บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.89
0.01 (1.11%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และ ค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่ลดน้อยลง ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้น
โดยรายได้เพิ่มขึ้นจำนวน 15,91 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.73 เป็นผลมาจากสินค้ากลุ่มในเกลียวที่ใช้ในการเก็บเกี่ยวผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมียอดขายในปี 2563 เพิ่มมากขึ้นจากปี 2562 จำนวน 19.65 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 50.29 จากปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากฝนที่เริ่มตกตามฤดูกาล ทำให้ปริมาณน้ำเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นและแนวใน้มผลผลิตทาง การเกษตรที่คาดว่าน่าจะดีกว่าปีที่แล้ว
ราคาวัตถุดิบรองบริษัทมักมีทิศทางอ้างอิงกับราคาเหล็กโลก โดยพบว่าในช่วงครึ่งปีแรก ราคาเหล็กมีการปรับตัวลดลง ทำให้บริษัทมีต้นทุนการซื้อวัตถุดิบที่ลดลงในช่วงระหว่างปี 2563 ส่งผลต่อต้นทุนขาย ที่ลดลงของบริษัทด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ ตามราคาเหล็กโลกเริ่มมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2563 ซึ่ง บริษัทคาดว่าอาจมีผลกระทบต่อต้นทุนขายในช่วงต้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8784 out_tok=2960 at=2026-07-27T10:37:38 -->
# KWM Q2/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 51.87% รับแรงหนุนรายได้โตทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
## รายได้และกำไรสุทธิโตเด่น รับอานิสงส์ภาคเกษตรฟื้นตัว-ราคาเหล็กโลกสูงหนุนมูลค่าขาย
บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 25.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KWM ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 31.49% (YoY)** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นถึง 51.87% (YoY) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคเกษตรและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากหลายปัจจัยสนับสนุนที่เกี่ยวเนื่องกัน ประการแรกคือ **สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการผลิตพืชผลทางการเกษตร** ทำให้เกษตรกรมีกำลังใจในการเพิ่มปริมาณการผลิต ประกอบกับ **ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจการเกษตรที่ขยายตัว 1.2% (YoY) โดยเฉพาะสาขาพืชและบริการทางการเกษตรที่เติบโต 2% และ 2.5% ตามลำดับ ปัจจัยเหล่านี้กระตุ้นให้ความต้องการสินค้าของ KWM ในทุกผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าใบเกลียวที่มียอดขายเติบโตกว่า 113.53% (YoY) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี
นอกจากนี้ **ราคาเหล็กโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2 เท่าตัวตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 ต่อเนื่องมาถึงปี 2564** ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันมูลค่ารายได้จากการขายให้สูงขึ้น แม้ว่าต้นทุนขายจะปรับเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตส่วนอื่น ๆ ให้ลดลงได้ ประกอบกับการเติบโตที่โดดเด่นของสินค้ากลุ่มใบเกลียว ทำให้โดยรวมแล้วอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเพียงเล็กน้อยจาก 25.19% ใน Q2/2563 เป็น 24.43% ใน Q2/2564 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 6.48% (YoY) ในไตรมาส 2/2564 และ 11.10% (YoY) ในช่วง 6 เดือนแรก เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ Utilization Rate ของเครื่องจักรในโรงงาน ทำให้รับรู้ค่าเสื่อมราคาในส่วนนี้ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยง** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าช่วงครึ่งปีหลังจะมีผลผลิตทางการเกษตรออกมาค่อนข้างมาก เนื่องจากน้ำดีและมีคุณภาพ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อความต้องการสินค้าของบริษัท อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ความแปรปรวนของสภาพอากาศ และความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2564 เติบโต 51.87% (YoY) แตะ 25.62 ล้านบาท** จาก 16.87 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q2/2564 พุ่ง 31.49% (YoY) สู่ 156.15 ล้านบาท** จาก 118.75 ล้านบาท
* **รายได้จากการขาย 6 เดือนแรกปี 2564 โต 59.73% (YoY) สู่ 309.79 ล้านบาท**
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัวในระดับสูง** แม้ราคาเหล็กโลกปรับขึ้น โดย Q2/2564 อยู่ที่ 24.43% เทียบกับ 25.19% ใน Q2/2563
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.48% (YoY) ใน Q2/2564** จากการเพิ่ม Utilization Rate ของเครื่องจักร
* **คาดการณ์ครึ่งปีหลังผลผลิตเกษตรจะออกมามาก** แต่ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงโควิด-19, สภาพอากาศ และค่าเงินบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีรายได้จากการขาย 156.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคเกษตรที่ฟื้นตัวและราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้าของบริษัทเพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าใบเกลียวที่เติบโตโดดเด่น
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 32.82% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อยจาก 25.19% เป็น 24.43% เนื่องจากราคาเหล็กโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนการผลิตส่วนอื่น ๆ และการเติบโตของสินค้ากลุ่มใบเกลียวช่วยชดเชยผลกระทบได้
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.48% จากการเพิ่ม Utilization Rate ของเครื่องจักร ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเพิ่มขึ้น 31.55% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 51.87% เป็น 25.62 ล้านบาท
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 รายได้จากการขายเติบโต 59.73% สู่ 309.79 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากทุกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าใบเกลียวที่เติบโตกว่า 113.53% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.79% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 24.03% ในปีก่อน ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 58.13% สอดคล้องกับรายได้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 11.10% ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 132.17% สู่ 50.66 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคเกษตร:** สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยและราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อความต้องการสินค้าของบริษัท
