บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
22.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10532 out_tok=2719 at=2026-07-25T21:56:54 -->
# NSL Q3/2566 กำไรสุทธิเฉพาะกิจการโต 6.4% รับรายได้ขายพุ่ง 16.6%
## รายได้รวมโต 16.6% หนุนกำไรสุทธิเฉพาะกิจการเพิ่ม 4.6 ล้านบาท แม้ GPM หดตัว
บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น 6.4% เป็น 77.1 ล้านบาท จาก 72.5 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 16.6% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NSL ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 16.6%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเฉพาะกิจการปรับตัวสูงขึ้น 6.4% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับลดลงเล็กน้อยก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายมาจากหลายปัจจัย ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ตั้งแต่ปลายปี 2565 ต่อเนื่องมาถึงปี 2566 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักขึ้น คู่ค้าเน้นการขายผ่านช่องทาง Delivery และมีการจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเบเกอรี่และรองท้องที่เติบโต 13.0% และกลุ่มแบรนด์ NSL และซื้อมาขายไปที่เติบโตโดดเด่นถึง 337.2% รวมถึงกลุ่ม OEM และอื่นๆ ที่เติบโต 112.8%
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับลดลงจาก 18.4% ในปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 17.6% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่ปรับสูงขึ้น แม้บริษัทจะมีการปรับราคาขายสินค้าบางรายการเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด
ส่วนต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 25.0% เนื่องจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันและปริมาณการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.3% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายบุคลากร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยบวกจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเน้นช่องทาง Delivery รวมถึงการจัดโปรโมชั่น คาดว่าจะยังคงส่งผลดีต่อรายได้จากการขายในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะขึ้นอยู่กับแนวโน้มราคาวัตถุดิบ ค่าสาธารณูปโภค และความสามารถในการปรับราคาขายสินค้า ซึ่งฝ่ายจัดการได้มีการขอปรับราคาขายสินค้าบางรายการไปแล้ว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 16.6%:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 NSL มีรายได้รวม 1,189.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169.0 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการเพิ่ม 6.4%:** กำไรสุทธิเฉพาะกิจการอยู่ที่ 77.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6 ล้านบาท จาก 72.5 ล้านบาทในปีก่อน
* **GPM ลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 18.4% เป็น 17.6% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคสูงขึ้น
* **ต้นทุนขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 17.8% และต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 25.0% ตามปริมาณการขายและต้นทุนที่สูงขึ้น
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** มีส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้า 3.7 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 NSL มีรายได้จากการขายรวม 1,187.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังสถานการณ์ COVID-19 ที่ดีขึ้น และการเน้นขายสินค้าในช่องทาง Delivery รวมถึงการจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 6.2% เป็น 98.0 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงจาก 18.4% ในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็น 17.6% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น แม้จะมีการปรับราคาขายสินค้าบางรายการเพื่อชดเชยแล้วก็ตาม
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 25.0% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันและปริมาณการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.3% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบุคลากร
ส่งผลให้กำไรสุทธิเฉพาะกิจการในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 77.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าอัตรากำไรสุทธิจะลดลงเล็กน้อยจาก 7.1% เป็น 6.5%
สำหรับงบการเงินรวม กำไรสุทธิอยู่ที่ 73.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% จากปีก่อนหน้า โดยมีผลกระทบจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้า 3.7 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภค:** มาตรการผ่อนคลาย COVID-19 และการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ เป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรายได้
* **ช่องทางการขาย Delivery และโปรโมชั่น:** การเน้นช่องทาง Delivery และการจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี
* **การขยายธุรกิจ OEM และอื่นๆ:** การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในกลุ่ม OEM และอื่นๆ แสดงถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าและตลาดใหม่ๆ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่ผันผวน:** ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบหลักและค่าสาธารณูปโภคที่อาจปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอาหาร อาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนค่าขนส่ง:** ราคาน้ำมันที่ผันผวนส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของต้นทุนในการจัดจำหน่าย
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วม อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าสาธารณูปโภค:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบหลักและค่าสาธารณูปโภคที่จะส่งผลต่อ GPM
* **กลยุทธ์การปรับราคาขาย:** ประเมินความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายสินค้าเพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การเติบโตของกลุ่ม OEM และอื่นๆ:** จับตาการเติบโตและศักยภาพของกลุ่มธุรกิจ OEM และอื่นๆ ที่แสดงการเติบโตโดดเด่น
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม:** ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม และผลกระทบต่อกำไรสุทธิรวม
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่ง:** ประเมินประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดัน GPM แม้จะมีการปรับราคาขายสินค้าบางรายการ
* **Volume:** รายได้จากการขายโดยรวมเติบโต 16.6% โดยเฉพาะกลุ่มเบเกอรี่และรองท้อง, กลุ่มแบรนด์ NSL และซื้อมาขายไป, และกลุ่ม OEM และอื่นๆ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.4% เป็น 17.6% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** ช่องทาง Delivery และการจัดโปรโมชั่นมีส่วนสำคัญในการผลักดันยอดขาย
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นงวด 9M66 อยู่ที่ 266.7 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2565
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือการส่งออกในเอกสาร
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบจากฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 สินทรัพย์รวมของ NSL อยู่ที่ 2,296.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและอุปกรณ์ที่ดินอาคารและอุปกรณ์จากการลงทุน
หนี้สินรวมลดลง 5.8% มาอยู่ที่ 832.6 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.1% เป็น 1,463.7 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงาน และการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.6 เท่า ซึ่งทรงตัวจากปีก่อนหน้า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ณ สิ้น 9M66 มีความสามารถในการชำระภาระผูกพันที่ 0.8 เท่า ซึ่งต่ำกว่า 1.0 เท่า แต่บริษัทยังคงมีเงินสดคงเหลือและวงเงินสำรองเพื่อเสริมสภาพคล่อง
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ NSL ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งถึง 16.6% ซึ่งช่วยหนุนกำไรสุทธิเฉพาะกิจการให้เพิ่มขึ้น 6.4% แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเน้นช่องทางขายที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวนและการแข่งขันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NSL ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
1,774.92
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น
330.32
ล้านบาท
↓ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.61
%
กำไรสุทธิ
142.01
ล้านบาท
↓ 3.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.00
%
D/E Ratio
0.60
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,775
↑ + 7.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
330
↓ -2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
142
↓ -3.2%
YoY
D/E Ratio
0.60
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NSL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.60
ROE (%)
29.71
ROA (%)
22.54
Book Value/หุ้น
7.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NSL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+192
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+173
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NSL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
191.67
-154.92%
|
-349.00
+97.99%
|
-176.27
-5.70%
|
-186.92
-250.78%
|
123.97
-55.22%
|
276.85
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
173.35
+256.17%
|
48.67
-235.91%
|
-35.81
-105.37%
|
667.15
+9,363.12%
|
7.05
-120.26%
|
-34.80
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
105.38
-50.02%
|
210.83
+23.77%
|
170.34
+50.70%
|
113.03
-127.39%
|
-412.63
+65.24%
|
-249.71
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
82.84
-192.55%
|
-89.51
+114.50%
|
-41.73
-107.03%
|
593.26
-310.67%
|
-281.61
+3,576.37%
|
-7.66
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
227.50
+69.86%
|
133.93
+16.31%
|
115.15
-74.93%
|
459.33
+4,525.68%
|
9.93
-43.55%
|
17.59
+0.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
265.00
+16.48%
|
227.50
+69.86%
|
133.93
+16.31%
|
115.15
-74.93%
|
459.33
+4,525.68%
|
9.93
-43.53%
|