บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
37.75
+0.25 (+0.67%)
สรุปสั้น
กำไรหลักเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care และอัตรากําไรขั้นต้นที่ ปรับตัวดีขึ้น โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 16.8%YoY โดยในส่วนของ Mega We Care เติบโตขึ้น ร้อยละ 32.6 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ทุกภูมิภาครายงานการเติบโตที่ดี ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบ กับดอลล่าร์สหรัฐส่งผลดีบางส่วนต่อการเติบโตของรายได้
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14130 out_tok=2823 at=2026-07-25T21:04:02 -->
# MEGA กำไรสุทธิหลังปรับปรุงลดลง 4.3% รับผลกระทบ GPM ปี 65 สูงผิดปกติ
## รายได้รวม Q1/66 หดตัว 2.4% จากธุรกิจ Maxxcare ชะลอ ขณะที่ Mega We Care ทรงตัว ฝ่ายจัดการชี้ GPM ปี 65 สูงกว่าปกติ
บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 3,728.3 ล้านบาท ลดลง 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิหลังปรับปรุงอยู่ที่ 545.8 ล้านบาท ลดลง 4.3% โดยมีปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่สูงกว่าปกติในปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิตามรายงานลดลงถึง 26.1% จากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษอื่นๆ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิหลังปรับปรุงของ MEGA ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของธุรกิจผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care TM ที่มี GPM สูงผิดปกติในไตรมาส 1 ปี 2565 ส่งผลให้ GPM โดยรวมของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 43.6% ลดลงจาก 44.8% ในปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าปกติในไตรมาส 1 ปี 2565 ของธุรกิจ Mega We Care TM อยู่ที่ 69.0% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าปกติ ในขณะที่ไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 64.6% ซึ่งเป็นระดับที่ยั่งยืนตามที่เคยแนะนำไว้ การลดลงของ GPM โดยรวมจึงเป็นผลมาจากการเปรียบเทียบกับฐานที่สูงผิดปกติของปีก่อนหน้า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ GPM ของ Mega We Care TM ได้แก่ การเติบโตของรายได้ ส่วนผสมของรายได้ตามผลิตภัณฑ์ ประเทศ และระดับของผลผลิต
สำหรับธุรกิจการจัดจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า Maxxcare TM นั้น อัตรากำไรขั้นต้นปกติอยู่ที่ 19.9% ในไตรมาส 1 ปี 2566 ใกล้เคียงกับ 18.8% ในปีก่อนหน้า แม้จะมีการสูญเสียลูกค้าหนึ่งรายในเมียนมาร์ก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของ GPM ที่กลับสู่ระดับปกติ ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่า GPM ของ Mega We Care TM ในไตรมาส 1 ปี 2566 ที่ 64.6% เป็นระดับที่ยั่งยืนตามที่เคยแนะนำไว้ แสดงให้เห็นว่าการลดลงของ GPM เมื่อเทียบกับปีก่อนนั้น เป็นผลจากการเปรียบเทียบกับฐานที่สูงผิดปกติในปี 2565 มากกว่าจะเป็นสัญญาณของความเสื่อมถอยของอัตรากำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 2.4% YoY:** อยู่ที่ 3,728.3 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจ Maxxcare TM ที่ลดลง 4.0%
* **กำไรสุทธิหลังปรับปรุงลดลง 4.3% YoY:** อยู่ที่ 545.8 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจาก GPM ที่ลดลงเมื่อเทียบกับฐานสูงผิดปกติของปีก่อน
* **กำไรสุทธิตามรายงานลดลง 26.1% YoY:** อยู่ที่ 453.0 ล้านบาท จากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่สูง และรายการพิเศษอื่นๆ
* **ธุรกิจ Mega We Care TM ทรงตัว:** รายได้อยู่ที่ 1,952.6 ล้านบาท เติบโต 0.5% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ 5.6% ในแอฟริกา
* **ธุรกิจ Maxxcare TM หดตัว 4.0% YoY:** รายได้อยู่ที่ 1,716.6 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากการสูญเสียลูกค้าในเมียนมาร์ และการปรับผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน
* **GPM โดยรวมลดลง:** อยู่ที่ 43.6% จาก 44.8% ในปีก่อนหน้า เนื่องจาก GPM ของ Mega We Care TM ในปีก่อนสูงผิดปกติ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 3,728.3 ล้านบาท ลดลง 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care TM อยู่ที่ 1,952.6 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คงที่ ขณะที่แอฟริกามีการเติบโต 5.6% ส่วนรายได้จากธุรกิจการจัดจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า Maxxcare TM อยู่ที่ 1,716.6 ล้านบาท ลดลง 4.0% จากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการสูญเสียลูกค้าในเมียนมาร์และการปรับผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน
อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 43.6% ลดลงจาก 44.8% ในปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นของ Mega We Care TM ในปีก่อนที่สูงกว่าปกติ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปกติของ Maxxcare TM ยังคงทรงตัว
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 1,027.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% คิดเป็น 27.6% ของรายได้จากการดำเนินงาน เทียบกับ 25.9% ในปีก่อนหน้า
กำไรสุทธิหลังปรับปรุงอยู่ที่ 545.8 ล้านบาท ลดลง 4.3% จากปีก่อนหน้า เนื่องจาก GPM ที่ลดลง ในขณะที่กำไรสุทธิตามรายงานอยู่ที่ 453.0 ล้านบาท ลดลง 26.1% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้นจากการแข็งค่าของเงินบาท และรายการปรับปรุงอื่นๆ
## โอกาส
* **การเติบโตในแอฟริกา:** ธุรกิจ Mega We Care TM ในภูมิภาคแอฟริกามีการเติบโต 5.6% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาด
* **การรักษาตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้:** แม้จะเผชิญความท้าทาย แต่ธุรกิจ Mega We Care TM ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงรักษาระดับรายได้ไว้ได้
* **แผนการลงทุนระยะยาว:** บริษัทฯ มีแผนการลงทุนในโรงงานใหม่ที่ประเทศไทยและอินโดนีเซีย รวมถึงการมองหาโอกาสสร้างโรงงานในเวียดนาม เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
