บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.89
0.01 (1.11%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และ ค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่ลดน้อยลง ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้เพิ่มขึ้นจำนวน 15,91 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.73 เป็นผลมาจากสินค้ากลุ่มในเกลียวที่ใช้ในการเก็บเกี่ยวผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมียอดขายในปี 2563 เพิ่มมากขึ้นจากปี 2562 จำนวน 19.65 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 50.29 จากปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากฝนที่เริ่มตกตามฤดูกาล ทำให้ปริมาณน้ำเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นและแนวใน้มผลผลิตทาง การเกษตรที่คาดว่าน่าจะดีกว่าปีที่แล้ว
ราคาวัตถุดิบรองบริษัทมักมีทิศทางอ้างอิงกับราคาเหล็กโลก โดยพบว่าในช่วงครึ่งปีแรก ราคาเหล็กมีการปรับตัวลดลง ทำให้บริษัทมีต้นทุนการซื้อวัตถุดิบที่ลดลงในช่วงระหว่างปี 2563 ส่งผลต่อต้นทุนขาย ที่ลดลงของบริษัทด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ ตามราคาเหล็กโลกเริ่มมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2563 ซึ่ง บริษัทคาดว่าอาจมีผลกระทบต่อต้นทุนขายในช่วงต้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8166 out_tok=2799 at=2026-07-25T19:19:11 -->
# KWM ปี 64 กำไรสุทธิพุ่ง 91% รับอานิสงส์รายได้ขายโต-บริหารต้นทุน
## รายได้จากการขายโต 60% หนุนกำไร KWM พุ่ง 91% ขณะที่ต้นทุนเหล็กโลกพุ่งกระทบ GPM เล็กน้อย
บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM รายงานผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 82.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่สูงถึง 60.89% ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทเผชิญกับแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KWM ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 60.89%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 91.23% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับลดลงเล็กน้อยจาก 26.44% ในปี 2563 เป็น 24.15% ในปี 2564 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายที่มากพอได้ชดเชยผลกระทบดังกล่าว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายในปี 2564 มาจากการที่บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจาก **ภาพรวมเศรษฐกิจการเกษตรที่ขยายตัว** โดยเฉพาะสาขาพืชและบริการทางการเกษตร ซึ่งมีสภาพอากาศเอื้ออำนวย ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้เกษตรกรมีการผลิตและบริหารจัดการสินค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การที่บริษัทสามารถเพิ่ม Utilization Rate ของเครื่องจักรในโรงงาน Y ได้ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจการเกษตรจะดูดีในปี 2564 แต่ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตของรายได้ในครั้งนี้อาจมีความผันผวนในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่บริษัทต้องสต็อกวัตถุดิบมากขึ้นเนื่องจากราคาเหล็กโลกที่ผันผวนและสถานการณ์ในประเทศจีนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาจส่งผลต่อต้นทุนและอัตรากำไรในระยะต่อไป การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการใช้วงเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายปี 2564 เติบโต 60.89%** แตะระดับ 567.30 ล้านบาท จาก 352.60 ล้านบาทในปี 2563
* **กำไรสุทธิปี 2564 พุ่ง 91.23%** อยู่ที่ 82.84 ล้านบาท จาก 43.32 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเล็กน้อย** จาก 26.44% เป็น 24.15% เนื่องจากราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.86%** จากการเพิ่ม Utilization Rate ของเครื่องจักรโรงงาน Y
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 53.56%** เป็น 730.86 ล้านบาท โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นมากถึง 132.64%
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 104.36%** เป็น 228.88 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM มีรายได้จากการขายรวม 567.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 214.70 ล้านบาท หรือ 60.89% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 65.91% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 26.44% เป็น 24.15% เนื่องจากราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ทำให้เกิด Economy of Scale ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายต่อหน่วยลดลง ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 60.18% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.86% จากการเพิ่ม Utilization Rate ของเครื่องจักรโรงงาน Y ทำให้กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 88.11% เป็น 94.75 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 44.96% จากการใช้วงเงินกู้ยืมเพื่อนำเข้าวัตถุดิบที่มากขึ้น บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 เท่ากับ 82.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 14.60%
## โอกาส
* **การเติบโตของเศรษฐกิจการเกษตร:** ปัจจัยสนับสนุนจากสภาพอากาศที่ดี ราคาสินค้าเกษตรที่สูง และมาตรการภาครัฐ เป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
* **การขยายกำลังการผลิต:** การซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 และการสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่สำหรับไลน์ผลิตใบผาลและเครื่องสกัด บ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
