บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.59
+0.01 (+1.72%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4270 out_tok=2553 at=2026-07-25T21:35:22 -->
# MITSIB กำไร Q3/64 พุ่ง 192% รับผลบวกกลับรายการสำรองหนี้-คุมค่าใช้จ่าย
## รายได้หดแต่กำไรโตแรง! MITSIB พลิกเกมรับผลบวกกลับรายการสำรองหนี้-คุมค่าใช้จ่ายได้ดี
บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MITSIB รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 6.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 192.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับลดลง แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ส่งผลให้ผลกำไรเติบโตโดดเด่น โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์แนวโน้มที่ดีขึ้นหลังรัฐผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ MITSIB ในไตรมาส 3 ปี 2564 พุ่งสูงขึ้น 192.39% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL)** จำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านการตั้งสำรองหนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายโดยรวมที่ลดลง แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะปรับตัวลดลงก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์ COVID-19 ที่ต่อเนื่องมา ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ทำให้บริษัทต้องออกมาตรการช่วยเหลือต่างๆ อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลง บริษัทจึงสามารถ **กลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** ได้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อกำไรในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ บริษัทสามารถควบคุม **ค่าใช้จ่ายโดยรวม** ให้ลดลงได้ถึง 29.69% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการยึดรถ และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมของบริษัทย่อย แต่ผลบวกจากการกลับรายการสำรองหนี้มีน้ำหนักมากกว่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์จะส่งผลดีต่อ NPL และทำให้สามารถกลับรายการสำรองได้ในไตรมาสนี้ แต่สถานการณ์ COVID-19 ยังคงมีความไม่แน่นอน และผลกระทบต่อลูกหนี้อาจยังคงอยู่ นอกจากนี้ การที่ฝ่ายจัดการเตรียมพร้อมสำหรับการปล่อยสินเชื่อที่คาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นในอนาคต โดยมีการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์รวมจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและสินค้าคงเหลือ รวมถึงการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการให้บริการสินเชื่อ อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในอนาคตได้ จึงต้องติดตามสถานการณ์การระบาดและผลกระทบต่อลูกหนี้อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 เติบโต 192.39% YoY** อยู่ที่ 6.57 ล้านบาท จาก 13.67 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/64 ลดลง 19.97% YoY** อยู่ที่ 95.79 ล้านบาท สาเหตุหลักจากปริมาณการขายรถแท็กซี่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายรวม Q3/64 ลดลง 29.69% YoY** อยู่ที่ 88.44 ล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกจากการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q3/64 เพิ่มขึ้น 2.03%** จากสิ้นปี 2563 อยู่ที่ 1,506.34 ล้านบาท จากเงินสดและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม ณ สิ้น Q3/64 เพิ่มขึ้น 9.15%** จากสิ้นปี 2563 อยู่ที่ 794.48 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 6.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 192.39% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 13.67 ล้านบาท การเติบโตของกำไรนี้เกิดขึ้นท่ามกลางรายได้รวมที่ลดลง 19.97% มาอยู่ที่ 95.79 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายรถแท็กซี่ที่ชะลอตัวจากสถานการณ์ COVID-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้ลดลงถึง 29.69% มาอยู่ที่ 88.44 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญคือการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงหลังรัฐผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้นจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการยึดรถ และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมของบริษัทย่อย แต่ผลบวกจากการกลับรายการสำรองหนี้ได้เข้ามาช่วยหนุนกำไรโดยรวม
## โอกาส
* **การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์:** ส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจของลูกหนี้ และมีแนวโน้มทำให้ NPL ลดลง
* **การเตรียมพร้อมปล่อยสินเชื่อ:** การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์รวม โดยเฉพาะเงินสดและสินค้าคงเหลือ แสดงถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต
* **การเติบโตของสินเชื่อของบริษัทย่อย:** การกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการให้บริการสินเชื่ออื่นของบริษัทย่อยที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อ อาจส่งผลกระทบต่อลูกหนี้และเศรษฐกิจโดยรวมอีกครั้ง
* **ผลกระทบต่อลูกหนี้:** ลูกหนี้บางส่วนยังคงประสบปัญหาในการชำระหนี้ แม้จะมีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐและบริษัท
* **การรับรู้ผลขาดทุนจากการยึดรถ:** การที่ลูกหนี้ขาดความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจต่อ อาจนำไปสู่การยึดรถเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทต้องรับรู้
