บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
0.19
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12642 out_tok=2745 at=2026-07-25T08:31:29 -->
# NEP ขาดทุนลดลง Q2/2566 รับผลบวกจากบริษัทร่วม แม้รายได้จากการขายวูบ
## รายได้จากการขายกระสอบพลาสติกหดตัว 60% แต่ภาพรวมขาดทุนสุทธิลดลง 8.21 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนและส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น
บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ NEP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิ 4.19 ล้านบาท ลดลง 8.21 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 12.40 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 60.07% จากการยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีขึ้น ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิของ NEP ในไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลง 8.21 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การบริหารต้นทุนขายที่ลดลงในอัตราที่เร็วกว่ารายได้จากการขาย และ 2) ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การบริหารต้นทุนขาย:** แม้รายได้จากการขายจะลดลง 49.91 ล้านบาท (60.07%) เนื่องจากยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก แต่ต้นทุนขายลดลง 46.40 ล้านบาท (54.50%) ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้นและยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น 16.80% อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายกระสอบพลาสติกเป็นการ Outsourcing หรือ Trading โดยว่าจ้างผลิตจากพันธมิตร ทำให้มีกำไรขั้นต้นจากการขายกระสอบพลาสติกที่แน่นอนขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 3.81 ล้านบาท (36.29%) จาก 10.50 ล้านบาท เป็น 14.31 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทร่วมมีผลกำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.65 ล้านบาท (42.90%) จากการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้กระชับและลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงค่าตอบแทนผู้บริหารที่ลดลง 1.18 ล้านบาท (45.86%) จากการลาออกของบุคลากรฝ่ายการตลาดและขาย และการที่ผู้ถือหุ้นไม่อนุมัติค่าตอบแทนกรรมการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของกำไรจากบริษัทร่วมที่ระบุว่ามีผลกำไรเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนการบริหารต้นทุนขายจากการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจกระสอบพลาสติกเป็นการ Outsourcing/Trading คาดว่าจะช่วยสร้างกำไรขั้นต้นที่แน่นอนได้ อย่างไรก็ตาม การที่ผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging มียอดขายและผลผลิตยังน้อยกว่าเป้าหมาย ทำให้กำลังการผลิตไม่ครอบคลุมต้นทุนคงที่ และการควบคุมของเสียยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อาจเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น บริษัทมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายการขาย Flexible Packaging อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากทำได้ตามแผน จะช่วยเพิ่มยอดขายและครอบคลุมต้นทุนคงที่ได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 66%:** ไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 4.19 ล้านบาท ลดลง 8.21 ล้านบาท (66.21%) จากขาดทุน 12.40 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายวูบ 60%:** รายได้จากการขายอยู่ที่ 33.17 ล้านบาท ลดลง 49.91 ล้านบาท (60.07%) จากการยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก
* **กำไรจากบริษัทร่วมโต 36%:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 3.81 ล้านบาท (36.29%) เป็น 14.31 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายลดลงตามยอดขาย:** ต้นทุนขายลดลง 46.40 ล้านบาท (54.50%) แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น 16.80%
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.65 ล้านบาท (42.90%) จากการปรับโครงสร้างองค์กร
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2566:** บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 4.19 ล้านบาท ลดลง 8.21 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 ที่ขาดทุน 12.40 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 33.17 ล้านบาท ลดลง 60.07% จาก 83.08 ล้านบาท เนื่องจากยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก ต้นทุนขายลดลง 54.50% ส่งผลให้มีผลขาดทุนขั้นต้น 16.80% อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 3.81 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.65 ล้านบาท
**งวด 6 เดือน ปี 2566:** บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 10.32 ล้านบาท ลดลง 13.82 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 24.14 ล้านบาท รายได้จากการขายรวม 68.49 ล้านบาท ลดลง 60.93% จาก 175.32 ล้านบาท ต้นทุนขายลดลง 57.68% ทำให้มีผลขาดทุนขั้นต้น 12.58% ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 5.27 ล้านบาท
## โอกาส
* **ธุรกิจ Flexible Packaging:** บริษัทมีแผนเร่งขยายการขาย Flexible Packaging โดยวิเคราะห์ลูกค้า คู่แข่ง ตลาด และวางแผนการตลาดเพื่อพัฒนาสินค้า (Product Innovation) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มกำไรสะสมและครอบคลุมต้นทุนคงที่
* **สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่และพัฒนาผลิตภัณฑ์:** มีแผนสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product) ที่เข้าถึงลูกค้าทุกช่องทาง และพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับลูกค้าเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-added)
* **บริการให้คำปรึกษา:** เน้นบริการเป็นที่ปรึกษาในการออกแบบและวางแผนธุรกิจด้าน Flexible Packaging
* **หาคู่ค้าทางธุรกิจ (Partner):** เพื่อขยายธุรกิจ Packaging เพิ่มช่องทางการขาย ลดต้นทุนการผลิต ลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการส่งมอบ
* **การพัฒนาทักษะพนักงาน:** เน้น Technology Transfer และการใช้เครื่องมือช่วยในการทำงาน เช่น Data Base, Software Analysis เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมของเสีย
