NEP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NEP
บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
0.19
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6587 out_tok=2755 at=2026-07-25T22:33:59 --> # NEP Q3/2564 ขาดทุนสุทธิเพิ่ม 6.98 ล้านบาท ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน GPM ## รายได้จากการขายกระสอบพลาสติกฟื้นตัว แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ NEP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีผลขาดทุนสุทธิ 8.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.98 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1.78 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายจะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นและส่งผลให้ผลขาดทุนเพิ่มขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่ส่งผลให้ต้นทุนขายต่อหน่วยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตขึ้น 36.28% หรือ 28.78 ล้านบาท มาอยู่ที่ 108.08 ล้านบาท จาก 79.31 ล้านบาทในปีก่อน แต่ต้นทุนขายกลับเพิ่มขึ้นถึง 43.79% หรือ 34.63 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้น (Gross Loss) ในไตรมาสนี้ที่ 5.22% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น มาจากราคาเม็ดพลาสติกฟิล์มและสีพิมพ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปี 2563 โดยราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นถึง 15-20% และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีกตามราคาน้ำมันโลก ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายของบริษัท นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุว่า **ยอดขายที่ยังน้อยกว่าเป้าหมายทำให้กำลังการผลิตไม่ครอบคลุมต้นทุนคงที่ (Fixed Cost)** และการควบคุมของเสียยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มต้นทุนต่อหน่วย ในขณะที่ราคาขายสามารถปรับขึ้นได้ไม่มากนักตามสภาวะการแข่งขัน ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างชัดเจน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องจับตา** จากเอกสารระบุว่าราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีกตามราคาน้ำมันโลก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการมีแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า และวางแผนการรับคำสั่งซื้อและการยืนราคาขายกับลูกค้าให้สอดคล้องกับแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน นอกจากนี้ บริษัทมีแนวทางที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่สำหรับสินค้า Flexible Packaging เพื่อเพิ่มความหลากหลาย ขยายกลุ่มลูกค้า และยกระดับระบบการผลิตให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับบน ซึ่งหากทำได้สำเร็จ จะช่วยเพิ่ม Order ให้เต็มกำลังการผลิตและทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลงได้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ไตรมาส 3 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 8.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.98 ล้านบาท จากขาดทุน 1.78 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขายเติบโต:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 36.28% YoY เป็น 108.08 ล้านบาท จาก 79.31 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากยอดขายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น * **ต้นทุนขายพุ่งสูงกว่ารายได้:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 43.79% YoY เป็น 113.72 ล้านบาท ส่งผลให้ไตรมาสนี้มีผลขาดทุนขั้นต้น (Gross Loss) ที่ 5.22% * **ราคาวัตถุดิบเป็นปัจจัยกดดันหลัก:** ราคาเม็ดพลาสติกฟิล์มและสีพิมพ์ปรับตัวสูงขึ้น 15-20% ตั้งแต่ Q4/63 และมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องตามราคาน้ำมัน * **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทรงตัว:** ไตรมาส 3 ปี 2564 รับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 13.32 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 13.42 ล้านบาทในปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ **ไตรมาส 3 ปี 2564:** บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 8.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.98 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2563 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 1.78 ล้านบาท รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 36.28% เป็น 108.08 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 43.79% ทำให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้น 5.22% ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย และค่าตอบแทนผู้บริหารเพิ่มขึ้น **งวด 9 เดือน ปี 2564:** บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 21.