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อ อาจส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้ม NPL และการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) หลังการผ่อนคลายมาตรการ
* ปริมาณการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะรถแท็กซี่ป้ายแดงและรถมือสอง
* ผลกระทบจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการยึดรถต่อค่าใช้จ่ายของบริษัท
* ต้นทุนทางการเงิน และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน
* แผนการดำเนินงานและเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อของบริษัทย่อยในไตรมาส 4
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ของ MITSIB พบว่า **รายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม** (NII/non-NII) มีการปรับตัวลดลง โดยรายได้รวมอยู่ที่ 95.79 ล้านบาท ลดลง 19.97% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายรถแท็กซี่ที่ลดลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม **ค่าใช้จ่ายด้านผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Credit Cost)** มีการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่น โดยบริษัทมีการ **กลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** เนื่องจาก NPL ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่า **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** จะเพิ่มขึ้นจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการยึดรถ และ **ต้นทุนทางการเงิน** เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมของบริษัทย่อย แต่ผลบวกจากการกลับรายการสำรองหนี้มีน้ำหนักมากกว่า
ในด้าน **ฐานะการเงิน** สินทรัพย์รวม ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 เพิ่มขึ้น 2.03% เป็น 1,506.34 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปล่อยสินเชื่อที่คาดว่าจะดีขึ้น ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 9.15% เป็น 794.48 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการให้บริการสินเชื่อของบริษัทย่อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,506.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.92 ล้านบาท หรือ 2.03% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงสินค้าคงเหลือ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปล่อยสินเชื่อที่คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ในส่วนของหนี้สินรวมอยู่ที่ 794.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.63 ล้านบาท หรือ 9.15% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการให้บริการสินเชื่อของบริษัทย่อยที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4
## สรุปท้าย
MITSIB ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้น 192.39% เป็นผลมาจากปัจจัยหลักคือการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายโดยรวมที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ COVID-19 อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การระบาดและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับลูกหนี้ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่บริษัทได้เตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตของสินเชื่อในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MITSIB ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
143.88
ล้านบาท
↓ 26.8% YoY
กำไรขั้นต้น
57.65
ล้านบาท
↓ 29% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.07
%
กำไรสุทธิ
4.14
ล้านบาท
↓ 23.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.88
%
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
144
↓ -26.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
58
↓ -29%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -23.8%
YoY
D/E Ratio
0.73
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MITSIB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
4.53
ROA (%)
5.55
Book Value/หุ้น
0.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MITSIB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+107
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MITSIB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
107.06
-69.75%
|
353.96
-15.24%
|
417.62
+9,348.42%
|
4.42
-113.63%
|
-32.42
-47.34%
|
-61.57
+57.63%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.00
-53.85%
|
6.50
+577.08%
|
0.96
-85.50%
|
6.62
+1,103.64%
|
0.55
-109.35%
|
-5.88
-53.70%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-103.53
-28.20%
|
-144.20
+27.48%
|
-113.12
+852.19%
|
-11.88
-132.32%
|
36.76
-51.54%
|
75.86
+31.22%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6.53
-108.57%
|
-76.19
-268.30%
|
45.27
-33.91%
|
68.50
+1,300.82%
|
4.89
-41.85%
|
8.41
-130.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
15.15
-30.12%
|
21.68
-32.25%
|
32.00
-57.99%
|
76.17
+145.95%
|
30.97
+37.28%
|
22.56
+36.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
29.61
+95.45%
|
15.15
-30.12%
|
21.68
-32.25%
|
32.00
-57.99%
|
76.17
+145.95%
|
30.97
+37.28%
|