแรกปี 64 เพิ่มขึ้น 1.1%** เป็น 2,187.7 ล้านบาท โดยกลุ่ม Food Services และกลุ่มแบรนด์ NSL เติบโตได้ดี
* **อัตรากำไรขั้นต้น 9 เดือนแรกปี 64 ปรับดีขึ้น** เป็น 18.2% จาก 15.9% ในปีก่อนหน้า จากการวิเคราะห์ต้นทุนที่ดีขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 48.8% ใน Q364 และ 23.8% ใน 9M64** จากการชำระคืนเงินกู้ยืมด้วยเงิน IPO และการทยอยชำระคืนปกติ
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น** หลัง IPO สินทรัพย์รวมเพิ่ม 19.4% เป็น 1,880.1 ล้านบาท โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 40% เหลือ 672.1 ล้านบาท ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลงจาก 2.5 เหลือ 0.6 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 (Q364) NSL มีรายได้จากการขายรวม 626.3 ล้านบาท ลดลง 15.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (Q363) ซึ่งอยู่ที่ 743.5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 50.7% มาอยู่ที่ 24.1 ล้านบาท จาก 49.0 ล้านบาทใน Q363 อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 6.6% เป็น 3.8%
อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 (9M64) บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 2,187.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (9M63) ที่ 2,164.9 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 147.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 32.8% จาก 110.8 ล้านบาทใน 9M63 ทำให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจาก 5.1% เป็น 6.4%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกลุ่ม Food Services:** การปรับแผนการขายและหาลูกค้าใหม่ๆ ให้แก่ร้านอาหารทั้งรายใหญ่และรายย่อย ทำให้กลุ่มนี้เติบโตได้ดี แม้ในภาวะ COVID-19 และมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่องเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
* **การขยายตลาดกลุ่มแบรนด์ NSL:** การเพิ่มสินค้าใหม่และการทำการตลาดที่มากขึ้น ช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และมีโอกาสเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การนำระบบบัญชีใหม่มาใช้และการเน้นย้ำประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยให้บริษัทสามารถวิเคราะห์และควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการทำกำไรในระยะยาว
* **การใช้เงิน IPO เสริมความแข็งแกร่ง:** การนำเงิน IPO ไปชำระคืนหนี้สิน ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้ยอดขายในกลุ่มเบเกอรี่และรองท้องซึ่งเป็นรายได้หลักได้รับผลกระทบ
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่งในการขาย และอาจมีผลต่อต้นทุนวัตถุดิบบางประเภท
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอาหารและเบเกอรี่ อาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริโภคที่อาจหันไปหาผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่น หรือการเปลี่ยนแปลงช่องทางการซื้อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายกลุ่มเบเกอรี่และรองท้อง:** หลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
* **การเติบโตของกลุ่ม Food Services และกลุ่มแบรนด์ NSL:** ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมและรักษาระดับ D/E Ratio ให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
* **การลงทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการตลาด:** เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบโดยตรงจากราคาวัตถุดิบหลัก แต่มีการกล่าวถึงต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน
* **Volume:** ยอดขายกลุ่มเบเกอรี่และรองท้องลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน Q364 เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 แต่กลุ่ม Food Services และกลุ่มแบรนด์ NSL มีการเติบโตของ volume การขาย
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ใน Q364 ลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบต้นทุนคงที่เมื่อรายได้ลดลง แต่ใน 9M64 GPM ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
* **ช่องทางขาย:** มีการเน้นขายสินค้าในช่องทาง Delivery และการหาลูกค้าใหม่ในกลุ่ม Food Services
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าโดยตรง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือรายได้จากการส่งออก
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตที่ส่งผลต่อผลประกอบการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมของ NSL อยู่ที่ 1,880.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดกว่า 400 ล้านบาท จากเงินที่ได้รับจากการ IPO ในขณะที่ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ลดลงจากการตัดค่าเสื่อมราคา หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 40% เหลือ 672.1 ล้านบาท โดยเฉพาะเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่ลดลงจากการนำเงิน IPO ไปชำระคืน ส่งผลให้ D/E Ratio ลดลงจาก 2.5 เท่า เป็น 0.6 เท่า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก 165.6% เป็น 1,208.0 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน IPO และกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่ได้ระบุตัวเลขโดยตรง แต่การลดลงของเจ้าหนี้การค้าและลูกหนี้การค้าในช่วง Q364 สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ NSL ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือแรงกดดันจากสถานการณ์ COVID-19 ที่รุนแรง ทำให้รายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงกว่า 50% อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม 9 เดือนแรก บริษัทสามารถพลิกกลับมาเติบโตได้ดีถึง 32.8% จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมค่าใช้จ่าย และการลดลงของต้นทุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปัจจัยบวกเหล่านี้มีโอกาสต่อเนื่อง ในขณะที่ผลกระทบจาก COVID-19 ใน Q3 เป็นลักษณะครั้งคราว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของยอดขายในกลุ่มหลัก และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง รวมถึงการแข่งขันในตลาดที่ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NSL ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
1,774.92
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น
330.32
ล้านบาท
↓ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.61
%
กำไรสุทธิ
142.01
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.00
%
D/E Ratio
0.60
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,775
↑ + 7.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
330
↓ -2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
142
↓ -3.2%
YoY
D/E Ratio
0.60
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NSL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.60
ROE (%)
29.71
ROA (%)
22.54
Book Value/หุ้น
7.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NSL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+192
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+173
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NSL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
191.67
-154.92%
|
-349.00
+97.99%
|
-176.27
-5.70%
|
-186.92
-250.78%
|
123.97
-55.22%
|
276.85
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
173.35
+256.17%
|
48.67
-235.91%
|
-35.81
-105.37%
|
667.15
+9,363.12%
|
7.05
-120.26%
|
-34.80
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
105.38
-50.02%
|
210.83
+23.77%
|
170.34
+50.70%
|
113.03
-127.39%
|
-412.63
+65.24%
|
-249.71
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
82.84
-192.55%
|
-89.51
+114.50%
|
-41.73
-107.03%
|
593.26
-310.67%
|
-281.61
+3,576.37%
|
-7.66
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
227.50
+69.86%
|
133.93
+16.31%
|
115.15
-74.93%
|
459.33
+4,525.68%
|
9.93
-43.55%
|
17.59
+0.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
265.00
+16.48%
|
227.50
+69.86%
|
133.93
+16.31%
|
115.15
-74.93%
|
459.33
+4,525.68%
|
9.93
-43.53%
|