* **Economy of Scale:** การเติบโตของรายได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วยในการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นและปัญหาขาดแคลนเหล็กเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **สถานการณ์เหล็กในประเทศจีน:** นโยบายภาครัฐของจีนที่มุ่งเน้นพลังงานสะอาด อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานเหล็กในตลาดโลก ซึ่งบริษัทต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การใช้วงเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการนำเข้าวัตถุดิบและขยายกิจการ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง:** การสต็อกวัตถุดิบที่มากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการและรับมือกับสถานการณ์เหล็กโลก อาจส่งผลต่อภาระต้นทุนทางการเงินและสภาพคล่อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลกและผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* ความสามารถในการบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพ
* การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* ความคืบหน้าในการขยายโรงงานแห่งที่ 3 และการติดตั้งเครื่องจักรใหม่
* การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** การเพิ่มขึ้นของ Utilization Rate ในโรงงาน Y เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเมื่อมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น
* **Order Book:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุ Order Book โดยตรง แต่การที่บริษัทต้องเพิ่มการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับความต้องการสินค้าของลูกค้า และการขยายกำลังการผลิต บ่งชี้ถึงแนวโน้มคำสั่งซื้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กในตลาดโลกเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้นของ KWM
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อยจาก 26.44% เป็น 24.15% เป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง หากราคาวัตถุดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการขายในทุกผลิตภัณฑ์ อาจรวมถึงตลาดส่งออกด้วย
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึง "กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน" เพิ่มขึ้น 154.05% แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดที่ชัดเจน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 132.64% ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตและราคาเหล็กโลกที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 730.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.56% โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 25.58% เป็น 139.64 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 25.74% เป็น 101.80 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 132.64% เป็น 274.35 ล้านบาท ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 28.07% เป็น 189.08 ล้านบาท จากการซื้อที่ดินเพื่อขยายโรงงาน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 414.62% เป็น 13.38 ล้านบาท จากเงินมัดจำเครื่องจักรใหม่
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 104.36% เป็น 228.88 ล้านบาท โดยเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 69.77% เป็น 129.96 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 74.32% เป็น 39.03 ล้านบาท และมีเงินกู้ยืมระยะยาว 37.95 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 37.93% เป็น 501.98 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการดำเนินงานและผลจากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ KWM-W1 จำนวน 77.90 ล้านบาท
กระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมดำเนินงานสุทธิ 51.26 ล้านบาท, กระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมลงทุนสุทธิ 66.71 ล้านบาท, และกระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินสุทธิ 146.41 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมและการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ
## สรุปท้าย
KWM โชว์ผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 91.23% เป็นผลจากรายได้จากการขายที่เติบโตกว่า 60% จากอานิสงส์เศรษฐกิจภาคเกษตรที่ฟื้นตัว ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากราคาเหล็กโลกที่ผันผวนและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตแสดงถึงความพร้อมในการเติบโตในอนาคต แต่การบริหารจัดการสต็อกสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KWM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
81.06
ล้านบาท
↓ 31.1% YoY
กำไรขั้นต้น
22.32
ล้านบาท
↓ 33.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.54
%
กำไรสุทธิ
2.77
ล้านบาท
↓ 46% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.41
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
81
↓ -31.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
22
↓ -33.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3
↓ -46%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KWM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
7.31
ROA (%)
5.98
Book Value/หุ้น
1.09
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KWM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+66
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KWM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
66.40
-148.36%
|
-137.30
-15.83%
|
-163.13
-359.39%
|
62.89
-222.69%
|
-51.26
-184.50%
|
60.66
-1,200.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
28.62
+749.26%
|
3.37
-53.39%
|
7.23
-84.46%
|
46.52
+85.49%
|
25.08
-345.88%
|
-10.20
+120.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-27.78
-160.16%
|
46.18
+43.86%
|
32.10
-165.36%
|
-49.11
-148.65%
|
100.94
-1,546.13%
|
-6.98
-315.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
-100.00%
|
-94.85
|
0.00
-100.00%
|
109.77
-23.49%
|
143.48
+229.99%
|
43.48
-272.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
140.01
+40.59%
|
99.59
+252.41%
|
28.26
-79.76%
|
139.64
+25.58%
|
111.20
+64.21%
|
67.72
-27.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
105.58
-24.59%
|
140.01
+40.59%
|
99.59
+252.41%
|
28.26
-79.76%
|
139.64
+25.58%
|
111.20
+64.21%
|