บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน)
MAI ·
6.85
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=32857 out_tok=3049 at=2026-07-25T18:08:49 -->
# KJL โชว์รายได้ปี 65 โต 21.6% กำไรสุทธิพุ่ง 39.9% รับแรงหนุนสินค้ามาตรฐาน-อุตสาหกรรมฟื้นตัว
## รายได้-กำไร KJL ปี 65 เติบโตโดดเด่น จากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาครัฐ ขณะที่ GPM ขยายตัวจากการบริหารต้นทุนและราคาวัตถุดิบ
บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 1,021.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.62% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ 131.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 39.97% การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KJL ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายสินค้ามาตรฐาน KJL และการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ KJL ในปี 2565 เติบโต 39.97% มาจาก 2 ส่วนหลัก คือ 1) การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้ามาตรฐาน KJL ซึ่งคิดเป็น 68.76% ของรายได้รวม และ 2) การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 25.46% ในปี 2564 เป็น 28.62% ในปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของรายได้สินค้ามาตรฐาน KJL:** มาจากการฟื้นตัวของสภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงการที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและความรวดเร็วในการจัดส่ง ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายใหญ่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รายได้จากการขายสินค้าสั่งผลิต (MTO) และรายได้จากการขายเศษเหล็กก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
* **การปรับตัวดีขึ้นของ GPM:** เกิดจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยบริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีระบบควบคุมการผลิตแบบ Industry 4.0 มาใช้ เช่น เครื่องตัดเลเซอร์ เครื่องพับอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดค่าใช้จ่ายด้านพนักงานฝ่ายผลิต และทำให้ผลิตสินค้าได้รวดเร็วขึ้น ประกอบกับการปรับราคาสินค้าตามราคาต้นทุนวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 จากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งทำให้ราคาเหล็กแผ่นปรับตัวสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการใช้ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมการก่อสร้างที่ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้สินค้าของบริษัทฯ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การลงทุนในเทคโนโลยี Industry 4.0 จะช่วยรักษาประสิทธิภาพการผลิตและควบคุมต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็กแผ่น ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 21.62%** แตะ 1,021.32 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิปี 2565 เพิ่มขึ้น 39.97%** เป็น 131.63 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 25.46% เป็น 28.62%
* **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลง** จาก 74.54% เป็น 71.38%
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 55.92%** เป็น 1,125.52 ล้านบาท โดยหลักจากเงินสดที่ได้จากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 6.20%** เป็น 549.19 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 181.77%** เป็น 576.33 ล้านบาท หลังจากการเสนอขายหุ้น IPO
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 KJL มีรายได้จากการขายรวม 1,021.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 181.55 ล้านบาท หรือ 21.62% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้ามาตรฐาน KJL (ตู้สวิทช์บอร์ด, รางเดินสายไฟ, กล่องพูลบ็อกซ์) จำนวน 171.10 ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการใน EEC นอกจากนี้ รายได้จากการขายสินค้าสั่งผลิต (MTO) เพิ่มขึ้น 35.64 ล้านบาท และรายได้จากการขายเศษเหล็กเพิ่มขึ้น 5.68 ล้านบาท
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 103.00 ล้านบาท หรือ 16.45% เป็น 728.99 ล้านบาท โดยหลักมาจากต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็กแผ่น และค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบริหารต้นทุนได้ดีจากการใช้เทคโนโลยี Industry 4.0 ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 74.54% เป็น 71.38% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับสูงขึ้นจาก 25.46% เป็น 28.62%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26.09% เป็น 80.47 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมและบริหารอื่นๆ เช่น ค่าอบรม ค่าที่ปรึกษา และค่าใช้จ่ายในการบริหารอื่นๆ เช่น ภาษีธุรกิจเฉพาะจากการรับชำระดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมจากกรรมการ รวมถึงค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินส่วนงานบริหารที่เพิ่มขึ้นหลังจากการรับโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 31.68% เป็น 44.43 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านการตลาด และค่าของขวัญและรับรอง
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 131.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.59 ล้านบาท หรือ 39.97% เมื่อเทียบกับปี 2564
## โอกาส
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและก่อสร้าง:** ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการ EEC จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของ KJL
* **การขยายฐานลูกค้า:** การกระจายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศและการรักษาฐานลูกค้าเดิม รวมถึงการขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เช่น ศูนย์ข้อมูลและโทรคมนาคม
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี:** การลงทุนในเทคโนโลยี Industry 4.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
