บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
22.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9520 out_tok=3333 at=2026-07-25T22:48:41 -->
# NSL กำไร Q2/2565 พุ่ง 20.8% รับรายได้โตต่อเนื่องจากเศรษฐกิจฟื้น
## รายได้รวมโต 23.9% รับอานิสงส์คลายล็อกดาวน์-โปรโมชั่นหนุนยอดขาย ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ-น้ำมันพุ่งกดดัน GPM เล็กน้อย
บริษัท เอ็นเอสแอลฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 80.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 990.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.9% จากสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ส่งผลให้การบริโภคฟื้นตัว รวมถึงการจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NSL ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 23.8%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.8% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับลดลงเล็กน้อยจาก 19.2% ใน Q2/2564 เป็น 19.2% ใน Q2/2565 (ตัวเลขเท่าเดิมแต่สัดส่วนอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากฐานรายได้ที่ใหญ่ขึ้น) และอัตรากำไรสุทธิลดลง 0.2% เป็น 8.2%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19:** ตั้งแต่ปลายปี 2564 ต่อเนื่องมาถึงครึ่งแรกปี 2565 สถานการณ์ COVID-19 ที่ดีขึ้นและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคกลับมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเบเกอรี่และรองท้องที่คิดเป็นสัดส่วนรายได้หลักถึง 90.7%
* **การเน้นขายสินค้าในช่องทาง Delivery และโปรโมชั่น:** คู่ค้าของ NSL ได้ให้ความสำคัญกับการขายสินค้าผ่านช่องทาง Delivery และมีการจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Food Services ที่มีรายได้เติบโตถึง 82.8% ใน Q2/2565 และ 77.7% ใน 6M65
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 23.7% ใน Q2/2565 ทำให้แม้รายได้จะเติบโต แต่ GPM กลับทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ฝ่ายจัดการได้พยายามชดเชยด้วยการขอปรับราคาขายสินค้าบางรายการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน**
การเติบโตของรายได้มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องได้จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการปรับตัวของช่องทางการขาย อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรอย่างต่อเนื่องเช่นกัน การที่บริษัทสามารถปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนได้ในระดับหนึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 เติบโต 20.8%** อยู่ที่ 80.8 ล้านบาท จาก 66.9 ล้านบาทใน Q2/2564
* **รายได้รวม Q2/2565 เพิ่มขึ้น 23.9%** แตะ 990.5 ล้านบาท จาก 799.5 ล้านบาทใน Q2/2564
* **รายได้จากการขาย Q2/2565 โต 23.8%** โดยกลุ่มเบเกอรี่และรองท้องยังคงเป็นรายได้หลัก
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 23.7%** สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่สูงกว่าเล็กน้อย
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัวที่ 19.2%** แม้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น แต่ชดเชยได้บางส่วนจากการปรับราคาขาย
* **อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ลดลงเล็กน้อย** จาก 8.4% ใน Q2/2564 เป็น 8.2% ใน Q2/2565
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 49.3%** จากการชำระคืนเงินกู้ยืมหลัง IPO และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 NSL มีรายได้รวม 990.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 รวมถึงการเน้นขายสินค้าผ่านช่องทาง Delivery และโปรโมชั่นต่างๆ ทำให้รายได้จากการขายเติบโต 23.8% โดยเฉพาะกลุ่ม Food Services ที่เติบโตโดดเด่นถึง 82.8%
ต้นทุนขายปรับเพิ่มขึ้น 23.7% สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 19.2% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นถูกชดเชยบางส่วนจากการปรับราคาขายสินค้า
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 24.2% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างพนักงานขายและการตลาด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15.5% จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน COVID-19 และค่าบริการสรรหาพนักงาน
ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 49.3% เนื่องจากบริษัทได้นำเงินจากการ IPO มาชำระคืนเงินกู้ยืม และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 32.2% เป็น 101.2 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 20.8% เป็น 80.8 ล้านบาท แต่อัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยจาก 8.4% เป็น 8.2% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและน้ำมันที่สูงขึ้น
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 1,923.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.0% และมีกำไรสุทธิ 147.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.8% โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.7% ลดลงเล็กน้อยจาก 7.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการบริโภค:** การคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 และการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและการบริโภคให้ฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลดีต่อยอดขายสินค้าของบริษัท
* **การขยายช่องทางขาย:** การเน้นขายสินค้าผ่านช่องทาง Delivery และการปรับกลยุทธ์การตลาดให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขาย
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต รวมถึงการปรับราคาขายอย่างเหมาะสม จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไร
* **การลดภาระต้นทุนทางการเงิน:** การชำระคืนเงินกู้ยืมด้วยเงิน IPO และการบริหารจัดการหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น แป้ง น้ำตาล และน้ำมัน รวมถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่ง ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมอาหารและเบเกอรี่มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตรายใหญ่และรายย่อย การรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคา คุณภาพ และนวัตกรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญ
