บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.59
+0.01 (+1.72%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7524 out_tok=2337 at=2026-07-25T20:53:07 -->
# MITSIB Q3/2566 กำไรสุทธิหด 63% รับต้นทุนพุ่ง-ดอกเบี้ยขาขึ้น
## รายได้รวมโต 16% แต่ต้นทุนและดอกเบี้ยจ่ายบานฉายภาพผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566
บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MITSIB รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 6.41 ล้านบาท ลดลง 63.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 16.35% จากการขายรถที่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนขาย ต้นทุนจัดจำหน่าย และต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ MITSIB ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้** โดยกำไรสุทธิลดลง 63.15% YoY แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 16.35%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินเป็นผลโดยตรงจากสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นในตลาด ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทเพิ่มขึ้น 57.18% YoY นอกจากนี้ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายยังเพิ่มขึ้นถึง 81.50% YoY และต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 24.89% YoY ซึ่งทั้งสองรายการผันแปรตามยอดขายรถขนส่งสาธารณะที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเหล่านี้มีสัดส่วนที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้จากการขาย (เพิ่มขึ้น 25.20%) และรายได้ทางการเงินตามสัญญาเช่าซื้อ (เพิ่มขึ้น 23.02%) ทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าต้นทุนทางการเงินปรับตัวสูงขึ้นสอดคล้องกับสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นในตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคต แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่ายและต้นทุนขายที่ผันแปรตามยอดขาย อาจเป็นปัจจัยที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การรับรู้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 11.75% YoY จากการยึดรถที่เพิ่มขึ้น เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตาดูแนวโน้ม NPL และการบริหารจัดการหนี้เสียของบริษัท
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 63.15% YoY** อยู่ที่ 6.41 ล้านบาท จาก 17.40 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/2566 เพิ่มขึ้น 16.35% YoY** อยู่ที่ 164.10 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายรถที่เพิ่มขึ้น 25.20% และรายได้ทางการเงินตามสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 23.02%
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 57.18% YoY** สอดคล้องกับสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 81.50% YoY** และต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 24.89% YoY ผันแปรตามยอดขาย
* **ผลขาดทุนจากการด้อยค่าด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 11.75% YoY** ส่วนใหญ่เกิดจากการยึดรถขนส่งสาธารณะที่เพิ่มขึ้น
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q3/2566 เพิ่มขึ้น 2.87% QoQ** เป็น 1,799.16 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้สินเชื่ออื่นเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม ณ สิ้น Q3/2566 เพิ่มขึ้น 4.42% QoQ** เป็น 1,032.18 ล้านบาท จากการเบิกเงินกู้จากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 MITSIB มีรายได้รวม 164.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.35% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 95.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.20% และรายได้ทางการเงินของเงินลงทุนสุทธิตามสัญญาเช่าซื้อ 43.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.02% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 24.89% ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 81.50% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 57.18% ส่งผลให้กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานลดลง 19.88% และกำไรสุทธิลดลง 63.15% มาอยู่ที่ 6.41 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 รายได้รวมลดลง 3.00% โดยรายได้จากการขายลดลง 7.32% แม้รายได้ทางการเงินตามสัญญาเช่าซื้อจะเพิ่มขึ้น 8.91% ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 16.50% และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 7.42% ทำให้กำไรสุทธิลดลง 32.62% มาอยู่ที่ 6.41 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 30.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 48.93% จากการเติบโตของรายได้จากการขาย 85.69% และรายได้ดอกเบี้ยรับจากการปล่อยสินเชื่อ 26.72% แม้ต้นทุนขายและต้นทุนในการจัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 11.63%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศ:** เป็นแนวโน้มที่ดีต่อการประกอบธุรกิจของกลุ่มบริษัทในอนาคต
* **การปล่อยสินเชื่อรถขนส่งสาธารณะที่เพิ่มขึ้น:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ทางการเงินตามสัญญาเช่าซื้อ
* **การเพิ่มขึ้นของยอดขายรถขนส่งสาธารณะ:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขาย
## ความเสี่ยง
* **สภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น:** ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น:** กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **การรับรู้ผลขาดทุนจากการยึดรถที่เพิ่มขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
* **การลดลงของสินค้าคงเหลือ:** อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดหากมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
* การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายและต้นทุนขาย
* การควบคุมคุณภาพสินเชื่อและแนวโน้ม NPL รวมถึงการบริหารจัดการหนี้เสีย
* ปริมาณการขายรถขนส่งสาธารณะและรายได้จากการปล่อยสินเชื่อ
* แผนการบริหารจัดการสต็อกสินค้าคงเหลือ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทลีสซิ่ง MITSIB ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและรายได้ทางการเงินตามสัญญาเช่าซื้อแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของปริมาณสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น การรับรู้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นจากการยึดรถเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวังคุณภาพสินทรัพย์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 1,799.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.87% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อสุทธิเพิ่มขึ้น 2.80% และลูกหนี้เงินให้สินเชื่ออื่นสุทธิเพิ่มขึ้น 9.80% ในขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง 35.56% หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,032.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.42% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 7.78% เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อที่ขยายตัว ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 766.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.84% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นในงวด
## สรุปท้าย
MITSIB เผชิญความท้าทายจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายและสินเชื่อจะเติบโตได้ดี แต่การบริหารจัดการต้นทุนและคุณภาพสินทรัพย์จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวและแนวโน้มดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง นักลงทุนควรจับตาดูแนวโน้มการควบคุมต้นทุนและผลขาดทุนด้านเครดิตอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MITSIB ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
143.88
ล้านบาท
↓ 26.8% YoY
กำไรขั้นต้น
57.65
ล้านบาท
↓ 29% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.07
%
กำไรสุทธิ
4.14
ล้านบาท
↓ 23.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.88
%
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
144
↓ -26.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
58
↓ -29%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -23.8%
YoY
D/E Ratio
0.73
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MITSIB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
4.53
ROA (%)
5.55
Book Value/หุ้น
0.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MITSIB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+107
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MITSIB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
107.06
-69.75%
|
353.96
-15.24%
|
417.62
+9,348.42%
|
4.42
-113.63%
|
-32.42
-47.34%
|
-61.57
+57.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.00
-53.85%
|
6.50
+577.08%
|
0.96
-85.50%
|
6.62
+1,103.64%
|
0.55
-109.35%
|
-5.88
-53.70%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-103.53
-28.20%
|
-144.20
+27.48%
|
-113.12
+852.19%
|
-11.88
-132.32%
|
36.76
-51.54%
|
75.86
+31.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6.53
-108.57%
|
-76.19
-268.30%
|
45.27
-33.91%
|
68.50
+1,300.82%
|
4.89
-41.85%
|
8.41
-130.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15.15
-30.12%
|
21.68
-32.25%
|
32.00
-57.99%
|
76.17
+145.95%
|
30.97
+37.28%
|
22.56
+36.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
29.61
+95.45%
|
15.15
-30.12%
|
21.68
-32.25%
|
32.00
-57.99%
|
76.17
+145.95%
|
30.97
+37.28%
|