บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.59
+0.01 (+1.72%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6218 out_tok=2310 at=2026-07-25T22:00:40 -->
# MITSIB กำไร Q1/2566 พุ่ง 814% รับยอดขายรถขนส่งหนุน-คุมด้อยค่าเครดิต
## รายได้รวมโตกว่า 65% จากการขายรถขนส่งสาธารณะที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MITSIB รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 14.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 814.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายรถขนส่งสาธารณะที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และการบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินงานพลิกฟื้นอย่างชัดเจน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ MITSIB ในไตรมาส 1 ปี 2566 ให้พุ่งสูงขึ้นถึง 814.36% (14.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.45 ล้านบาท) มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของ **รายได้จากการขายรถขนส่งสาธารณะ** ที่เพิ่มขึ้นถึง 127.49% และ **การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** ถึง 45.09% ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจหลักและการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายที่พุ่งสูง:** ปัจจัยหลักมาจากการที่ปริมาณการขายรถขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้ความต้องการใช้รถขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้รายได้จากการขายเติบโตถึง 111.44 ล้านบาท
* **การบริหารผลขาดทุนด้านเครดิต:** ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 11.05 ล้านบาท คิดเป็น 45.09% ส่วนใหญ่เกิดจากการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 6.53 ล้านบาท และการรับรู้ผลขาดทุนจากการยึดรถขนส่งสาธารณะที่ลดลง 4.52 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการหนี้เสียและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้รถขนส่งสาธารณะ และการที่บริษัทสามารถบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากยังคงรักษามาตรฐานการปล่อยสินเชื่อและติดตามคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด จะช่วยสนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 เติบโต 814.36%** แตะ 14.43 ล้านบาท จาก 2.02 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q1/2566 เพิ่มขึ้น 65.97%** เป็น 179.61 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายรถขนส่งสาธารณะพุ่ง 127.49%** เป็น 111.44 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 45.09%** เหลือ 13.45 ล้านบาท จากการกลับรายการและรับรู้ผลขาดทุนที่ลดลง
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q1/2566 เพิ่มขึ้น 7.19%** เป็น 1,702.56 ล้านบาท โดยลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้สินเชื่ออื่นปรับตัวเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม ณ สิ้น Q1/2566 เพิ่มขึ้น 11.74%** เป็น 949.43 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 14.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.45 ล้านบาท คิดเป็น 813.15% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 2.02 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 179.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.39 ล้านบาท หรือ 65.97% จาก 108.22 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 165.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.00 ล้านบาท หรือ 49.92% จาก 101.93 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ส่งผลดีต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจการปล่อยสินเชื่อรถขนส่งสาธารณะ
* **การขยายการปล่อยสินเชื่อ:** บริษัทมีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของสัญญาเช่าซื้อและสินเชื่ออื่น ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการสินเชื่อในตลาด
* **การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์:** การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** แม้เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 15.37% เป็น 9,248 ล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด
* **การพึ่งพิงรายได้จากการขายรถขนส่ง:** รายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากการขายรถขนส่งสาธารณะ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงหากตลาดนี้มีการแข่งขันสูงหรือมีความต้องการลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระยะถัดไป
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและอัตราดอกเบี้ย
* คุณภาพของพอร์ตสินเชื่อและการควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)
* การขยายธุรกิจของบริษัทย่อย และผลตอบรับจากตลาดสินเชื่อ
* การบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII):** แม้รายได้ดอกเบี้ยจากการรับซื้อสิทธิเรียกร้องจะลดลง 56.07% แต่รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้ชดเชยผลกระทบดังกล่าว โดยรายได้จากการขายรถขนส่งสาธารณะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
* **รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII):** รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 57.63% ส่วนใหญ่มาจากการปล่อยสินเชื่อของบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้น
* **ผลขาดทุนด้านเครดิต (Credit Cost):** มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 45.09% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อกำไร โดยมีการกลับรายการผลขาดทุนและรับรู้ผลขาดทุนจากการยึดรถลดลง
* **การปล่อยสินเชื่อ:** ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 9.40% และลูกหนี้เงินให้สินเชื่ออื่นเพิ่มขึ้น 8.44% สะท้อนการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 15.37% ซึ่งเป็นผลมาจากการกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 1,702.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.19% โดยมีลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ 1,190.48 ล้านบาท และลูกหนี้เงินให้สินเชื่ออื่น 377.50 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 949.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.74% ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินและบุคคลอื่น เพื่อนำมาใช้ในการปล่อยสินเชื่อ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 753.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.95% จากผลกำไรสุทธิของงวด
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 108.77 ล้านบาท เนื่องจากมีการขยายการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 89.08 ล้านบาท จากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
MITSIB โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 800% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายรถขนส่งสาธารณะที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้นทุนทางการเงินจะปรับสูงขึ้น แต่การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MITSIB ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
143.88
ล้านบาท
↓ 26.8% YoY
กำไรขั้นต้น
57.65
ล้านบาท
↓ 29% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.07
%
กำไรสุทธิ
4.14
ล้านบาท
↓ 23.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.88
%
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
144
↓ -26.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
58
↓ -29%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -23.8%
YoY
D/E Ratio
0.73
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MITSIB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
4.53
ROA (%)
5.55
Book Value/หุ้น
0.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MITSIB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+107
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MITSIB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
107.06
-69.75%
|
353.96
-15.24%
|
417.62
+9,348.42%
|
4.42
-113.63%
|
-32.42
-47.34%
|
-61.57
+57.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.00
-53.85%
|
6.50
+577.08%
|
0.96
-85.50%
|
6.62
+1,103.64%
|
0.55
-109.35%
|
-5.88
-53.70%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-103.53
-28.20%
|
-144.20
+27.48%
|
-113.12
+852.19%
|
-11.88
-132.32%
|
36.76
-51.54%
|
75.86
+31.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6.53
-108.57%
|
-76.19
-268.30%
|
45.27
-33.91%
|
68.50
+1,300.82%
|
4.89
-41.85%
|
8.41
-130.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15.15
-30.12%
|
21.68
-32.25%
|
32.00
-57.99%
|
76.17
+145.95%
|
30.97
+37.28%
|
22.56
+36.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
29.61
+95.45%
|
15.15
-30.12%
|
21.68
-32.25%
|
32.00
-57.99%
|
76.17
+145.95%
|
30.97
+37.28%
|