บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
0.19
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5439 out_tok=2857 at=2026-07-25T22:25:26 -->
# NEP Q1/2565 ขาดทุนสุทธิเพิ่ม 1.57 ล้านบาท รับต้นทุนวัตถุดิบ Flexible Packaging พุ่ง
## รายได้จากการขายลดลง 5.45% แต่รายได้อื่นเพิ่มขึ้นจากการให้เช่าเครื่องจักร ขณะที่ต้นทุนขายลดลงตามยอดขาย
บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ NEP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 11.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.57 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายลดลง 5.45% จากการยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก แต่มีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นจากการให้เช่าเครื่องจักร ขณะที่ต้นทุนขายลดลงตามยอดขาย แต่กำไรขั้นต้นจากผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging หดตัวลงจากราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ NEP ในไตรมาส 1 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 1.57 ล้านบาท มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติกจากการยกเลิกสายการผลิต และ 2) การขาดทุนขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายลดลง:** บริษัทได้ยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก และคัดเลือกเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติกลดลง 5.45% แม้ว่ายอดขายบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) จะมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แต่ไม่สามารถชดเชยยอดขายที่หายไปได้ทั้งหมด
* **ต้นทุนวัตถุดิบ Flexible Packaging ปรับสูงขึ้น:** ราคาวัตถุดิบสำหรับ Flexible Packaging ปรับตัวสูงขึ้นถึง 15-20% และมีความผันผวนทุกสัปดาห์ตามราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ เนื่องจากไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อล่วงหน้าได้ทันท่วงที
* **การปรับเปลี่ยนธุรกิจกระสอบพลาสติก:** แม้จะมียอดขายลดลง แต่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายกระสอบพลาสติกในลักษณะ Outsourcing หรือ Trading โดยว่าจ้างผลิตจากผู้ผลิตรายอื่น ทำให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นจากการขายกระสอบพลาสติกที่ค่อนข้างแน่นอน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม**
การขาดทุนขั้นต้นในกลุ่ม Flexible Packaging มีแนวโน้มเป็นลักษณะครั้งคราว เนื่องจากฝ่ายจัดการได้วางแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า และวางแผนการรับคำสั่งซื้อและการกำหนดราคาขายให้สอดคล้องกับแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันและสถานการณ์สงครามยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและอัตรากำไรในอนาคตได้ ส่วนการยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติกเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจที่คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องในแง่ของการลดต้นทุนการผลิต แต่รายได้จากส่วนนี้จะลดลง
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ไตรมาส 1 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 11.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.57 ล้านบาท (15.44%) จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 10.17 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายลดลง:** อยู่ที่ 92.24 ล้านบาท ลดลง 5.45% จาก 97.57 ล้านบาท ในปีก่อน
* **ต้นทุนขายลดลง:** อยู่ที่ 97.07 ล้านบาท ลดลง 6.14% จาก 103.42 ล้านบาท ในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้น Flexible Packaging ติดลบ:** เนื่องจากราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น 15-20%
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น:** 2.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.10 ล้านบาท จากค่าเช่าและค่าบริการเครื่องจักร
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง:** อยู่ที่ 8.10 ล้านบาท ลดลง 5.60 ล้านบาท จาก 13.70 ล้านบาท ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) มีผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 11.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.57 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 10.17 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 92.24 ล้านบาท ลดลง 5.45% จาก 97.57 ล้านบาท ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก แม้ว่ายอดขาย Flexible Packaging จะเติบโตขึ้นก็ตาม ต้นทุนขายลดลง 6.14% เป็น 97.07 ล้านบาท แต่บริษัทประสบปัญหาขาดทุนขั้นต้นในกลุ่ม Flexible Packaging เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 15-20% จากผลกระทบราคาน้ำมันโลกและสงครามรัสเซีย-ยูเครน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 2.10 ล้านบาท จากค่าเช่าและค่าบริการเครื่องจักร ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายสามารถควบคุมได้ดีเมื่อเทียบกับยอดขาย ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 5.60 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของ Flexible Packaging:** บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายและเร่งขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ Flexible Packaging เพื่อเติมเต็มกำลังการผลิตที่ยังว่างอยู่
* **การลงทุนในเครื่องจักรใหม่:** มีการลงทุนในเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มคุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging
* **การปรับรูปแบบธุรกิจกระสอบพลาสติก:** การขายกระสอบพลาสติกในลักษณะ Outsourcing หรือ Trading โดยว่าจ้างผลิตจากผู้ผลิตรายอื่น จะช่วยให้มีกำไรขั้นต้นที่แน่นอนจากการขายกระสอบพลาสติก
* **การควบคุมต้นทุน:** บริษัทมีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้กระชับและให้ความสำคัญกับการลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกและสงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของ Flexible Packaging