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.76 ล้านบาท หรือ 46.51% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2563 ที่ขาดทุน 14.54 ล้านบาท รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 8.52% เป็น 300.89 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 15.08% ส่งผลให้ขาดทุนขั้นต้น 5.63% ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 37.37% เป็น 46.71 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การที่ภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวช่วยหนุนยอดขายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติก * **การประมูลงานลูกค้ารายใหญ่:** บริษัทสามารถประมูลงานจากลูกค้ารายใหญ่กลับมาได้ในไตรมาส 3 * **การเติบโตของ Flexible Packaging:** แนวโน้มยอดขายบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) มีแนวโน้มสูงขึ้น จากการออกผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่ๆ * **การขยายกลุ่มลูกค้า Flexible Packaging:** มุ่งเน้นขยายกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมข้าวสารอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ และมีโอกาสได้รับ Order กระสอบพิมพ์หรือกระสอบกราเวียร์เพิ่มเติม * **การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่:** มีแผนเพิ่มผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่สำหรับ Flexible Packaging เพื่อเพิ่มความหลากหลาย ขยายกลุ่มลูกค้า และยกระดับระบบการผลิต ## ความเสี่ยง * **ราคาวัตถุดิบผันผวนสูง:** ราคาเม็ดพลาสติกฟิล์มและสีพิมพ์มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตามราคาน้ำมันโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น * **กำลังการผลิตไม่ครอบคลุมต้นทุนคงที่:** ยอดขายที่ยังน้อยกว่าเป้าหมายทำให้ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) กระจายต่อหน่วยสูงขึ้น * **การควบคุมของเสีย:** การควบคุมของเสียยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพิ่มต้นทุนการผลิต * **การแข่งขันด้านราคา:** การปรับขึ้นราคาขายทำได้จำกัดตามสภาวะการแข่งขัน * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ:** เศรษฐกิจของประเทศและทั่วโลกยังไม่ฟื้นตัวดีนักจากผลกระทบของโควิด-19 ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวขึ้นของราคาเม็ดพลาสติกและสีพิมพ์ และผลกระทบต่อ GPM * **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน:** การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **การเพิ่มยอดขาย Flexible Packaging:** ความคืบหน้าในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายฐานลูกค้า * **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** การเพิ่มปริมาณการผลิตเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย * **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การเปลี่ยนแปลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** ฝ่ายจัดการระบุว่ายอดขายที่ยังน้อยกว่าเป้าหมายทำให้กำลังการผลิตไม่ครอบคลุมกับต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ซึ่งบ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ยังไม่เต็มที่ * **Order Book:** มีการกล่าวถึงการประมูลงานจากลูกค้ารายใหญ่กลับมาได้ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่ไม่ได้ระบุขนาดหรือมูลค่าของ Order Book ที่ชัดเจน * **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมาก โดยราคาเม็ดพลาสติกฟิล์มและสีพิมพ์ปรับตัวสูงขึ้น 15-20% ตั้งแต่ Q4/63 และมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ (Gross Loss) ที่ 5.22% ในไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและยอดขายที่ยังไม่ครอบคลุมต้นทุนคงที่ * **ส่งออก:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงสัดส่วนการส่งออก หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกในเอกสาร * **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร * **สินค้าคงคลัง:** มีการกล่าวถึงการสั่งวัตถุดิบมาสำรองในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อระดับสินค้าคงคลัง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 806.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.10% จากสิ้นปี 63 โดยสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในบริษัทร่วม * **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 125.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.31% จากสิ้นปี 63 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อซื้อวัตถุดิบ (TR) และเจ้าหนี้การค้าที่ขยายระยะเวลาชำระหนี้ * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 680.79 ล้านบาท ลดลง 3.04% จากสิ้นปี 63 เนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 9 เดือน * **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงิน ## สรุปท้าย NEP ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้นและขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาของลูกค้ารายใหญ่ แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ทำให้ GPM หดตัวลงอย่างชัดเจน แนวโน้มในอนาคตยังคงต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย รวมถึงความสามารถในการเพิ่มยอดขาย Flexible Packaging เพื่อเพิ่ม Utilization และลดต้นทุนต่อหน่วย
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NEP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
8.77 ล้านบาท
↑ 53.7% YoY
กำไรขั้นต้น
