บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
37.75
+0.25 (+0.67%)
สรุปสั้น
กำไรหลักเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care และอัตรากําไรขั้นต้นที่ ปรับตัวดีขึ้น โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 16.8%YoY โดยในส่วนของ Mega We Care เติบโตขึ้น ร้อยละ 32.6 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ทุกภูมิภาครายงานการเติบโตที่ดี ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบ กับดอลล่าร์สหรัฐส่งผลดีบางส่วนต่อการเติบโตของรายได้
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10141 out_tok=3007 at=2026-07-25T20:19:45 -->
# MEGA กำไรสุทธิ Q4/2564 พุ่ง 16.3% รับแรงหนุนธุรกิจ Mega We Care TM
## รายได้รวมฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ธุรกิจ Maxxcare TM ชะลอตัวในไตรมาสสุดท้ายของปี
บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 495 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง 6.5% ในไตรมาสนี้ แต่ภาพรวมทั้งปี 2564 บริษัทฯ ยังคงเติบโตได้ดี โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 39.8% โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care TM ที่เติบโตโดดเด่น และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ MEGA ในไตรมาส 4 ปี 2564 และภาพรวมทั้งปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ในธุรกิจผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care TM ควบคู่ไปกับการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม** โดยกำไรสุทธิตามรายงานในไตรมาส 4 ปี 2564 เพิ่มขึ้น 16.3% และทั้งปีเพิ่มขึ้น 39.8% ขณะที่กำไรสุทธิหลังปรับปรุงก็เติบโต 3.9% ในไตรมาส 4 และ 28.8% ในทั้งปี
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของธุรกิจ Mega We Care TM มาจากการขยายตัวของรายได้ในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เติบโตถึง 17.8% ในปี 2564 (หลังปรับปรุงการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจในฟิลิปปินส์) ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้ต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 48.9% ในปี 2564 และ 51% ในไตรมาส 4 นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Mega We Care TM ยังคงแข็งแกร่ง อยู่ที่ 66.2% ในปี 2564 ซึ่งสูงกว่าธุรกิจ Maxxcare TM ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 17.5% การที่รายได้จาก Mega We Care TM ซึ่งมีมาร์จิ้นสูงกว่าเติบโตขึ้น จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทฯ ปรับตัวดีขึ้นจาก 39.6% ในปี 2563 เป็น 41.8% ในปี 2564 และจาก 41.7% ในไตรมาส 4 ปี 2563 เป็น 43.3% ในไตรมาส 4 ปี 2564
ในทางกลับกัน ธุรกิจการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Maxxcare TM มีรายได้ลดลง 13.9% ในไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินจ๊าดในพม่าที่ส่งผลให้เกิดการกักตุนสินค้าในไตรมาสก่อนหน้า และกลับสู่ภาวะปกติในไตรมาสนี้ แม้รายได้รวมจะลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ควบคุมได้ดี โดยเฉพาะการปรับปรุงการดำเนินงานในฟิลิปปินส์ ทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิยังคงเติบโตได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมีแผนที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และขยายธุรกิจในทวีปแอฟริกาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจเป็นสองเท่าในช่วง 5-7 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนลงทุนในโรงงานใหม่ที่ประเทศไทยและอินโดนีเซียในช่วงปี 2565-2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตและรองรับการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าการเติบโตอาจไม่เป็นเส้นตรงและอาจได้รับผลกระทบบ้างเป็นครั้งคราวจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง และปัจจัยอื่น ๆ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/2564 เติบโต 16.3% YoY** อยู่ที่ 495 ล้านบาท และ **ทั้งปี 2564 เติบโต 39.8% YoY** อยู่ที่ 1,941 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q4/2564 ลดลง 6.5% YoY** อยู่ที่ 3,272 ล้านบาท แต่ **ทั้งปี 2564 เติบโต 12.3% YoY** อยู่ที่ 14,136 ล้านบาท
* **ธุรกิจ Mega We Care TM เติบโตโดดเด่น** รายได้ปี 2564 เพิ่มขึ้น 18.2% YoY โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
* **อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้น** อยู่ที่ 41.8% ในปี 2564 และ 43.3% ใน Q4/2564 จาก 39.6% และ 41.7% ในปีก่อน ตามลำดับ
* **ธุรกิจ Maxxcare TM รายได้ Q4/2564 ชะลอตัว** ลดลง 13.9% YoY เนื่องจากผลกระทบจากค่าเงินจ๊าดในพม่า
* **แผนลงทุน 625 ล้านบาท** ในปี 2565-2566 เพื่อขยายกำลังการผลิตและสร้างโรงงานใหม่ในไทยและอินโดนีเซีย
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้จากการดำเนินงานรวมในปี 2564 อยู่ที่ 14,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care TM ที่เติบโต 18.2% ขณะที่ธุรกิจการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Maxxcare TM เติบโต 6.2% อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4 ปี 2564 รายได้รวมลดลง 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ Mega We Care TM ทรงตัว ขณะที่ Maxxcare TM ลดลง 13.9%
กำไรขั้นต้นโดยรวมในปี 2564 อยู่ที่ 5,911 ล้านบาท คิดเป็น 41.8% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 39.6% ในปีก่อน และในไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ 1,416 ล้านบาท คิดเป็น 43.3% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 41.7% ในปีก่อน การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นมาจากส่วนผสมของรายได้ที่ดีขึ้นในธุรกิจ Mega We Care TM และอัตรากำไรขั้นต้นตามส่วนงานที่ปรับตัวดีขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในปี 2564 อยู่ที่ 3,769 ล้านบาท คิดเป็น 26.7% ของรายได้ เพิ่มขึ้น 14.2% จากปีก่อน และในไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ 901 ล้านบาท คิดเป็น 27.5% ของรายได้ คงระดับเมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่งผลให้กำไรสุทธิตามรายงานในปี 2564 อยู่ที่ 1,941 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.8% และในไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ 495 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3%