* **การกำหนดราคาขาย:** การที่ลูกค้ามีการสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้ว ทำให้การปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นทำได้ยาก
* **ภาวะเศรษฐกิจโลก:** สภาวะเศรษฐกิจของประเทศและทั่วโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนักจากภาวะสงครามและผลกระทบของโควิด-19 อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้า
* **การพึ่งพิงบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันโลกและสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบของ Flexible Packaging
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุนและราคาขาย:** ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ และการกำหนดราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
* **การเติบโตของยอดขาย Flexible Packaging:** ประสิทธิภาพในการขยายตลาดและเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปจากการยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การเปลี่ยนแปลงของผลกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการโดยรวม
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการลงทุนในเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มคุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging และการพยายามเติมเต็มกำลังการผลิตที่ยังว่างอยู่
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการกำหนดราคาขายสินค้าที่ลูกค้ามีการสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้ว
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ Flexible Packaging โดยราคาปรับตัวสูงขึ้น 15-20% ตามราคาน้ำมันโลก
* **GPM:** กำไรขั้นต้นจากการขายกระสอบพลาสติกค่อนข้างแน่นอนจากการ Outsourcing แต่ Flexible Packaging มีผลขาดทุนขั้นต้นเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง แต่กล่าวถึงการสั่งวัตถุดิบมาสำรองไว้ในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 782.46 ล้านบาท ลดลง 0.29% จากสิ้นปี 2564
* **สินทรัพย์หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 39.08% เป็น 142.31 ล้านบาท จากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นที่สูงขึ้นจากการขายเครื่องจักรให้บริษัทวาวาแพค
* **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:** ลดลง 1.32% เป็น 640.15 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทร่วม และการลดลงของที่ดินอาคารอุปกรณ์จากการคิดค่าเสื่อมราคาและการขายเครื่องจักร
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 136.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.41% จากสิ้นปี 2564
* **หนี้สินหมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 11.58% เป็น 127.79 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นสำหรับซื้อวัตถุดิบ (TR) และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการขอขยายเวลาชำระหนี้และสำรองวัตถุดิบ
* **หนี้สินไม่หมุนเวียน:** ลดลง 31.75% เป็น 8.58 ล้านบาท จากการคำนวณหนี้สินผลประโยชน์พนักงานใหม่หลังการยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 646.09 ล้านบาท ลดลง 1.78% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 11.74 ล้านบาท
* **หนี้สินระยะยาว:** บริษัทไม่มีหนี้สินระยะยาวจากสถาบันทางการเงิน
## สรุปท้าย
NEP ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นในกลุ่ม Flexible Packaging ซึ่งส่งผลให้ขาดทุนขั้นต้นเพิ่มขึ้น ประกอบกับการลดลงของรายได้จากการขายกระสอบพลาสติกจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ แม้ว่าบริษัทจะพยายามชดเชยด้วยการเพิ่มรายได้อื่นจากการให้เช่าเครื่องจักร และการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ดี แต่ผลขาดทุนสุทธิยังคงเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะที่การมุ่งเน้นขยายตลาด Flexible Packaging และการปรับรูปแบบธุรกิจกระสอบพลาสติกจะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรที่แน่นอนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NEP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
8.77
ล้านบาท
↑ 53.7% YoY
กำไรขั้นต้น
1.84
ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.99
%
กำไรสุทธิ
-0.46
ล้านบาท
↓ 106.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-5.26
%
D/E Ratio
0.01
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9
↑ + 53.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2
↑ + 4.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -106.6%
YoY
D/E Ratio
0.01
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NEP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.01
ROE (%)
1.76
ROA (%)
1.72
Book Value/หุ้น
0.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NEP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NEP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
16.98
-45.37%
|
31.08
+55.87%
|
19.94
-731.01%
|
-3.16
-109.98%
|
31.65
-205.75%
|
-29.93
+859.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-26.71
-46.41%
|
-49.84
+539.79%
|
-7.79
-131.99%
|
24.35
+192.67%
|
8.32
-85.88%
|
58.92
+101.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.14
-98.28%
|
8.12
-5,175.00%
|
-0.16
-99.19%
|
-19.78
+35.76%
|
-14.57
+129.81%
|
-6.34
-38.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-9.61
-9.85%
|
-10.66
-188.91%
|
11.99
+744.37%
|
1.42
-94.41%
|
25.40
+12.14%
|
22.65
-194.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5.06
+15.26%
|
4.39
-63.69%
|
12.09
-65.28%
|
34.82
-40.20%
|
58.23
+63.66%
|
35.58
-55.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
16.08
+217.79%
|
5.06
+15.26%
|
4.39
-63.69%
|
12.09
-65.28%
|
34.82
-40.20%
|
58.23
+4.77%
|