1.84 ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.99 %
กำไรสุทธิ
-0.46 ล้านบาท
↓ 106.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-5.26 %
D/E Ratio
0.01
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9
↑ + 53.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2
↑ + 4.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -106.6% YoY
D/E Ratio
0.01

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NEP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
8.77
+53.74%
5.70
-78.45%
26.46
-75.47%
107.84
-1.29%
109.25
+25.47%
87.08
-14.89%
กำไรขั้นต้น
1.84
+4.84%
1.76
+126.16%
-6.71
+24.74%
-8.92
-28.66%
-6.93
-121.52%
-3.13
-4,912.31%
ค่าใช้จ่ายรวม
8.73
+16.25%
7.51
-76.35%
31.75
+18.61%
26.77
+22.62%
21.83
+64.02%
13.31
-26.15%
กำไรสุทธิ
-0.46
-106.65%
6.94
+122.79%
-30.43
+6.24%
-32.46
-40.45%
-23.11
-134.64%
-9.85
+40.22%
กำไรต่อหุ้น
0.00
-100.00%
0.00
+123.08%
-0.01
+7.14%
-0.01
-40.00%
-0.01
-150.00%
0.00
+42.86%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
20.99
-31.78%
30.77
+221.33%
-25.36
-206.65%
-8.27
-30.44%
-6.34
-76.60%
-3.59
-6,083.33%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
99.57
-24.39%
131.69
+9.75%
119.99
+383.44%
24.82
+24.22%
19.98
+30.76%
15.28
-13.23%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-5.26
-104.32%
121.62
+205.74%
-115.02
-282.13%
-30.10
-42.32%
-21.15
-87.00%
-11.31
+29.75%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
1.76
+2.33%
1.72
+126.63%
-6.46
+27.74%
-8.94
-37.33%
-6.51
-58.39%
-4.11
ROA(%)
1.72
-71.80%
6.10
+202.52%
-5.95
+23.62%
-7.79
-40.36%
-5.55
-1,560.53%
0.38
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.01
0.01
-83.33%
0.06
-25.00%
0.08
-57.89%
0.19
+1,800.00%
0.01
P/E
31.35
-42.38%
54.41
54.41
54.41
0.00
0.00
P/BV
0.75
-19.35%
0.93
+25.68%
0.74
-24.49%
0.98
-39.13%
1.61
+96.34%
0.82
+5.13%
BV
0.25
0.25
-3.85%
0.26
-3.70%
0.27
-6.90%
0.29
-6.45%
0.31
-3.13%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น
0.19
-17.39%
0.23
+21.05%
0.19
-26.92%
0.26
-44.68%
0.47
+88.00%
0.25
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.01
ROE (%)
1.76
ROA (%)
1.72
Book Value/หุ้น
0.25

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NEP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
29.53
+36.15%
21.69
-21.78%
27.73
-49.35%
54.75
-59.76%
136.04
-6.19%
149.02
-24.03%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
564.16
+0.48%
558.60
-2.95%
575.56
-3.64%
597.32
-7.93%
648.76
+0.64%
640.65
+4.21%
รวมสินทรัพย์
593.69
+1.80%
580.29
-3.81%
603.29
-7.48%
652.07
-16.91%
784.80
-0.62%
789.67
-2.62%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
4.07
+39.13%
2.93
-91.20%
33.28
-21.17%
42.21
-63.14%
114.52
+50.26%
76.22
+7.56%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
3.22
-8.27%
2.00
-31.04%
2.90
-54.59%
6.38
-48.75%
8.25
-27.35%
11.35
+28.71%
รวมหนี้สิน
7.29
+13.30%
4.92
-86.38%
36.17
-25.56%
48.59
-61.73%
122.77
+40.20%
87.57
+9.90%
รวมส่วนของเจ้าของ
586.40
+1.68%
575.37
+1.45%
567.12
-6.02%
603.48
-8.26%
662.02
-5.71%
702.10
-3.98%
D/E
0.01
0.01
0.06
0.08
0.19
0.12
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
1.76
1.72
-6.46
-8.94
-6.51
-4.11
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
1.72
6.10
-5.95
-7.79
-5.55
0.38
อัตราส่วนสภาพคล่อง
7.25
7.41
0.83
1.30
1.19
3.35
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
6.35
6.04
0.50
0.79
0.81
2.60
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
74.25
453.60
0.00
0.00
45.48
56.60
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
79.62
601.62
0.00
0.00
36.07
44.49
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
92.82
1,293.03
0.00
0.00
64.05
56.83
วงจรเงินสด
61.05
-237.81
0.00
0.00
17.50
44.26
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NEP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
16.98
-45.37%
31.08
+55.87%
19.94
-731.01%
-3.16
-109.98%
31.65
-205.75%
-29.93
+859.29%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-26.71
-46.41%
-49.84
+539.79%
-7.79
-131.99%
24.35
+192.67%
8.32
-85.88%
58.92
+101.44%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
0.14
-98.28%
8.12
-5,175.00%
-0.16
-99.19%
-19.78
+35.76%
-14.57
+129.81%
-6.34
-38.80%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-9.61
-9.85%
-10.66
-188.91%
11.99
+744.37%
1.42
-94.41%
25.40
+12.14%
22.65
-194.57%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
5.06
+15.26%
4.39
-63.69%
12.09
-65.28%
34.82
-40.20%
58.23
+63.66%
35.58
-55.26%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
16.08
+217.79%
5.06
+15.26%
4.39
-63.69%
12.09
-65.28%
34.82
-40.20%
58.23
+4.77%