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อที่สูง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว
* **อัตราแลกเปลี่ยน (สำหรับสินค้าส่งออก):** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกชัดเจน แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรหากมีรายได้หรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบหลักและราคาน้ำมัน ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลง และส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทอย่างไร
* **ความสามารถในการปรับราคาขาย:** ประเมินว่าบริษัทจะสามารถปรับราคาขายสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้มากน้อยเพียงใด โดยไม่กระทบต่อปริมาณการขาย
* **การเติบโตของกลุ่ม Food Services:** จับตาการเติบโตของรายได้จากกลุ่ม Food Services ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูง และการบริหารจัดการต้นทุนในกลุ่มนี้
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น 17.3% ว่าสอดคล้องกับยอดขายที่คาดการณ์หรือไม่ และมีแนวโน้มจะลดลงเมื่อใด
* **การใช้เงินสดจากการดำเนินงาน:** สังเกตการณ์การใช้เงินสดที่ลดลง 66.7% จากการลงทุนในเงินฝากประจำและกองทุน 300 ล้านบาท ว่าจะส่งผลต่อสภาพคล่องในระยะสั้นอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดัน GPM แม้จะมีการขอปรับราคาขายเพื่อชดเชย แต่ก็ยังคงเป็นความท้าทายหลัก
* **Volume:** ยอดขายโดยรวมเติบโต 23.8% ใน Q2/2565 ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเบเกอรี่และรองท้อง รวมถึง Food Services
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 19.2% ใน Q2/2565 ซึ่งถือว่ารักษาได้ดีภายใต้แรงกดดันด้านต้นทุน
* **ช่องทางขาย:** การเน้นช่องทาง Delivery และโปรโมชั่นเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยผลักดันยอดขาย โดยเฉพาะในกลุ่ม Food Services
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 17.3% ซึ่งอาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น หรืออาจเป็นสัญญาณของการบริหารสต็อกที่ต้องจับตา
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้จากการส่งออกหรือผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในเอกสารนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,200.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 762.0% จาก 40.7 ล้านบาท เป็น 350.4 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการนำเงินไปลงทุนในเงินฝากประจำและกองทุน 300 ล้านบาท ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 66.7%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 875.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นตามยอดสั่งซื้อ และภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่ายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินลดลง 7.3%
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,324.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงาน แต่มีการจ่ายเงินปันผล 75 ล้านบาทใน Q2/2565
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.7 เท่า ซึ่งทรงตัวจากปีก่อนหน้า
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วลดลงจาก 1.5 เท่า เป็น 1.0 เท่า เนื่องจากมีการนำเงินสดไปลงทุนในสินทรัพย์สภาพคล่องต่ำ
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 22.4% เป็น 16.7% เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากการ IPO และการจ่ายเงินปันผลจำนวนมากในปี 2564
## สรุปท้าย
NSL ในไตรมาส 2 ปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ถึง 20.8% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 23.8% ซึ่งเป็นผลมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 และการปรับกลยุทธ์การขายที่เน้นช่องทาง Delivery และโปรโมชั่น อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นความท้าทายที่ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงเล็กน้อย แม้บริษัทจะพยายามชดเชยด้วยการปรับราคาขายก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการรักษาความสามารถในการแข่งขันจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาผลประกอบการให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจมหภาค
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NSL ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
1,774.92
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น
330.32
ล้านบาท
↓ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.61
%
กำไรสุทธิ
142.01
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.00
%
D/E Ratio
0.60
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,775
↑ + 7.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
330
↓ -2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
142
↓ -3.2%
YoY
D/E Ratio
0.60
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NSL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.60
ROE (%)
29.71
ROA (%)
22.54
Book Value/หุ้น
7.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NSL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+192
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+173
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NSL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
191.67
-154.92%
|
-349.00
+97.99%
|
-176.27
-5.70%
|
-186.92
-250.78%
|
123.97
-55.22%
|
276.85
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
173.35
+256.17%
|
48.67
-235.91%
|
-35.81
-105.37%
|
667.15
+9,363.12%
|
7.05
-120.26%
|
-34.80
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
105.38
-50.02%
|
210.83
+23.77%
|
170.34
+50.70%
|
113.03
-127.39%
|
-412.63
+65.24%
|
-249.71
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
82.84
-192.55%
|
-89.51
+114.50%
|
-41.73
-107.03%
|
593.26
-310.67%
|
-281.61
+3,576.37%
|
-7.66
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
227.50
+69.86%
|
133.93
+16.31%
|
115.15
-74.93%
|
459.33
+4,525.68%
|
9.93
-43.55%
|
17.59
+0.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
265.00
+16.48%
|
227.50
+69.86%
|
133.93
+16.31%
|
115.15
-74.93%
|
459.33
+4,525.68%
|
9.93
-43.53%
|