บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
20.10
+0.10 (+0.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8857 out_tok=2663 at=2026-07-25T07:31:29 -->
# M โชว์รายได้ Q2/66 โต 10.4% รับแรงหนุนบริโภคฟื้น-ท่องเที่ยวคึกคัก
## กำไรสุทธิ Q2/66 เพิ่ม 4.5% แม้ค่าใช้จ่ายพุ่ง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกหนุนครึ่งปีหลัง
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการเติบโต 10.4% แตะ 4,435 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของผู้บริโภคและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้น 4.5% เป็น 459 ล้านบาท แม้จะเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ M ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของยอดขายจากการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเติบโตถึง 10.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าสาธารณูปโภค ได้ส่งผลกดดันอัตรากำไรสุทธิ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่ชะลอลงกว่ารายได้ที่ 4.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเติบโตของรายได้มาจาก **การกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของผู้บริโภค** หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ประกอบกับการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของ **ภาคการท่องเที่ยว** โดยเฉพาะการเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อยอดขายผ่านช่องทางรับประทานที่ร้าน (Dine-in) ที่เป็นสัดส่วนหลักของรายได้
ในขณะเดียวกัน **ต้นทุนขาย** เพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับรายได้ (9.1% เทียบกับ 10.4%) และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 65.3% เป็น 65.7% เนื่องจากมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เคยปรับสูงขึ้นในช่วงต้นปี และบางส่วนเริ่มมีแนวโน้มลดลง
แต่ปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิคือ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ที่เพิ่มขึ้นถึง 16.5% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาปรับตัวดีขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ และภาคการท่องเที่ยวมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะหลังการเปิดประเทศของจีน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นแนวโน้มเชิงบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อรักษาอัตรากำไรสุทธิ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการ** ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 4,435 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ยอดขายสาขาเดิม (Same-store sales growth)** เติบโต 10.5% ในไตรมาส 2 ปี 2566
* **กำไรขั้นต้น** อยู่ที่ 2,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 65.7%
* **กำไรสุทธิ** อยู่ที่ 459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ปรับเพิ่มขึ้น 16.5% เป็น 2,468 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 54.6%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 4,435 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จาก 4,016 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ทำให้ยอดขายสาขาเดิมเติบโต 10.5%
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 2,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 65.7% จาก 65.3% ในปีก่อน เนื่องจากมีการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่ปรับสูงขึ้นในช่วงต้นปี และบางชนิดเริ่มมีแนวโน้มลดลง
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 16.5% เป็น 2,468 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 54.6% จาก 52.2% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย
ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จาก 439 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 8,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% และมีกำไรสุทธิ 784 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากประเทศจีน เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อยอดขาย โดยเฉพาะในร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว
* **การกลับสู่ภาวะปกติของผู้บริโภค:** พฤติกรรมผู้บริโภคที่กลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ส่งผลดีต่อการใช้จ่ายผ่านช่องทางรับประทานที่ร้าน (Dine-in) ซึ่งเป็นช่องทางหลัก
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** แนวโน้มราคาวัตถุดิบบางชนิดที่เริ่มมีทิศทางลดลงในช่วงปลายไตรมาส 2 อาจช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนขายในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าสาธารณูปโภคที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้บางชนิดจะเริ่มลดลง แต่ต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทอาจยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศ หรือสถานการณ์โลก
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหาร:** อุตสาหกรรมอาหารยังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการปรับราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG):** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องในระดับสูงได้หรือไม่ โดยเฉพาะในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** บริษัทฯ จะสามารถควบคุมการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิ
* **กลยุทธ์การปรับราคาขาย:** การปรับราคาขายในอนาคตจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและความสามารถในการแข่งขันหรือไม่
* **การฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค:** ปัจจัยด้านกำลังซื้อโดยรวมของประชาชนยังคงเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจอาหาร
* **การขยายสาขาและช่องทางใหม่ๆ:** แผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นในช่วงต้นปี และต้นทุนวัตถุดิบบางชนิดเริ่มมีแนวโน้มลดลงในช่วงปลายไตรมาส 2 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อ GPM
* **Volume:** ยอดขายจากการบริโภคที่ร้าน (Dine-in) ซึ่งเป็นช่องทางหลักมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึง Volume การขายที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 65.3% เป็น 65.7% ใน Q2/66 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงและมีเสถียรภาพ
* **ช่องทางขาย:** การเติบโตหลักมาจากช่องทาง Dine-in ขณะที่ Takeaway และ Delivery ยังคงมีสัดส่วนที่สำคัญ
* **สต็อก:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงประเด็นสต็อกสินค้าในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงประเด็นอัตราแลกเปลี่ยนหรือการส่งออกในเอกสาร
* **ฤดูกาลผลิต:** ธุรกิจร้านอาหารไม่ได้มีลักษณะฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนเหมือนภาคเกษตร แต่มีปัจจัยฤดูกาลของการบริโภค เช่น เทศกาลต่างๆ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 19,784 ล้านบาท ลดลง 0.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และเงินสด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,066 ล้านบาท ลดลง 1.1% จากสิ้นปี 2565 โดยลดลงจากเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินตามสัญญาเช่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 13,718 ล้านบาท ลดลง 0.3% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล
เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลกระแสเงินสดโดยละเอียด แต่ระบุว่าค่าใช้จ่ายทางการเงินส่วนใหญ่เกิดจากดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากหนี้สินตามสัญญาเช่าตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 16
## สรุปท้าย
M สามารถพลิกฟื้นรายได้ในไตรมาส 2 ปี 2566 ด้วยการเติบโต 10.4% จากแรงหนุนของการบริโภคและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก แม้จะเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและการปรับราคาขายช่วยประคองอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิในระยะยาว โดยภาพรวมครึ่งปีแรกยังคงแสดงการเติบโตที่ดีทั้งรายได้และกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับครึ่งปีหลัง.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ M ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
3,959.22
ล้านบาท
↑ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
2,457.41
ล้านบาท
↓ 0.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
62.07
%
กำไรสุทธิ
102.60
ล้านบาท
↓ 71% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.59
%
D/E Ratio
0.43
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,959
↑ + 3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,457
↓ -0.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
103
↓ -71%
YoY
D/E Ratio
0.43
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — M
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.43
ROE (%)
6.36
ROA (%)
5.56
Book Value/หุ้น
14.21
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — M
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,218
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+751
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — M
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,218.01
+11.21%
|
-1,095.24
-31.65%
|
-1,602.40
+9.99%
|
-1,456.88
-666.97%
|
256.96
-69.87%
|
852.92
-31.60%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
751.44
+34.48%
|
558.79
+60.83%
|
347.45
-192.51%
|
-375.57
-15.29%
|
-443.34
+112.43%
|
-208.70
-78.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,568.68
+3.11%
|
1,521.39
-2.31%
|
1,557.30
+10.78%
|
1,405.78
+34.79%
|
1,042.96
-449.87%
|
-298.10
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,102.10
+11.90%
|
984.93
+225.76%
|
302.35
-170.86%
|
-426.69
-149.81%
|
856.59
+147.48%
|
346.12
-46.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
670.40
-14.76%
|
786.46
+24.76%
|
630.36
+26.96%
|
496.50
-2.54%
|
509.45
-36.96%
|
808.11
+11.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
591.37
-11.79%
|
670.40
-14.76%
|
786.46
+24.76%
|
630.36
+26.96%
|
496.50
-2.54%
|
509.45
-36.96%
|