บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
20.10
+0.10 (+0.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6249 out_tok=2687 at=2026-07-25T19:11:29 -->
# M กำไรปี 65 พุ่งเกือบ 10 เท่า รับอานิสงส์กำลังซื้อฟื้น-ท่องเที่ยวคึกคัก
## Q4 กำไรหด 20% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน GPM
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M รายงานผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิ 1,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 998.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2565 กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 19.7% มาอยู่ที่ 321 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ M ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการ** ซึ่งเติบโตถึง 40.7% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ และการกลับมาของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales) เพิ่มขึ้นถึง 38.6% อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2565 **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น** กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การฟื้นตัวของรายได้:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการที่ร้านอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคในร้าน (Dine-in) ซึ่งมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจาก 68% ในปี 2564 เป็น 80% ในปี 2565 ขณะที่สัดส่วนรายได้จากการจัดส่ง (Delivery) ซึ่งมี GPM ต่ำกว่า ลดลงจาก 22% เป็น 10% ประกอบกับการกลับมาของนักท่องเที่ยวก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนรายได้ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการปรับขึ้นราคาขายเล็กน้อยเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
**แรงกดดันต่อ GPM:** แม้ว่า GPM โดยรวมของปี 2565 จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 64.1% เป็น 65.3% เนื่องจากสัดส่วนรายได้จาก Dine-in ที่สูงขึ้น แต่ในไตรมาส 4/2565 GPM กลับลดลงจาก 66.9% เป็น 65.0% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**รายได้:** มี **โอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยบวกจากการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวคาดว่าจะยังคงส่งผลดีต่อรายได้ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดร้านอาหารอาจมีความรุนแรงขึ้น
**อัตรากำไร:** มีแนวโน้ม **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการปรับขึ้นราคาขายและบริหารจัดการต้นทุน แต่ผลกระทบต่อ GPM ในระยะสั้นยังคงเป็นความท้าทาย
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโตเกือบ 10 เท่า:** จาก 131 ล้านบาท เป็น 1,439 ล้านบาท
* **รายได้ปี 2565 พุ่ง 40.7%:** แตะ 15,728 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและนักท่องเที่ยว
* **GPM ปี 2565 ดีขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 65.3% จาก 64.1% ในปีก่อน
* **GPM ไตรมาส 4/2565 หดตัว:** เหลือ 65.0% จาก 66.9% YoY เหตุต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้ลดลง:** ปี 2565 อยู่ที่ 54.2% จาก 63.1% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น:** เป็น 87 ล้านบาท จากการนำมาตรฐาน IFRS 16 มาใช้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 15,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้ชีวิตตามปกติและนักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางเข้ามา ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales) เพิ่มขึ้น 38.6% สำหรับกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10,267 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.2% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 64.1% เป็น 65.3% เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากการบริโภคในร้าน (Dine-in) เพิ่มขึ้น และมีการปรับขึ้นราคาขายเล็กน้อยเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 20.6% เป็น 8,646 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับรายได้รวมแล้ว อัตราส่วนลดลงจาก 63.1% เป็น 54.2% เนื่องจากรายได้เติบโตเร็วกว่าค่าใช้จ่าย ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 998.5% มาอยู่ที่ 1,439 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 4/2565 รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 4,149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% YoY แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 19.7% มาอยู่ที่ 321 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 66.9% เป็น 65.0% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 21.0% และมีสัดส่วนต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 53.3% เป็น 55.4%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวต่อเนื่องของกำลังซื้อในประเทศ:** การกลับสู่ภาวะปกติหลังโควิด-19 หนุนการบริโภคในภาคบริการ โดยเฉพาะร้านอาหาร
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อรายได้ โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวและสาขาที่ตั้งในเมือง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ มีการปรับขึ้นราคาขายและบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อชดเชยผลกระทบจากราคาวัตถุดิบ
* **การขยายช่องทางการขาย:** การผสมผสานระหว่าง Dine-in, Takeaway และ Delivery ยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมร้านอาหาร:** ตลาดมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** หากเศรษฐกิจโลกหรือในประเทศชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเช่า และค่าสาธารณูปโภคที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เนื้อสัตว์ ผัก และอาหารทะเล ว่าจะทรงตัวหรือปรับลดลง
* **การบริหารจัดการ GPM:** ประเมินความสามารถของบริษัทฯ ในการรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นผ่านการปรับราคาและการควบคุมต้นทุน
* **การเติบโตของรายได้:** จับตาการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และการขยายสาขาใหม่
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยว:** ประเมินผลกระทบต่อรายได้ของสาขาที่ตั้งในแหล่งท่องเที่ยวและเมืองหลัก
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ติดตามสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ ว่าจะสามารถรักษาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GPM ในไตรมาส 4/2565
* **Volume:** ยอดขายโดยรวมเติบโต 40.7% ในปี 2565 และยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 38.6% สะท้อนถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **GPM:** GPM โดยรวมปี 2565 ดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 65.3% แต่ใน Q4/2565 ลดลงเป็น 65.0% จาก 66.9% YoY
* **ช่องทางขาย:** สัดส่วน Dine-in เพิ่มขึ้น (จาก 68% เป็น 80%) และ Delivery ลดลง (จาก 22% เป็น 10%) ซึ่งส่งผลดีต่อ GPM โดยรวม
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากสต็อกในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือรายได้จากการส่งออกในเอกสาร
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 19,901 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินอื่นและเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของภาษีเงินได้ค้างจ่ายและเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 13,765 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีแห่งการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของ M โดยมีรายได้เติบโตอย่างโดดเด่นจากการกลับมาของกำลังซื้อและนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นในไตรมาส 4/2565 ได้ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ขณะที่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการปรับขึ้นราคาขายยังคงเป็นกลยุทธ์หลักในการรักษาผลประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ M ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
3,959.22
ล้านบาท
↑ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
2,457.41
ล้านบาท
↓ 0.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.07
%
กำไรสุทธิ
102.60
ล้านบาท
↓ 71% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.59
%
D/E Ratio
0.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,959
↑ + 3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,457
↓ -0.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
103
↓ -71%
YoY
D/E Ratio
0.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — M
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.43
ROE (%)
6.36
ROA (%)
5.56
Book Value/หุ้น
14.21
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — M
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,218
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+751
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — M
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,218.01
+11.21%
|
-1,095.24
-31.65%
|
-1,602.40
+9.99%
|
-1,456.88
-666.97%
|
256.96
-69.87%
|
852.92
-31.60%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
751.44
+34.48%
|
558.79
+60.83%
|
347.45
-192.51%
|
-375.57
-15.29%
|
-443.34
+112.43%
|
-208.70
-78.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,568.68
+3.11%
|
1,521.39
-2.31%
|
1,557.30
+10.78%
|
1,405.78
+34.79%
|
1,042.96
-449.87%
|
-298.10
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,102.10
+11.90%
|
984.93
+225.76%
|
302.35
-170.86%
|
-426.69
-149.81%
|
856.59
+147.48%
|
346.12
-46.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
670.40
-14.76%
|
786.46
+24.76%
|
630.36
+26.96%
|
496.50
-2.54%
|
509.45
-36.96%
|
808.11
+11.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
591.37
-11.79%
|
670.40
-14.76%
|
786.46
+24.76%
|
630.36
+26.96%
|
496.50
-2.54%
|
509.45
-36.96%
|