* **การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์:** ช่วยเพิ่มช่องทางการระดมทุนและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กแผ่นซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักอาจผันผวนตามปัจจัยภายนอก เช่น สงคราม หรือภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันจากผู้ผลิตรายอื่นทั้งในและต่างประเทศอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและราคาขาย
* **ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย:** สัญญาเงินกู้ส่วนใหญ่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว หากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของลูกค้า:** ปัญหาด้านสภาพคล่องของลูกค้าบางรายอาจส่งผลต่อการชำระหนี้และอาจต้องมีการตั้งสำรองหนี้สูญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะราคาเหล็กแผ่น และผลกระทบต่อต้นทุนและ GPM
* **การเติบโตของคำสั่งซื้อ (Order Book):** โดยเฉพาะจากโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐและเอกชน
* **ประสิทธิภาพการใช้เทคโนโลยี Industry 4.0:** การควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการลูกหนี้การค้า:** การติดตามและบริหารจัดการลูกหนี้ให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดความเสี่ยงหนี้สูญ
* **การขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่:** การตอบรับของตลาดต่อผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่ระบุถึงการลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยี Industry 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายใหญ่อย่างต่อเนื่อง และการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้ามาตรฐาน KJL และสินค้าสั่งผลิต (MTO) ซึ่งสะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอ
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงราคาเหล็กแผ่นที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 จากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งบริษัทฯ ได้ปรับราคาสินค้าตามต้นทุนวัตถุดิบ
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นจาก 25.46% เป็น 28.62% จากการบริหารต้นทุนและราคาขาย
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่ระบุว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าในประเทศ
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** ลดลง 4.46% เป็น 58.08 ล้านบาท โดยหลักจากการลดลงของสินค้าสำเร็จรูปและสินค้าอยู่ระหว่างผลิต เนื่องจากปริมาณการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 55.92% เป็น 1,125.52 ล้านบาท โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 348.76 ล้านบาท ซึ่งมาจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน และการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า 61.20 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 6.20% เป็น 549.19 ล้านบาท โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน, หนี้สินที่เกิดจากสัญญา และเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **ส่วนของเจ้าของ:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 181.77% เป็น 576.33 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้น IPO
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** อยู่ที่ 133.33 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 40.07 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายค่าก่อสร้างอาคารโรงงานและซื้อเครื่องจักร
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ได้รับสุทธิ 255.50 ล้านบาท จากการรับเงินจากการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 405 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผล 154.80 ล้านบาท
## สรุปท้าย
KJL โชว์ผลประกอบการปี 2565 ที่แข็งแกร่ง ด้วยรายได้ที่เติบโต 21.62% และกำไรสุทธิที่พุ่งขึ้นถึง 39.97% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนที่ส่งผลดีต่อยอดขายสินค้ามาตรฐาน KJL ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพผ่านการนำเทคโนโลยี Industry 4.0 มาใช้ ทำให้ GPM ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราดอกเบี้ย แต่แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมหลักและแผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตาในปีต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KJL ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
262.56
ล้านบาท
↓ 20.7% YoY
กำไรขั้นต้น
52.86
ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.13
%
กำไรสุทธิ
8.48
ล้านบาท
↓ 84.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.23
%
D/E Ratio
1.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
263
↓ -20.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
53
↓ -49.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -84.1%
YoY
D/E Ratio
1.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KJL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.24
ROE (%)
18.39
ROA (%)
11.97
Book Value/หุ้น
3.09
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KJL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-149
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+193
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KJL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-149.07
+261.82%
|
-41.20
-58.35%
|
-98.92
-294.00%
|
50.99
-62.90%
|
137.43
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
193.33
+218.55%
|
60.69
-55.69%
|
136.96
-1,118.29%
|
-13.45
+59.55%
|
-8.43
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-38.79
-2,303.98%
|
1.76
-99.13%
|
201.65
-35.27%
|
311.54
-335.78%
|
-132.13
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-30.36
-242.80%
|
21.26
-91.13%
|
239.70
-31.33%
|
349.08
-11,252.72%
|
-3.13
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
58.31
+10.88%
|
52.59
-84.97%
|
349.79
+33,860.19%
|
1.03
-75.24%
|
4.16
+597.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
43.48
-25.43%
|
58.31
+10.88%
|
52.59
-84.97%
|
349.79
+33,860.19%
|
1.03
-75.24%
|