* **การเติบโตของสินค้ากลุ่มใบเกลียว:** การเติบโตที่โดดเด่นกว่า 100% แสดงถึงศักยภาพในการขยายตลาดของผลิตภัณฑ์นี้
* **การขยายกำลังการผลิต:** การเข้าซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด บ่งชี้ถึงแผนการเติบโตในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** แม้จะเป็นต้นทุน แต่ก็ช่วยหนุนมูลค่ารายได้จากการขาย และอาจสะท้อนถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในตลาด
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมและกำลังซื้อ
* **ความแปรปรวนของสภาพอากาศ:** อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและกำลังซื้อของเกษตรกร
* **ความผันผวนของค่าเงินบาท:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและมูลค่าการส่งออก
* **ราคาเหล็กโลกที่ผันผวน:** แม้ปัจจุบันจะสูง แต่หากปรับลดลงอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลต่อมูลค่าสินค้าคงคลังและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเหล็กโลกและผลกระทบต่อต้นทุนและมูลค่าขาย
* สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุมที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจ
* ความคืบหน้าของการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 และการขยายไลน์ผลิตเครื่องสกัด
* การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบให้สอดคล้องกับความต้องการและราคาตลาด
* แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** การเพิ่มขึ้นของ Utilization Rate ในโรงงาน U ส่งผลดีต่อการรับรู้ค่าเสื่อมราคาในส่วนค่าใช้จ่ายบริหาร ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกำไร
* **Order Book:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มใบเกลียวที่เติบโตกว่า 100% บ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่ง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กโลกที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันทั้งรายได้และต้นทุน การบริหารจัดการส่วนต่างของราคาจึงเป็นสิ่งสำคัญ
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้โดยรวมบ่งชี้ถึงความต้องการที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ
* **ค่าเงินบาท:** ความผันผวนของค่าเงินบาทเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบ
* **สินค้าคงคลัง:** มูลค่าสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 27.56% (YoY) ซึ่งสอดคล้องกับการสต็อกวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการที่สูงขึ้น และราคาเหล็กที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 541.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.72% จากสิ้นปี 2563 โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 52.30% เนื่องจากมีการนำเงินไปใช้ในการดำเนินงาน ลงทุน และสต็อกวัตถุดิบเพิ่มขึ้น
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 78.13% สอดคล้องกับรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 27.56% จากการสต็อกวัตถุดิบเพิ่มขึ้นและราคาเหล็กที่สูงขึ้น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 18.32% จากการซื้อที่ดินเพื่อขยายโรงงานแห่งที่ 3
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 38.95% โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 38.77% เพื่อรองรับการสั่งซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 67.66% จากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.96% เป็น 385.61 ล้านบาท จากกำไรจากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกปี 2564
## สรุปท้าย
KWM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 51.87% เป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างโดดเด่นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะสินค้าใบเกลียว ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคเกษตรและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น แม้ต้นทุนขายจะปรับเพิ่มขึ้นตามราคาเหล็กโลก แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับที่ดี และกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ สภาพอากาศ การแพร่ระบาดของโควิด-19 และค่าเงินบาท เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KWM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
81.06
ล้านบาท
↓ 31.1% YoY
กำไรขั้นต้น
22.32
ล้านบาท
↓ 33.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.54
%
กำไรสุทธิ
2.77
ล้านบาท
↓ 46% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.41
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
81
↓ -31.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
22
↓ -33.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3
↓ -46%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KWM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
7.31
ROA (%)
5.98
Book Value/หุ้น
1.09
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KWM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+66
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+29
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KWM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
66.40
-148.36%
|
-137.30
-15.83%
|
-163.13
-359.39%
|
62.89
-222.69%
|
-51.26
-184.50%
|
60.66
-1,200.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
28.62
+749.26%
|
3.37
-53.39%
|
7.23
-84.46%
|
46.52
+85.49%
|
25.08
-345.88%
|
-10.20
+120.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-27.78
-160.16%
|
46.18
+43.86%
|
32.10
-165.36%
|
-49.11
-148.65%
|
100.94
-1,546.13%
|
-6.98
-315.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
-100.00%
|
-94.85
|
0.00
-100.00%
|
109.77
-23.49%
|
143.48
+229.99%
|
43.48
-272.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
140.01
+40.59%
|
99.59
+252.41%
|
28.26
-79.76%
|
139.64
+25.58%
|
111.20
+64.21%
|
67.72
-27.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
105.58
-24.59%
|
140.01
+40.59%
|
99.59
+252.41%
|
28.26
-79.76%
|
139.64
+25.58%
|
111.20
+64.21%
|