บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน)
MAI ·
6.85
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8932 out_tok=2693 at=2026-07-25T19:16:05 -->
# KJL กำไรปี 64 โต 3.38% รับแรงหนุนรายได้รวมพุ่ง 19.43% แม้ต้นทุนเหล็กพุ่งสูง
## รายได้โตตามเศรษฐกิจฟื้นตัว แต่ GPM หดเล็กน้อยจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 845.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.43% และมีกำไรสุทธิ 94.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.38% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างเหล็กแผ่นจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KJL ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งถึง 20.33%** ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมต่างๆ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่แม้จะเผชิญแรงกดดันจากราคาเหล็กที่สูงขึ้น แต่ก็สามารถควบคุมผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้ในระดับหนึ่ง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **การเติบโตของรายได้จากการขาย:** ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดสั่งซื้อสินค้าตู้ไซส์มาตรฐาน รางไวร์เวย์ และพูลบ็อกซ์ ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้ารายใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมก่อสร้าง (โดยเฉพาะโครงการภาครัฐ) ธุรกิจผลิตไฟฟ้า (การใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น) และการส่งออกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวและการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนที่สูงขึ้นก็เป็นปัจจัยสนับสนุน
2. **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้รายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 24.18% โดยมีสาเหตุหลักจากการที่ราคาเหล็กแผ่น ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก เพิ่มขึ้นถึง 62.90% ในตลาดโลก อันเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบนำเข้าและอุปทานที่ลดลงจากจีน ทำให้กำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงจาก 27.77% ในปี 2563 เป็น 25.46% ในปี 2564
3. **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยรวมได้ดี โดยมีสัดส่วนต่อรายได้รวมใกล้เคียงกับปีก่อน แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการปรับเงินเดือน การซื้อชุดตรวจ ATK และวัคซีนโควิด-19 รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายและการขนส่ง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าปัจจัยขับเคลื่อนรายได้จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐ/เอกชนจะยังคงมีอยู่ แต่แรงกดดันจากราคาวัตถุดิบหลักอย่างเหล็กแผ่นยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การที่บริษัทฯ มีการทำสัญญาระยะสั้นเพื่อล็อคราคาวัตถุดิบและทยอยปรับราคาขายสินค้าตามต้นทุน เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้ แต่ความผันผวนของราคาเหล็กในตลาดโลกยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อ GPM ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564:** 845.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.43% YoY
* **กำไรสุทธิปี 2564:** 94.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.38% YoY
* **กำไรขั้นต้น (GPM) ปี 2564:** 25.46% ลดลงเล็กน้อยจาก 27.77% ในปี 2563
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (เหล็กแผ่น) เพิ่มขึ้น:** 62.90% YoY
* **การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล:** 250.00 บาทต่อหุ้น รวม 107.50 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 839.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.33% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดสั่งซื้อสินค้าตู้ไซส์มาตรฐาน รางไวร์เวย์ และพูลบ็อกซ์ จากความไว้วางใจของลูกค้ารายใหญ่ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง การผลิตไฟฟ้า และการส่งออก
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 24.18% โดยมีสาเหตุหลักจากราคาเหล็กแผ่นที่สูงขึ้น 62.90% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 27.77% เป็น 25.46%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 25.60% และค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 12.64% โดยส่วนใหญ่เกิดจากการปรับเงินเดือนพนักงาน การซื้อชุดตรวจ ATK และวัคซีนโควิด-19 รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 94.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.38% จากปีก่อนหน้า คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 11.12% ซึ่งปรับลดลงเล็กน้อยจาก 12.85% ในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
* **การลงทุนภาครัฐและเอกชน:** การลงทุนต่างๆ ของทั้งภาครัฐและเอกชนที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 2564 เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
* **การส่งออก:** การส่งออกสินค้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2564
* **การเปิดประเทศ:** การเริ่มมาตรการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว
* **ความไว้วางใจจากลูกค้ารายใหญ่:** การได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายใหญ่อย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กแผ่นซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีแนวโน้มผันผวนสูงตามตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและกำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาเสมอ
* **สถานการณ์โควิด-19:** แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการ แต่การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก:** ความผันผวนของราคาเหล็กจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนและ GPM
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** กลยุทธ์การล็อคราคาและการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
* **การปรับราคาขายสินค้า:** ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้า
* **การเติบโตของยอดสั่งซื้อ:** แนวโน้มการสั่งซื้อจากลูกค้าหลักและตลาดส่งออก
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุระดับ Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 20.33% บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การกล่าวถึง "ความไว้วางใจจากลูกค้ารายใหญ่อย่างต่อเนื่อง" และ "ยอดการสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้น" แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดี
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กแผ่นเพิ่มขึ้น 62.90% เป็นปัจจัยกดดัน GPM อย่างมีนัยสำคัญ
* **GPM:** ลดลงจาก 27.77% เป็น 25.46% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึงการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 23.44 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่เติบโต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 1.65% เป็น 721.88 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์จากการบันทึกค่าเสื่อมราคา
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.08% เป็น 517.34 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานปกติ ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
* **ส่วนของเจ้าของ:** ลดลง 5.75% เป็น 204.54 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.53 เท่า จาก 2.38 เท่า
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** เป็นบวก 137.43 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 8.43 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้ไป 132.13 ล้านบาท เป็นผลมาจากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายปี:** ลดลงเหลือ 1.03 ล้านบาท
## สรุปท้าย
KJL สามารถสร้างการเติบโตของรายได้ในปี 2564 ได้อย่างน่าพอใจถึง 19.43% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเพียง 3.38% สะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างเหล็กแผ่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง แม้บริษัทฯ จะมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี แต่ความผันผวนของราคาเหล็กยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในอนาคต ขณะที่การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวนมากส่งผลให้ส่วนของเจ้าของและเงินสดลดลง ซึ่งต้องพิจารณาถึงความเพียงพอของเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KJL ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
262.56
ล้านบาท
↓ 20.7% YoY
กำไรขั้นต้น
52.86
ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.13
%
กำไรสุทธิ
8.48
ล้านบาท
↓ 84.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.23
%
D/E Ratio
1.24
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
263
↓ -20.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
53
↓ -49.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -84.1%
YoY
D/E Ratio
1.24
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KJL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.24
ROE (%)
18.39
ROA (%)
11.97
Book Value/หุ้น
3.09
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KJL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-149
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+193
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KJL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-149.07
+261.82%
|
-41.20
-58.35%
|
-98.92
-294.00%
|
50.99
-62.90%
|
137.43
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
193.33
+218.55%
|
60.69
-55.69%
|
136.96
-1,118.29%
|
-13.45
+59.55%
|
-8.43
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-38.79
-2,303.98%
|
1.76
-99.13%
|
201.65
-35.27%
|
311.54
-335.78%
|
-132.13
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-30.36
-242.80%
|
21.26
-91.13%
|
239.70
-31.33%
|
349.08
-11,252.72%
|
-3.13
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
58.31
+10.88%
|
52.59
-84.97%
|
349.79
+33,860.19%
|
1.03
-75.24%
|
4.16
+597.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
43.48
-25.43%
|
58.31
+10.88%
|
52.59
-84.97%
|
349.79
+33,860.19%
|
1.03
-75.24%
|