## ความเสี่ยง
* **ยอดขาย Flexible Packaging ต่ำกว่าเป้า:** ผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging มียอดขายและผลผลิตที่ยังน้อยกว่าเป้าหมาย ทำให้กำลังการผลิตไม่ครอบคลุมต้นทุนคงที่ (Fixed Cost)
* **ประสิทธิภาพการผลิตและของเสีย:** การควบคุมของเสียยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งบริษัทต้องเร่งแก้ปัญหา
* **ต้นทุนต่อหน่วยสูง:** ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้นอยู่ เนื่องจากต้นทุนต่อหน่วยที่สูง
* **เศรษฐกิจโลกผันผวน:** ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และสถานการณ์โควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของยอดขาย Flexible Packaging:** ความสามารถในการเพิ่มยอดขายและผลผลิตให้เป็นไปตามเป้าหมาย
* **ประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมของเสีย:** การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานและลดของเสีย
* **การขยายธุรกิจผ่าน Partner Strategy:** ความสำเร็จในการหาพันธมิตรเพื่อเพิ่มยอดขายและกำไร
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การเติบโตของกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** การทำ Frame Supplier Contract และการหา Supplier รายใหม่เพื่อแข่งขันด้านราคา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ระบุว่าผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging มียอดขายและผลผลิตที่ยังน้อยกว่าเป้าหมาย ทำให้กำลังการผลิตไม่ครอบคลุมกับต้นทุนคงที่ (Fix cost) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และร่วมกับลูกค้า ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการสร้างคำสั่งซื้อในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการบันทึกขาดทุนจากวัตถุดิบเสื่อมสภาพ 1.33 ล้านบาท และขาดทุนจากมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับ 0.88 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความผันผวนของราคาหรือการบริหารจัดการสต็อก
* **GPM:** ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น (GPM ติดลบ) ที่ร้อยละ 16.80 ในไตรมาส 2/2566 และ 12.58% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 แม้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจกระสอบพลาสติก
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** มีการลดลงของสินค้าคงเหลือ 1.48 ล้านบาท ซึ่งสัมพันธ์กับยอดขายที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 639.17 ล้านบาท ลดลง 1.98% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 24.07% จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลงจากการขาดทุนจากการดำเนินงาน และลูกหนี้การค้า/สินค้าคงเหลือที่ลดลงตามยอดขาย
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 46.01 ล้านบาท ลดลง 5.31% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลงจากการสั่งซื้อวัตถุดิบลดลง และหนี้สินตามสัญญาเช่าที่ลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 593.16 ล้านบาท ลดลง 1.71% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2566 จำนวน 10.32 ล้านบาท
* **กระแสเงินสด:** ไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดโดยตรง แต่การลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 6.76 ล้านบาท สะท้อนถึงผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
NEP ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายจะลดลงอย่างมากจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ แต่การบริหารต้นทุนขายที่ลดลงในอัตราที่ใกล้เคียงกับยอดขาย ประกอบกับการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ดี เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยพลิกสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่การเพิ่มยอดขายและประสิทธิภาพการผลิตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging ซึ่งบริษัทมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ พัฒนาสินค้า และหาพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต โดยต้องจับตาการดำเนินการตามแผนดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NEP ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
8.77
ล้านบาท
↑ 53.7% YoY
กำไรขั้นต้น
1.84
ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.99
%
กำไรสุทธิ
-0.46
ล้านบาท
↓ 106.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-5.26
%
D/E Ratio
0.01
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
9
↑ + 53.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2
↑ + 4.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -106.6%
YoY
D/E Ratio
0.01
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NEP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.01
ROE (%)
1.76
ROA (%)
1.72
Book Value/หุ้น
0.25
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NEP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-27
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NEP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
16.98
-45.37%
|
31.08
+55.87%
|
19.94
-731.01%
|
-3.16
-109.98%
|
31.65
-205.75%
|
-29.93
+859.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-26.71
-46.41%
|
-49.84
+539.79%
|
-7.79
-131.99%
|
24.35
+192.67%
|
8.32
-85.88%
|
58.92
+101.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.14
-98.28%
|
8.12
-5,175.00%
|
-0.16
-99.19%
|
-19.78
+35.76%
|
-14.57
+129.81%
|
-6.34
-38.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-9.61
-9.85%
|
-10.66
-188.91%
|
11.99
+744.37%
|
1.42
-94.41%
|
25.40
+12.14%
|
22.65
-194.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5.06
+15.26%
|
4.39
-63.69%
|
12.09
-65.28%
|
34.82
-40.20%
|
58.23
+63.66%
|
35.58
-55.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
16.08
+217.79%
|
5.06
+15.26%
|
4.39
-63.69%
|
12.09
-65.28%
|
34.82
-40.20%
|
58.23
+4.77%
|