* **เป้าหมายการเติบโตสองเท่า:** บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตของธุรกิจเป็นสองเท่าภายในปี 2568
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้นจากการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิตามรายงาน
* **การสูญเสียลูกค้า:** การสูญเสียลูกค้าหนึ่งรายในเมียนมาร์ส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจ Maxxcare TM
* **การแข่งขันและปัจจัยภายนอก:** การเติบโตของธุรกิจอาจได้รับผลกระทบเป็นครั้งคราวจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง และปัจจัยอื่นๆ
* **ความผันผวนของ GPM:** GPM ของธุรกิจ Mega We Care TM เคยสูงผิดปกติในปีก่อนหน้า ซึ่งอาจทำให้การเปรียบเทียบผลประกอบการในแต่ละไตรมาสมีความผันผวน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม GPM ของ Mega We Care TM:** จับตาว่า GPM จะยังคงอยู่ในระดับที่ยั่งยืนตามที่ฝ่ายจัดการระบุ หรือมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง
* **การฟื้นตัวของธุรกิจ Maxxcare TM:** ติดตามการปรับตัวของธุรกิจ Maxxcare TM หลังการสูญเสียลูกค้าในเมียนมาร์ และการบริหารจัดการผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ความคืบหน้าการลงทุน:** ติดตามความคืบหน้าของแผนการก่อสร้างโรงงานในประเทศไทย อินโดนีเซีย และการศึกษาความเป็นไปได้ในเวียดนาม
* **การเติบโตในภูมิภาคแอฟริกา:** ประเมินศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ Mega We Care TM ในตลาดแอฟริกา
* **ผลกระทบจากปัจจัยมหภาค:** ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจ Mega We Care TM:** แม้รายได้รวมจะทรงตัว แต่การเติบโต 5.6% ในแอฟริกาเป็นสัญญาณที่ดี ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้คงที่ แสดงถึงการรักษาฐานลูกค้าได้ดี
* **ธุรกิจ Maxxcare TM:** การลดลงของรายได้ 4.0% เป็นประเด็นที่ต้องจับตา โดยเฉพาะการสูญเสียลูกค้าในเมียนมาร์ ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามีผลกระทบต่อรายได้ 12.8% หลังปรับผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** การกลับสู่ระดับปกติของ GPM Mega We Care TM เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาในการประเมินผลประกอบการระยะยาว ส่วน GPM ของ Maxxcare TM ยังคงแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 14,701.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและเงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้น 7.3% เป็น 2,992.1 ล้านบาท ขณะที่ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังลดลงเล็กน้อย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,498.8 ล้านบาท ลดลง 6.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเจ้าหนี้การค้าลดลง 12.5% ขณะที่หนี้สินหมุนเวียนรวมลดลง 6.6%
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 9,202.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.60 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.02 เท่า แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 311 ล้านบาท คิดเป็น 69% ของกำไรสุทธิ
## สรุปท้าย
MEGA ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเมื่อเทียบกับฐานสูงผิดปกติของปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้รวมจะหดตัวเล็กน้อยจากธุรกิจ Maxxcare TM แต่ธุรกิจ Mega We Care TM ยังคงรักษาเสถียรภาพได้ โดยเฉพาะการเติบโตในแอฟริกา แม้กำไรสุทธิตามรายงานจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษ แต่การกลับสู่ระดับ GPM ที่ยั่งยืนของ Mega We Care TM และการบริหารจัดการต้นทุนที่คงที่ เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าผลประกอบการอาจมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะยาว หากสามารถขยายตลาดในแอฟริกาและบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MEGA ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
3,700.60
ล้านบาท
↑ 0.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,979.98
ล้านบาท
↑ 0.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
53.50
%
กำไรสุทธิ
577.04
ล้านบาท
↓ 9.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.59
%
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,701
↑ + 0.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,980
↑ + 0.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
577
↓ -9.8%
YoY
D/E Ratio
0.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MEGA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
19.03
ROA (%)
16.41
Book Value/หุ้น
12.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MEGA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-360
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+384
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MEGA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-360.22
-63.65%
|
-991.08
+22.53%
|
-808.84
+2,274.75%
|
-34.06
-98.08%
|
-1,771.46
+185.57%
|
-620.32
+195.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
383.87
-156.84%
|
-675.37
-741.62%
|
105.26
-54.53%
|
231.47
-41.52%
|
395.81
-59.91%
|
987.23
+141.63%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,255.75
-269.87%
|
739.24
-7.41%
|
798.41
-2.53%
|
819.15
-20.01%
|
1,024.08
-11,390.85%
|
-9.07
-97.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
857.54
-161.77%
|
-1,388.22
-1,822.78%
|
80.58
-90.69%
|
865.31
-318.14%
|
-396.68
-181.60%
|
486.12
-388.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,462.73
+46.93%
|
2,356.73
-3.94%
|
2,453.47
+11.64%
|
2,197.69
+118.36%
|
1,006.45
-19.35%
|
1,247.92
+123.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,272.68
+23.39%
|
3,462.73
+46.93%
|
2,356.73
-3.94%
|
2,453.47
+11.64%
|
2,197.69
+118.36%
|
1,006.45
-19.35%
|