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ Mega We Care TM:** ยังคงเป็นโอกาสสำคัญจากการขยายตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปแอฟริกา
* **การลงทุนในโรงงานใหม่:** การก่อสร้างโรงงานในประเทศไทยและอินโดนีเซียจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและรองรับการเติบโตในอนาคต
* **การขยายธุรกิจในทวีปแอฟริกา:** เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
* **การสร้างมูลค่าระยะยาว:** บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตของธุรกิจเป็นสองเท่าในช่วง 5-7 ปีข้างหน้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมือง:** อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของธุรกิจเป็นครั้งคราว
* **การอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่น:** เช่น กรณีเงินจ๊าดในพม่า อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในธุรกิจ Maxxcare TM
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะเป็นผู้นำตลาด แต่การแข่งขันยังคงมีอยู่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ธุรกิจ Maxxcare TM:** โดยเฉพาะในประเทศพม่า หลังสถานการณ์ค่าเงินเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานใหม่:** และผลกระทบต่อกำลังการผลิตและการดำเนินงาน
* **การขยายธุรกิจในทวีปแอฟริกา:** และผลตอบรับจากตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง
* **ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก:** เช่น เศรษฐกิจโลก การเมือง และสถานการณ์โรคระบาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ Mega We Care TM:** เติบโต 18.2% ในปี 2564 โดยมีสัดส่วน 48.9% ของรายได้รวมในปี 2564 และ 51% ใน Q4/2564 อัตรากำไรขั้นต้นสูงที่ 66.2%
* **รายได้ Maxxcare TM:** เติบโต 6.2% ในปี 2564 แต่ลดลง 13.9% ใน Q4/2564 โดยมีสัดส่วน 48.9% ของรายได้รวมในปี 2564 และ 46.5% ใน Q4/2564 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.5%
* **ธุรกิจรับจ้างผลิต:** รายได้เติบโต 33.8% ในปี 2564 และอัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงจาก 23.4% เป็น 40.7%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน:** เพิ่มขึ้น 1,313.8 ล้านบาท อยู่ที่ 2,531.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 จากการเติบโตของกำไรและการบริหารเงินทุนหมุนเวียน
* **ลูกหนี้การค้า:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 50.5 ล้านบาท อยู่ที่ 2,557.3 ล้านบาท
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 333.8 ล้านบาท อยู่ที่ 3,822.9 ล้านบาท
* **อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน:** อยู่ที่ 1.9 เท่า
* **วงจรเงินสด:** อยู่ที่ 124 วัน ลดลงเล็กน้อยจาก 126 วัน
* **การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร:** 140 ล้านบาทในปี 2564 โดยหลักเป็นการก่อสร้างโรงงานในไทย
* **แผนลงทุน 2565-2566:** 625 ล้านบาท สำหรับโรงงานในไทยและอินโดนีเซีย
* **หนี้สินหมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 624.6 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้า
* **หนี้สินไม่หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 44.1 ล้านบาท จากสัญญาเช่าและผลประโยชน์พนักงาน
* **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** ติดลบที่ (0.32) เท่า แสดงว่ามีเงินสดสุทธิ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 1,046.2 ล้านบาท อยู่ที่ 8,025.1 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ
## สรุปท้าย
MEGA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 16.3% จากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจ Mega We Care TM ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรโดยรวม แม้รายได้รวมจะชะลอตัวลงในไตรมาสสุดท้ายของปีจากธุรกิจ Maxxcare TM แต่ภาพรวมทั้งปีบริษัทยังคงเติบโตได้ดี พร้อมแผนลงทุนขยายกำลังการผลิตและขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งบ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและความผันผวนของตลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการเป็นครั้งคราว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MEGA ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
3,700.60
ล้านบาท
↑ 0.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,979.98
ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
53.50
%
กำไรสุทธิ
577.04
ล้านบาท
↓ 9.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.59
%
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,701
↑ + 0.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,980
↑ + 0.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
577
↓ -9.8%
YoY
D/E Ratio
0.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MEGA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
19.03
ROA (%)
16.41
Book Value/หุ้น
12.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MEGA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-360
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+384
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MEGA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-360.22
-63.65%
|
-991.08
+22.53%
|
-808.84
+2,274.75%
|
-34.06
-98.08%
|
-1,771.46
+185.57%
|
-620.32
+195.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
383.87
-156.84%
|
-675.37
-741.62%
|
105.26
-54.53%
|
231.47
-41.52%
|
395.81
-59.91%
|
987.23
+141.63%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,255.75
-269.87%
|
739.24
-7.41%
|
798.41
-2.53%
|
819.15
-20.01%
|
1,024.08
-11,390.85%
|
-9.07
-97.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
857.54
-161.77%
|
-1,388.22
-1,822.78%
|
80.58
-90.69%
|
865.31
-318.14%
|
-396.68
-181.60%
|
486.12
-388.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,462.73
+46.93%
|
2,356.73
-3.94%
|
2,453.47
+11.64%
|
2,197.69
+118.36%
|
1,006.45
-19.35%
|
1,247.92
+123.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,272.68
+23.39%
|
3,462.73
+46.93%
|
2,356.73
-3.94%
|
2,453.47
+11.64%
|
2,197.69
+118.36%
|
1,006.45
-19.35%
|